รถไม่ค่อยได้ขับ รถจอดทิ้งไว้นาน ต้องดูแลอย่างไร?

Natthamon
ผู้เขียน: Natthamon Published: มีนาคม 24, 2025
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
คะน้าใบเขียว
ตรวจทาน: คะน้าใบเขียว Last edited: มีนาคม 21, 2025
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
รถไม่ค่อยได้ขับ

รถยนต์คือทรัพย์สินที่มีมูลค่าและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง แต่บางครั้งด้วยภาระหน้าที่หรือไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้รถยนต์ต้องจอดอยู่เฉย ๆ เป็นเวลานาน หลายคนอาจมองข้ามความสำคัญของการดูแลรักษารถยนต์ที่ไม่ได้ใช้งานเป็นประจำ แต่การปล่อย รถจอดทิ้งไว้นาน โดยไม่ดูแล อาจนำมาซึ่งปัญหาต่าง ๆ ที่ส่งผลเสียต่อสภาพรถยนต์ในระยะยาวได้ ตั้งแต่ปัญหาเล็กน้อยอย่างแบตเตอรี่เสื่อม ไปจนถึงปัญหาใหญ่ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมจำนวนมาก ดังนั้น การดูแล รถไม่ค่อยได้ขับ จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อรักษาสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ และยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการ จอดรถทิ้งไว้นาน ๆ พร้อมแนะนำวิธีดูแลรักษา รถจอดนาน อย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถดูแลรักษารถยนต์ของคุณได้อย่างถูกต้อง และหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

รถจอดนาน ควรดูแลอย่างไรบ้าง?

การดูแล รถจอดนาน อย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อรักษาสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานเมื่อต้องการ และป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการจอดทิ้งไว้นานๆ ต่อไปนี้คือขั้นตอนและสิ่งที่ควรทำในการดูแลรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้นาน

  1. ทำความสะอาดรถยนต์

ก่อนรถจอดไว้นาน ควรล้างรถให้สะอาดทั้งภายนอกและภายใน เพื่อป้องกันคราบสกปรกฝังแน่น และกำจัดเศษอาหารหรือสิ่งสกปรกที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรคและแมลง

ภายนอก : ล้างรถให้สะอาด ขัดสี เคลือบเงา เพื่อป้องกันสีรถซีดจางจากแสงแดด

ภายใน : ทำความสะอาดภายในรถ ดูดฝุ่น เช็ดเบาะ และคอนโซล เพื่อป้องกันเชื้อราและความอับชื้น

กำจัดกลิ่น : วางแผ่นน้ำหอมหรือถ่านดูดกลิ่น เพื่อให้ภายในรถมีกลิ่นหอมสดชื่น

  1. เติมน้ำมันให้เต็มถัง

การเติมน้ำมันให้เต็มถังจะช่วยลดโอกาสการเกิดสนิมในถังน้ำมัน และป้องกันการสะสมของไอน้ำที่อาจทำให้เกิดปัญหาในการสตาร์ทเครื่องยนต์

ลดการเกิดสนิม : น้ำมันเต็มถังช่วยลดพื้นที่ว่างภายในถังที่อาจเกิดการควบแน่นของไอน้ำ และทำให้เกิดสนิม

ป้องกันปัญหาการสตาร์ท : น้ำมันเต็มถังช่วยให้ระบบเชื้อเพลิงทำงานได้อย่างราบรื่นเมื่อต้องการใช้งาน

  1. ดูแลแบตเตอรี่

แบตเตอรี่เป็นส่วนประกอบสำคัญของรถยนต์ที่มักมีปัญหาเมื่อรถจอดทิ้งไว้นาน ควรชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนจอด และถอดขั้วแบตเตอรี่ออกเพื่อป้องกันการคายประจุ หรือใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัตโนมัติ (Battery Tender) เพื่อรักษาประจุไฟในแบตเตอรี่

ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม : ก่อนจอดรถ ควรตรวจสอบและชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม เพื่อให้มีไฟเพียงพอในการสตาร์ทเครื่องยนต์

