ประกันชั้น 1 จ่ายเงินชดเชยเท่าไร? กรณีอุบัติเหตุจนสูญเสียแขน ขา หรือดวงตา

กองบรรณาธิการ
ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ Published: เมษายน 8, 2026
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
ประกันชั้น 1 จ่ายเงินชดเชยเท่าไร? กรณีอุบัติเหตุจนสูญเสียอวัยวะ

สถิติจากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุเผยว่า ในแต่ละปีมีผู้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ต้องเผชิญกับภาวะสูญเสียอวัยวะสำคัญมากกว่า 10,000 รายต่อปี เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นจนถึงขั้นต้องสูญเสีย แขน ขา หรือดวงตา สิ่งแรกที่ครอบครัวมักกังวลนอกจากค่ารักษาพยาบาล คือ “ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้เท่าไร” และต้องใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินว่าควรได้เงินกี่บาท

บทความนี้จะเจาะลึก ตารางค่าชดเชยตามข้อกำหนด คปภ. ที่ระบุในประกันรถยนต์ชั้น 1 และ พ.ร.บ. เพื่อให้คุณเข้าใจว่าการสูญเสียแขน 1 ข้าง ขา 1 ข้าง หรือดวงตา 1 ข้าง มีมูลค่าความคุ้มครองต่างกันอย่างไร พร้อมแนวทางการเรียกร้องสินไหมให้ครอบคลุมทั้งค่ารักษาและค่าขาดรายได้ในระยะยาว

สรุปสั้น ๆ สำหรับคนไม่มีเวลาอ่านหมด

  • พ.ร.บ. จ่ายสูงสุด 500,000 บาท กรณีสูญเสียอวัยวะสำคัญ 2 ส่วนขึ้นไป หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง
  • ประกันชั้น 1 จ่ายตามวงเงินบุคคลภายนอก ซึ่งส่วนใหญ่มักเริ่มต้นที่ 500,000 บาท ไปจนถึงหลายล้านบาทต่อคน
  • ตารางอวัยวะ (Table of Organs) คือเกณฑ์สากลที่ คปภ. กำหนดเพื่อให้ทุกบริษัทประกันจ่ายเงินในมาตรฐานเดียวกัน
  • ต้องแจ้งเหตุทันที หากพิสูจน์ได้ว่าเมาแล้วขับ (เกิน 50 มก.%) ประกันภาคสมัครใจจะไม่คุ้มครองความเสียหายต่อผู้ขับขี่
  • เทคนิคสำคัญ: คุณสามารถเบิกทั้ง พ.ร.บ. และประกันชั้น 1 ควบคู่กันได้เพื่อให้ได้รับค่าชดเชยรวมที่เหมาะสมที่สุด

วงเงินคุ้มครอง: พ.ร.บ. และประกันภาคสมัครใจ

ในกรณีเกิดอุบัติเหตุจนสูญเสียอวัยวะ ความคุ้มครองจะแบ่งออกเป็น 2 ชั้น โดยชั้นแรกมาจาก พ.ร.บ. (ภาคบังคับ) และชั้นที่สองมาจากประกันภาคสมัครใจ (เช่น ชั้น 1, 2+ หรือ 3) ซึ่งจะเข้ามาช่วยจ่ายส่วนเกินจากที่ พ.ร.บ. คุ้มครองไม่ถึง

พ.ร.บ. — ค่ารักษาพยาบาล (ต่อคน)
สูงสุด 80,000 บาท
จ่ายตามจริงให้กับผู้ประสบภัยทุกคน
พ.ร.บ. — สูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพ (ต่อคน)
200,000 – 500,000 บาท
ตามประเภทอวัยวะที่สูญเสีย
ประกันภาคสมัครใจ — บุคคลภายนอก (ต่อคน)
500,000 – 2,000,000 บาท
จ่ายส่วนเกินจาก พ.ร.บ. (ตามแผนประกัน)
ประกันภาคสมัครใจ — ต่ออุบัติเหตุ
สูงสุด 10,000,000 บาท
วงเงินรวมสำหรับทุกคนในเหตุการณ์เดียว