ถอดขั้วแบตเตอรี่ : การถอดขั้วแบตเตอรี่จะช่วยป้องกันการคายประจุไฟ และยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่

ใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัตโนมัติ : เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัตโนมัติจะช่วยรักษาประจุไฟในแบตเตอรี่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

  1. เติมลมยางให้มากกว่าปกติ

ยางรถยนต์อาจสูญเสียลมยางเมื่อจอดทิ้งไว้นาน ๆ ควรเติมลมยางให้มากกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อป้องกันยางแบนหรือเสียรูปทรง

ป้องกันยางแบน : การเติมลมยางให้มากกว่าปกติจะช่วยรักษารูปทรงของยาง และป้องกันยางแบนเมื่อรถจอดทิ้งไว้นาน

รักษาสภาพยาง : การรักษาระดับลมยางที่เหมาะสมจะช่วยยืดอายุการใช้งานของยางรถยนต์

  1. ยกแม่แรงขึ้น

หากต้อง จอดรถทิ้งไว้นาน ๆ มากกว่า 6 เดือน ควรยกแม่แรงขึ้น เพื่อลดแรงกดทับบนยาง และป้องกันยางเสียรูปทรง

ลดแรงกดทับบนยาง : การยกแม่แรงขึ้นจะช่วยลดแรงกดทับบนยาง และป้องกันยางเสียรูปทรง

ป้องกันยางแตกลายงา : การรักษาสภาพยางที่ดีจะช่วยป้องกันยางแตกลายงา และยืดอายุการใช้งานของยางรถยนต์

  1. ป้องกันหนูและแมลง

หนูและแมลงอาจเข้ามาทำรังในรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้นาน ๆ ควรวางยาเบื่อหนูหรือใช้สเปรย์กันแมลง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

วางยาเบื่อหนู : วางยาเบื่อหนูในบริเวณที่หนูอาจเข้ามาทำรัง เช่น ใต้ท้องรถ หรือในห้องเครื่อง

ใช้สเปรย์กันแมลง : ฉีดสเปรย์กันแมลงในบริเวณที่แมลงอาจเข้ามาอาศัย เช่น ช่องระบายอากาศ หรือซอกมุมต่าง ๆ

ตรวจสอบร่องรอย : ตรวจสอบร่องรอยของหนูและแมลงเป็นประจำ เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงหรือหนูเข้าไปกัดแทะเครื่องยนต์ภายใน หรือสร้างปัญหาภายในตัวรถ

  1. คลุมผ้าคลุมรถ

การคลุมผ้าคลุมรถจะช่วยป้องกันฝุ่นละออง แสงแดด และรอยขีดข่วนที่อาจเกิดขึ้นกับสีรถ

ป้องกันฝุ่นละออง : ผ้าคลุมรถจะช่วยป้องกันฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกที่อาจเกาะติดบนสีรถ

ป้องกันแสงแดด : ผ้าคลุมรถจะช่วยป้องกันแสงแดดที่อาจทำให้สีรถซีดจาง

ป้องกันรอยขีดข่วน : ผ้าคลุมรถจะช่วยป้องกันรอยขีดข่วนที่อาจเกิดขึ้นจากกิ่งไม้ หรือสิ่งของอื่น ๆ

  1. จอดรถในที่ร่ม 

หากเป็นไปได้ ควรจอดรถในที่ร่มหรือในโรงจอดรถ เพื่อป้องกันแสงแดดและความร้อนที่อาจทำให้สีรถซีดจาง และอุปกรณ์ภายในรถเสื่อมสภาพ

ป้องกันแสงแดด : การจอดรถในที่ร่มจะช่วยป้องกันแสงแดดที่อาจทำให้สีรถซีดจางและอุปกรณ์ภายในรถเสื่อมสภาพ

ป้องกันความร้อน : การจอดรถในที่ร่มจะช่วยลดอุณหภูมิภายในรถ และป้องกันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสียหาย

  1. สตาร์ทเครื่องยนต์เป็นประจำ

ควรสตาร์ทเครื่องยนต์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงาน และชาร์จแบตเตอรี่