⚠️ ตัวเลขข้างต้นเป็นช่วงที่พบได้บ่อยในตลาดไทย ณ ปัจจุบัน วงเงินจริงขึ้นอยู่กับแผนและบริษัทประกันของคุณ ควรตรวจสอบกรมธรรม์ตัวเองก่อนเกิดเหตุ

อวัยวะ / สภาวะ พ.ร.บ. บังคับ ชั้น 1 ภาคสมัครใจ สมัครใจ หมายเหตุ
สูญเสีย แขน/ขา/ตา (1 ข้าง) ประมาณ 250,000 บ. ตามวงเงินกรมธรรม์ ต้องเป็นการสูญเสียถาวร
สูญเสีย แขน/ขา/ตา (2 ข้างขึ้นไป) ประมาณ 500,000 บ. ตามวงเงินกรมธรรม์ นับรวมกรณี แขน 1 ข้าง + ขา 1 ข้าง
ทุพพลภาพถาวร (นอนติดเตียง) ประมาณ 500,000 บ. จ่ายเต็มวงเงินชีวิต ต้องมีการประเมินจากแพทย์ใน 180 วัน
นิ้วขาด (ข้อเดียวขึ้นไป) ประมาณ 200,000 บ. ตามสัดส่วนวงเงิน อ้างอิงตามตารางอวัยวะใหม่ คปภ.
← เลื่อนดูเพิ่มเติม →

เงื่อนไขและข้อยกเว้นที่ทำให้เคลมไม่ได้

⚠️ 5 เหตุที่ประกันมักปฏิเสธในเคสนี้

  • เมาแล้วขับ: หากผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายผิดมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มก.% ประกันภาคสมัครใจไม่จ่ายค่าเสียหายให้ผู้ขับขี่รายนั้น
  • ไม่มีใบอนุญาตขับขี่: หรือใช้ใบขับขี่ผิดประเภท/ถูกเพิกถอน (ยกเว้นกรณีเป็นฝ่ายถูกและเรียกเก็บจากคู่กรณี)
  • การจงใจทำให้เกิดอุบัติเหตุ: เพื่อหวังเงินประกันหรือฆ่าตัวตาย
  • การใช้รถผิดประเภท: เช่น นำรถยนต์ส่วนบุคคลไปใช้รับจ้างสาธารณะ (Grab/Taxi) โดยไม่ได้แจ้งประกัน
  • เหตุสงครามหรือจลาจล: ซึ่งเป็นข้อยกเว้นมาตรฐานในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์

ตัวอย่างเคสจากประสบการณ์เคลมจริง

จากประสบการณ์การดูแลลูกค้าในนาทีวิกฤต การเข้าใจลำดับการจ่ายเงินจะช่วยลดความกดดันของครอบครัวได้มาก ดังเช่นกรณีตัวอย่างเหล่านี้:

เคสที่ 1

สูญเสียดวงตา 1 ข้างจากแรงกระแทก

  • สถานการณ์: ขับรถชนขอบทาง ถุงลมทำงานแต่เศษกระจกเข้าตาจนบอดสนิท
  • การชดเชย: เบิก พ.ร.บ. ได้ 250,000 บาท และประกันชั้น 1 (PA ท้ายตาราง) จ่ายเพิ่มตามวงเงินระบุ
  • บทเรียน: ประกันจ่ายให้เฉพาะกรณี “บอดสนิท” หรือสูญเสียการมองเห็นถาวรเท่านั้น
เคสที่ 2

สูญเสียขาทั้ง 2 ข้าง (ทุพพลภาพถาวร)