หล่อลื่นเครื่องยนต์ : การสตาร์ทเครื่องยนต์จะช่วยให้เครื่องยนต์ได้รับการหล่อลื่นอย่างทั่วถึง

ชาร์จแบตเตอรี่ : การสตาร์ทเครื่องยนต์จะช่วยชาร์จแบตเตอรี่ และป้องกันแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ

ตรวจสอบการทำงาน : การสตาร์ทเครื่องยนต์เป็นประจำจะช่วยให้คุณตรวจสอบการทำงานของเครื่องยนต์และระบบต่าง ๆ ได้

จอดรถทิ้งไว้นานๆ

รถยนต์จอดนานสตาร์ทไม่ติด ทำอย่างไร?

จอดรถทิ้งไว้นานสตาร์ทไม่ติด เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย เมื่อรถยนต์ถูกจอดทิ้งไว้เป็นเวลานาน สาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากแบตเตอรี่หมดหรือระบบเชื้อเพลิงมีปัญหา หากคุณประสบปัญหานี้ ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ตรวจสอบแบตเตอรี่

ตรวจสอบว่าแบตเตอรี่มีไฟหรือไม่ หากแบตเตอรี่หมด ให้พ่วงแบตเตอรี่จากรถคันอื่น หรือใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่

พ่วงแบตเตอรี่ : ใช้สายพ่วงแบตเตอรี่เชื่อมต่อขั้วบวก (+) ของแบตเตอรี่รถยนต์ของคุณกับขั้วบวก (+) ของแบตเตอรี่รถยนต์คันอื่น และเชื่อมต่อขั้วลบ (-) ของแบตเตอรี่รถยนต์คันอื่นกับส่วนที่เป็นโลหะของรถยนต์ของคุณ

ใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ : ใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ของคุณตามคำแนะนำของผู้ผลิต

  1. ตรวจสอบระบบเชื้อเพลิง 

ตรวจสอบว่ามีน้ำมันในถังหรือไม่ และปั๊มติ๊กทำงานหรือไม่ หากไม่มีน้ำมัน หรือปั๊มติ๊กไม่ทำงาน ให้เติมน้ำมัน หรือตรวจสอบและซ่อมแซมปั๊มติ๊ก

เติมน้ำมัน : เติมน้ำมันให้เพียงพอต่อการสตาร์ทเครื่องยนต์

ตรวจสอบปั๊มติ๊ก : ฟังเสียงปั๊มติ๊กทำงานเมื่อบิดกุญแจ หากไม่ได้ยินเสียง อาจต้องตรวจสอบและซ่อมแซมปั๊มติ๊ก

  1. ตรวจสอบระบบสตาร์ท 

ตรวจสอบว่ามอเตอร์สตาร์ททำงานหรือไม่ หากมอเตอร์สตาร์ทไม่ทำงาน อาจต้องตรวจสอบและซ่อมแซมมอเตอร์สตาร์ท

ฟังเสียงมอเตอร์สตาร์ท : บิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์ หากไม่ได้ยินเสียงมอเตอร์สตาร์ท อาจต้องตรวจสอบและซ่อมแซมมอเตอร์สตาร์ท

  1. ตรวจสอบฟิวส์

ตรวจสอบฟิวส์ที่เกี่ยวข้องกับระบบสตาร์ทและระบบเชื้อเพลิง หากฟิวส์ขาด ให้เปลี่ยนฟิวส์ใหม่

ตรวจสอบคู่มือรถยนต์ : ตรวจสอบคู่มือรถยนต์เพื่อหาตำแหน่งของฟิวส์ที่เกี่ยวข้องกับระบบสตาร์ทและระบบเชื้อเพลิง

เปลี่ยนฟิวส์ : หากฟิวส์ขาด ให้เปลี่ยนฟิวส์ใหม่ที่มีขนาดแอมป์เท่ากัน

หากลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว รถยนต์ยังสตาร์ทไม่ติด ควรปรึกษาช่างผู้ชำนาญ เพื่อตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง

รถจอดไว้นาน

สตาร์ทรถจอดนาน ๆ ทำอย่างไร?

การ สตาร์ทรถจอดนาน ๆ อาจต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องยนต์และระบบต่าง ๆ ของรถยนต์ ต่อไปนี้คือขั้นตอนที่แนะนำ

  1. ตรวจสอบสภาพรถยนต์

ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ ควรตรวจสอบสภาพรถยนต์โดยรวม เช่น ระดับน้ำมันเครื่อง ระดับน้ำหล่อเย็น และลมยาง

ระดับน้ำมันเครื่อง : ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ระดับน้ำหล่อเย็น : ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ลมยาง : ตรวจสอบลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

  1. บิดกุญแจไปที่ตำแหน่ง ON

บิดกุญแจไปที่ตำแหน่ง ON (ตำแหน่งที่ไฟหน้าปัดติด) ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที เพื่อให้ปั๊มติ๊กทำงาน และระบบต่างๆ เตรียมพร้อม

รอปั๊มติ๊กทำงาน : การบิดกุญแจไปที่ตำแหน่ง ON จะทำให้ปั๊มติ๊กทำงาน และส่งน้ำมันไปยังเครื่องยนต์

เตรียมระบบต่าง ๆ : การรอประมาณ 2-3 นาที จะช่วยให้ระบบต่าง ๆ เตรียมพร้อมสำหรับการสตาร์ทเครื่องยนต์

  1. สตาร์ทเครื่องยนต์

บิดกุญแจไปที่ตำแหน่ง START และสตาร์ทเครื่องยนต์ หากเครื่องยนต์ไม่ติดในครั้งแรก ให้รอประมาณ 10-15 วินาที แล้วลองสตาร์ทใหม่อีกครั้ง

อย่าสตาร์ทนานเกินไป : หากเครื่องยนต์ไม่ติดในครั้งแรก อย่าสตาร์ทนานเกินไป เพราะอาจทำให้แบตเตอรี่หมด

รอเครื่องยนต์วอร์ม : หลังจากสตาร์ทเครื่องยนต์ติดแล้ว ให้รอเครื่องยนต์วอร์มเครื่องสักครู่ ก่อนออกเดินทาง

  1. ตรวจสอบการทำงานของเครื่องยนต์

สังเกตการทำงานของเครื่องยนต์ หากมีเสียงผิดปกติ หรือไฟเตือนบนหน้าปัดติด ควรตรวจสอบและแก้ไขปัญหา

ฟังเสียงเครื่องยนต์ : สังเกตเสียงเครื่องยนต์ หากมีเสียงผิดปกติ เช่น เสียงดัง หรือเสียงสั่น ควรตรวจสอบและแก้ไขปัญหา

สังเกตไฟเตือน : สังเกตไฟเตือนบนหน้าปัด หากมีไฟเตือนติด ควรตรวจสอบและแก้ไขปัญหา

ควรสตาร์ทรถทุกกี่วัน?

การ ควรสตาร์ทรถทุกกี่วัน เป็นคำถามที่พบบ่อยสำหรับผู้ที่ รถไม่ค่อยได้ขับ โดยทั่วไปแล้ว ควรสตาร์ทรถอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงาน และชาร์จแบตเตอรี่ แต่หากรถยนต์ถูกจอดทิ้งไว้นานกว่านั้น อาจต้องดูแลเป็นพิเศษ

  • สตาร์ทสัปดาห์ละครั้ง

การสตาร์ทรถสัปดาห์ละครั้งจะช่วยให้เครื่องยนต์ได้รับการหล่อลื่นอย่างทั่วถึง และป้องกันการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วนต่าง ๆ

หล่อลื่นเครื่องยนต์ : การสตาร์ทเครื่องยนต์จะช่วยให้เครื่องยนต์ได้รับการหล่อลื่นอย่างทั่วถึง

ป้องกันการเสื่อมสภาพ : การสตาร์ทเครื่องยนต์เป็นประจำจะช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วนต่าง ๆ

  • ขับรถออกมาบ้าง

หากเป็นไปได้ ควรขับรถออกมาจากที่จอดบ้าง อย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อให้ระบบต่าง ๆ ของรถยนต์ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ระบบเบรก : การขับรถจะช่วยให้ระบบเบรกทำงานและป้องกันสนิม