  • สถานการณ์: ถูกรถบรรทุกชนท้ายอย่างรุนแรงขณะจอดรอไฟแดง
  • การชดเชย: เบิก พ.ร.บ. เต็มเพดาน 500,000 บาท และเรียกค่าสินไหมจากประกันชั้น 1 คู่กรณีได้อีก 2,000,000 บาท
  • บทเรียน: กรณีเราเป็นฝ่ายถูก วงเงินคุ้มครองบุคคลภายนอกของคู่กรณีคือส่วนที่สำคัญที่สุด
เคสที่ 3

นิ้วขาด 2 นิ้ว แต่ไม่ถึงขั้นพิการ

  • สถานการณ์: ประตูรถหนีบนิ้วขาดขณะเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ
  • การชดเชย: พ.ร.บ. จ่ายเงินชดเชยตามตารางใหม่ 200,000 บาท แม้จะไม่เสียแขนทั้งข้าง
  • บทเรียน: กฎหมาย พ.ร.บ. ปรับปรุงใหม่ให้ความคุ้มครองเรื่องนิ้วขาดเพิ่มขึ้นจากเดิม
เคสที่ 4

ฝ่ายผิดเมาขับจนเสียแขน

  • สถานการณ์: ผู้ขับขี่ดื่มสุราจนรถตกข้างทาง แขนหักจนต้องตัดทิ้ง
  • การชดเชย: พ.ร.บ. จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น ประกันชั้น 1 ปฏิเสธการจ่ายค่าอวัยวะ
  • บทเรียน: แอลกอฮอล์คือตัวตัดสิทธิ์ความคุ้มครองที่รุนแรงที่สุดในสัญญาประกัน

6 ขั้นตอนที่ต้องทำเมื่อเกิดเหตุจนสูญเสียอวัยวะ

ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องจะช่วยให้การอนุมัติสินไหมรวดเร็วและได้รับยอดเงินที่ครบถ้วนที่สุด

  1. แจ้งความและขอใบบันทึกประจำวันต้องระบุข้อเท็จจริงของอุบัติเหตุและคู่กรณีให้ชัดเจนเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันความรับผิด
  2. รวบรวมประวัติการรักษาและใบรับรองแพทย์ขอใบรับรองแพทย์ที่ระบุชัดเจนถึงสภาวะการสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพตามตารางอวัยวะ
  3. แจ้งเคลม พ.ร.บ. เป็นอันดับแรกยื่นเรื่องเบิกค่าเสียหายเบื้องต้นและค่าสินไหมทดแทนส่วนเกินจาก พ.ร.บ. ให้ครบเพดาน 500,000 บาท
  4. ยื่นเอกสารต่อประกันภาคสมัครใจส่งหลักฐานทั้งหมดให้บริษัทประกันชั้น 1 เพื่อเบิกเงินชดเชยส่วนเกินจากความคุ้มครองบุคคลภายนอก
  5. เจรจาค่าขาดประโยชน์และค่าทรมานนอกจากค่าอวัยวะตามตาราง ยังสามารถเรียกร้องค่าขาดรายได้และค่าเสียหายที่ไม่ใช่ตัวเงินได้
  6. ลงนามเอกสารรับเงินโอนเข้าบัญชีตรวจสอบยอดเงินให้ตรงตามตารางความคุ้มครองก่อนเซ็นเอกสารยอมรับค่าสินไหม
Tip: การถ่ายรูปอวัยวะที่สูญเสียในมุมที่เห็นชัดเจนและเก็บเศษอวัยวะ (ถ้ามี) ไว้เป็นหลักฐานทางการแพทย์จะช่วยลดการโต้แย้งจากบริษัทประกันได้มาก