ระบบช่วงล่าง : การขับรถจะช่วยให้ระบบช่วงล่างทำงานและป้องกันการแข็งตัว

ระบบปรับอากาศ : การขับรถจะช่วยให้ระบบปรับอากาศทำงานและป้องกันการอุดตัน

ช่วงเวลาที่ควรสตาร์ทรถยนต์

ระยะเวลาจอดรถความถี่ในการสตาร์ทข้อควรระวัง
น้อยกว่า 1 สัปดาห์ไม่จำเป็น
1 – 4 สัปดาห์1 สัปดาห์/ครั้งสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ 10-15 นาที
1 – 3 เดือน2 สัปดาห์/ครั้งตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องและน้ำหล่อเย็นก่อนสตาร์ท
มากกว่า 3 เดือน1 เดือน/ครั้งควรนำรถไปตรวจเช็คสภาพโดยช่างผู้ชำนาญ

รถจอดนาน 2 ปี ควรดูแลอย่างไรบ้าง?

หาก รถจอดนาน2ปี โดยไม่ได้ใช้งาน การดูแลรักษาเป็นพิเศษเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะชิ้นส่วนต่างๆ อาจเสื่อมสภาพหรือเสียหายได้ ต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรทำเมื่อนำรถกลับมาใช้งาน

  1. เปลี่ยนถ่ายของเหลวทั้งหมด

เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำหล่อเย็น และน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ เนื่องจากของเหลวเหล่านี้อาจเสื่อมสภาพเมื่อจอดทิ้งไว้นาน ๆ

  • น้ำมันเครื่อง เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่อง เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • น้ำมันเกียร์ เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ เพื่อป้องกันการสึกหรอของเกียร์
  • น้ำมันเบรก เปลี่ยนน้ำมันเบรก เพื่อให้ระบบเบรกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • น้ำหล่อเย็น เปลี่ยนน้ำหล่อเย็น เพื่อป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อน
  • น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ เปลี่ยนน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ เพื่อให้พวงมาลัยทำงานได้อย่างราบรื่น
  1. ตรวจสอบระบบเบรก

ตรวจสอบผ้าเบรก จานเบรก และน้ำมันเบรก หากพบว่าผ้าเบรกบาง หรือจานเบรกเป็นสนิม ควรเปลี่ยนใหม่

  • ผ้าเบรก ตรวจสอบความหนาของผ้าเบรก หากผ้าเบรกบาง ควรเปลี่ยนใหม่
  • จานเบรก ตรวจสอบจานเบรก หากจานเบรกเป็นสนิม หรือมีรอยขีดข่วน ควรเจียรจานเบรก หรือเปลี่ยนใหม่
  • น้ำมันเบรก เปลี่ยนน้ำมันเบรก เพื่อให้ระบบเบรกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  1. ตรวจสอบระบบช่วงล่าง

ตรวจสอบโช้คอัพ ลูกหมาก และยางหุ้มเพลา หากพบว่าโช้คอัพรั่ว ลูกหมากหลวม หรือยางหุ้มเพลาฉีกขาด ควรเปลี่ยนใหม่

  • โช้คอัพ : ตรวจสอบโช้คอัพ หากโช้คอัพรั่ว หรือมีอาการสั่นสะเทือน ควรเปลี่ยนใหม่
  • ลูกหมาก : ตรวจสอบลูกหมาก หากลูกหมากหลวม ควรเปลี่ยนใหม่
  • ยางหุ้มเพลา : ตรวจสอบยางหุ้มเพลา หากยางหุ้มเพลาฉีกขาด ควรเปลี่ยนใหม่
  1. ตรวจสอบระบบไฟฟ้า 

ตรวจสอบแบตเตอรี่ ไดชาร์จ และสายไฟ หากพบว่าแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ หรือไดชาร์จไม่ทำงาน ควรเปลี่ยนใหม่

  • แบตเตอรี่ ตรวจสอบแบตเตอรี่ หากแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ควรเปลี่ยนใหม่
  • ไดชาร์จ ตรวจสอบไดชาร์จ หากไดชาร์จไม่ทำงาน ควรซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่
  • สายไฟ ตรวจสอบสายไฟ หากสายไฟชำรุด ควรซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่
  1. ตรวจสอบยางรถยนต์

ตรวจสอบสภาพยางรถยนต์ หากยางแตกลายงา หรือหมดอายุ ควรเปลี่ยนใหม่

  • สภาพยาง ตรวจสอบสภาพยางรถยนต์ หากยางแตกลายงา หรือหมดอายุ ควรเปลี่ยนใหม่
  • ลมยาง เติมลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  1. นำรถไปตรวจสภาพ

หลังจากทำการบำรุงรักษาเบื้องต้นแล้ว ควรนำรถไปตรวจสภาพโดยช่างผู้ชำนาญ เพื่อตรวจสอบความพร้อมใช้งานของรถยนต์

ตรวจสอบระบบต่าง ๆ ช่างผู้ชำนาญจะตรวจสอบระบบต่าง ๆ ของรถยนต์ และให้คำแนะนำในการบำรุงรักษาเพิ่มเติม

รถจอดทิ้งไว้นาน

สตาร์ทรถบ่อยมีผลเสียอะไรบ้าง?

หลายคนอาจเข้าใจว่าการ สตาร์ทรถบ่อยมีผลเสียอะไรบ้าง เพราะกลัวว่าการสตาร์ทรถบ่อย ๆ จะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การสตาร์ทรถบ่อย ๆ ไม่ได้มีผลเสียมากนัก หากทำอย่างถูกวิธี

  • การสึกหรอของเครื่องยนต์

การสตาร์ทเครื่องยนต์จะทำให้เกิดการสึกหรอของชิ้นส่วนต่าง ๆ แต่การสึกหรอนี้มีน้อยมาก และไม่ส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ในระยะยาว

การหล่อลื่น การสตาร์ทเครื่องยนต์จะช่วยให้เครื่องยนต์ได้รับการหล่อลื่นอย่างทั่วถึง

การสึกหรอ การสึกหรอจากการสตาร์ทเครื่องยนต์มีน้อยมาก และไม่ส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ในระยะยาว

  • การสิ้นเปลืองน้ำมัน

การสตาร์ทเครื่องยนต์จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน แต่ปริมาณน้ำมันที่สิ้นเปลืองมีน้อยมาก

ปริมาณน้ำมัน ปริมาณน้ำมันที่สิ้นเปลืองในการสตาร์ทเครื่องยนต์มีน้อยมาก

การประหยัดน้ำมัน การดูแลรักษารถยนต์อย่างถูกวิธีจะช่วยประหยัดน้ำมันได้มากกว่า

  • การปล่อยมลพิษ

การสตาร์ทเครื่องยนต์จะทำให้ปล่อยมลพิษ แต่ปริมาณมลพิษที่ปล่อยออกมามีน้อยมาก

ปริมาณมลพิษ ปริมาณมลพิษที่ปล่อยออกมาจากการสตาร์ทเครื่องยนต์มีน้อยมาก

การรักษาสิ่งแวดล้อม การดูแลรักษารถยนต์อย่างถูกวิธีจะช่วยลดการปล่อยมลพิษได้มากกว่า

รถไม่ค่อยได้ขับ แบตเตอรี่ต้องดูแลอย่างไร?

สำหรับ รถไม่ค่อยได้ขับ แบตเตอรี่ มักเป็นปัญหาที่พบบ่อย เนื่องจากแบตเตอรี่จะคายประจุไฟเมื่อไม่ได้ใช้งาน ต่อไปนี้คือวิธีดูแลแบตเตอรี่สำหรับรถที่ไม่ค่อยได้ขับ

  • ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม

ก่อนจอดรถทิ้งไว้ ควรชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม เพื่อให้มีไฟเพียงพอในการสตาร์ทเครื่องยนต์

การชาร์จ : การชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มจะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่

  • ถอดขั้วแบตเตอรี่

การถอดขั้วแบตเตอรี่จะช่วยป้องกันการคายประจุไฟ และยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่