คำถามที่พบบ่อย

Q: เราเป็นฝ่ายผิด ประกันยังจ่ายให้คู่กรณีไหม?
จ่ายครับ ประกันชั้น 1 จะรับผิดชอบค่าเสียหายต่อชีวิตและอวัยวะของคู่กรณีตามวงเงิน “ความคุ้มครองต่อบุคคลภายนอก” แม้คุณจะเป็นฝ่ายผิดก็ตาม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของคู่กรณี
Q: ต้องสำรองค่ารักษาเองก่อนหรือไม่?
หากโรงพยาบาลมีคอนแทคกับบริษัทประกัน คุณสามารถมอบอำนาจให้ รพ. เบิกตรงจาก พ.ร.บ. และประกันสมัครใจได้เลยโดยไม่ต้องสำรองจ่าย ยกเว้นกรณีส่วนเกินวงเงินหรือค่าใช้จ่ายนอกเหนือการรักษาพื้นฐาน
Q: ถ้าไม่แจ้งตำรวจ/ไม่ทำบันทึกประจำวัน จะมีปัญหาอย่างไร?
มีปัญหาแน่นอนครับ เพราะบริษัทประกันจะขาดหลักฐานยืนยันสาเหตุและลำดับเหตุการณ์ ทำให้การพิจารณาจ่ายเงินค่าอวัยวะที่มีมูลค่าสูงล่าช้าหรือถูกปฏิเสธได้
Q: แจ้งเคลมช้า (เกิน 7 วัน) จะเสียสิทธิ์ไหม?
ตามเงื่อนไขควรแจ้งทันทีที่ทำได้ แต่หากมีเหตุจำเป็น (เช่น บาดเจ็บสาหัสจนแจ้งไม่ได้) ไม่ทำให้เสียสิทธิ์การเคลม แต่อาจทำให้การรวบรวมพยานหลักฐานทำได้ยากขึ้น

ข้อผิดพลาดที่เจอซ้ำจากเคสจริง

  • ไม่ขอสำเนาเวชระเบียนจากโรงพยาบาล → ทำให้การพิสูจน์ระดับการสูญเสียอวัยวะทำได้ยาก
  • เซ็นยอมรับยอดเงินจากประกันทันที → บางครั้งยอดที่เสนอมายังไม่รวมค่าขาดประโยชน์หรือค่าดูแลต่อเนื่อง
  • ไม่ตรวจสอบวงเงินบุคคลภายนอกก่อนทำประกัน → เมื่อเกิดเหตุหนัก วงเงิน 500,000 บาทอาจไม่เพียงพอต่อค่าเสียหายจริง
  • ให้ข้อมูลในบันทึกประจำวันคลาดเคลื่อน → ประกันอาจใช้จุดนี้โต้แย้งความรับผิดในภายหลัง
  • เบิก พ.ร.บ. ไม่ครบสิทธิ์ → ลืมเบิกค่าชดเชยรายวัน (วันละ 200 บาท) ขณะนอนโรงพยาบาล

เลือกวงเงินให้รองรับ worst case ได้จริง

การเลือกประกันไม่ใช่แค่ดูที่เบี้ยถูก แต่ต้องดูว่าในวันที่เรา “พลาด” วงเงินเหล่านั้นจะช่วยพยุงชีวิตเราและครอบครัวคู่กรณีได้แค่ไหน

ชั้น 3 / 3+
เน้นประหยัดแต่ครอบคลุม
  • คุ้มครองบุคคลภายนอกขั้นต่ำ 500,000 บาท
  • ไม่มีค่าซ่อมรถเรา (กรณีชั้น 3)
  • เหมาะกับรถที่ใช้งานน้อย/จอดเป็นหลัก
เหมาะรถเก่า/งบน้อย
ชั้น 1 พรีเมียม
ความคุ้มครองสูงสุด
  • วงเงินชีวิตบุคคลภายนอก 2,000,000+ บาท
  • มีค่ารักษาพยาบาล (PA) ท้ายตารางสูง
  • เคลมได้ทุกกรณีแม้ไม่มีคู่กรณี
รถใหม่/เดินทางไกลบ่อย

สรุปจากมุมมองคนทำเคลมจริง

จากประสบการณ์ที่เคยเจอเคสลูกค้าจริง ๆ สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ แต่คือการพบว่า “วงเงินในกรมธรรม์ไม่เพียงพอ” ต่อการชดเชยความพิการที่เกิดขึ้น หลายคนเลือกประกันที่เบี้ยถูกที่สุดโดยไม่ดูตารางอวัยวะหรือวงเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ทำให้ต้องควักเงินตัวเองมาจ่ายเพิ่มหลักแสนหลักล้าน

ผมอยากชวนให้ผู้อ่านกลับไปเช็กกรมธรรม์ตัวเองตอนนี้ ดูตรงช่อง “ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก” ว่ามีตัวเลขเท่าไร หากยังเป็นแค่ 500,000 บาท แนะนำว่าการจ่ายเบี้ยเพิ่มอีกเพียงไม่กี่ร้อยบาทเพื่อขยายวงเงินเป็น 1-2 ล้านบาท คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับอนาคตที่ไม่แน่นอนครับ

หมายเหตุสำคัญ: ตัวเลขทั้งหมดในบทความเป็นตัวอย่างโดยประมาณและอ้างอิงตามเกณฑ์มาตรฐานของ คปภ. และกฎหมายปัจจุบัน วงเงินชดเชยที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับข้อตกลงในกรมธรรม์ของแต่ละบริษัทและดุลยพินิจของแพทย์

แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์

แรบบิท แคร์ รวบรวมประกันภัยรถยนต์จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว

  • เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
  • มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ

บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

 

บทความแคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 1 รถ 15 ปี ยังทำได้ แต่ตัวเลือกน้อยลงมาก

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 1 รถ 15 ปี ยังทำได้ไหม ? หรือควรเปลี่ยนเป็นชั้น 2+ ?

รถอายุ 15 ปี ยังทำประกันชั้น 1 ได้ในบางบริษัท เช่น วิริยะและกรุงเทพประกันภัย แต่เบี้ยสูงขึ้น 30–50% และตัวเลือกน้อยลงอย่างมาก บทความนี้เปรียบเทียบชั้น 1 กับชั้น 2+ ตรงๆ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง เบี้ยโดยประมาณ และเงื่อนไขบริษัท พร้อมไกด์ตัดสินใจว่าสถานการณ์ไหนควรเลือกชั้นไหน รวมถึงข้อมูลที่หลายคนไม่รู้ว่าประวัติการต่ออายุกระทบโอกาสรับประกันอย่างไร
กองบรรณาธิการ
05/06/2026
รถยนต์อายุ 10 ปี ทำประกันชั้น 1 ได้ไหม

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

รถยนต์ 10 ปี ทำประกันชั้น 1 ได้ไหม ? คำตอบ + เงื่อนไขครบในที่เดียว

รถยนต์ 10 ปี ทำประกันชั้น 1 ได้ไหม? คำตอบคือ ได้ - บริษัทประกันชั้นนำส่วนใหญ่รับรถอายุไม่เกิน 10–15 ปี แต่จะมีความแตกต่างจากรถใหม่ 3 ด้าน ได้แก่ เบี้ยที่สูงขึ้น การซ่อมอู่แทนศูนย์ และการถ่ายภาพรถก่อนออกกรมธรรม์ บทความนี้รวบรวมเงื่อนไขจริงของแต่ละบริษัท เบี้ยโดยประมาณตามประเภทรถ และวิธีผ่อนชำระเบี้ยประกันชั้น 1 แบบ 0% สูงสุด 10 เดือน
กองบรรณาธิการ
05/06/2026
ความคุ้มครองประกันรถยนต์ชั้น 3

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มอะไรบ้าง แล้วต่างจาก พ.ร.บ. ยังไง

ประกันรถยนต์ชั้น 3 เบี้ยต่ำสุดในทุกชั้น คุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อคู่กรณี ไม่มีซ่อมรถเรา รถหาย หรือไฟไหม้ เหมาะกับรถเก่าที่ยังต้องการคุ้มครอง กรณีชนรถราคาแพงในราคาประหยัดที่สุด
กองบรรณาธิการ
02/06/2026