การป้องกันการคายประจุ : การถอดขั้วแบตเตอรี่จะช่วยป้องกันการคายประจุไฟ

การยืดอายุการใช้งาน : การถอดขั้วแบตเตอรี่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่

  • ใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัตโนมัติ

เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัตโนมัติจะช่วยรักษาประจุไฟในแบตเตอรี่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

การรักษาประจุไฟ : เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัตโนมัติจะช่วยรักษาประจุไฟในแบตเตอรี่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

การป้องกันแบตเตอรี่เสื่อม : เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัตโนมัติจะช่วยป้องกันแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ

รถยนต์จอดนานสตาร์ทไม่ติด

รถจอดนานแอร์ไม่เย็น ทำอย่างไร?

ปัญหา รถจอดนานแอร์ไม่เย็น อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น น้ำยาแอร์รั่ว คอมเพรสเซอร์แอร์เสีย หรือระบบปรับอากาศมีสิ่งสกปรกอุดตัน

  • ตรวจสอบน้ำยาแอร์

ตรวจสอบระดับน้ำยาแอร์ หากน้ำยาแอร์ต่ำกว่าปกติ อาจมีรอยรั่วในระบบ

การตรวจสอบ : ตรวจสอบระดับน้ำยาแอร์โดยใช้เกจวัดน้ำยาแอร์

การแก้ไข : หากน้ำยาแอร์ต่ำกว่าปกติ ควรเติมน้ำยาแอร์ และตรวจสอบหารอยรั่ว

  • ตรวจสอบคอมเพรสเซอร์แอร์

ตรวจสอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ หากคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ทำงาน อาจต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่

การตรวจสอบ : ฟังเสียงการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์

การแก้ไข : หากคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ทำงาน ควรซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่

  • ตรวจสอบระบบปรับอากาศ

ตรวจสอบระบบปรับอากาศ หากมีสิ่งสกปรกอุดตัน อาจต้องล้างระบบปรับอากาศ

การตรวจสอบ : ตรวจสอบช่องระบายอากาศ และไส้กรองอากาศ

การแก้ไข : หากมีสิ่งสกปรกอุดตัน ควรล้างระบบปรับอากาศ และเปลี่ยนไส้กรองอากาศ

  • เปิดแอร์ไล่ความชื้น

หากรถจอดทิ้งไว้นาน ควรเปิดแอร์ไล่ความชื้นบ้าง เพื่อป้องกันเชื้อราและการอุดตัน

การเปิดแอร์ : เปิดแอร์ไล่ความชื้นประมาณ 10-15 นาที สัปดาห์ละครั้ง

การป้องกัน : การเปิดแอร์ไล่ความชื้นจะช่วยป้องกันเชื้อราและการอุดตัน

การดูแล รถไม่ค่อยได้ขับ หรือ รถจอดทิ้งไว้นาน เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อรักษาสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานเมื่อต้องการ และป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการจอดทิ้งไว้นาน ๆ ควรทำความสะอาดรถยนต์ เติมน้ำมันให้เต็มถัง ดูแลแบตเตอรี่ เติมลมยางให้มากกว่าปกติ ป้องกันหนูและแมลง คลุมผ้าคลุมรถ และสตาร์ทเครื่องยนต์เป็นประจำ

หาก รถยนต์จอดนานสตาร์ทไม่ติด ควรตรวจสอบแบตเตอรี่ ระบบเชื้อเพลิง และระบบสตาร์ท หาก รถจอดนาน 2 ปี ควรเปลี่ยนถ่ายของเหลวทั้งหมด ตรวจสอบระบบเบรก ระบบช่วงล่าง ระบบไฟฟ้า และยางรถยนต์ การ สตาร์ทรถบ่อย ๆ ไม่ได้มีผลเสียมากนัก หากทำอย่างถูกวิธี และควรดูแล รถไม่ค่อยได้ขับแบตเตอรี่ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ หาก รถจอดนานแอร์ไม่เย็น ควรตรวจสอบน้ำยาแอร์ คอมเพรสเซอร์แอร์ และระบบปรับอากาศ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ จอดรถทิ้งไว้นาน ๆ และต้องการดูแลรักษารถยนต์ของท่านให้มีสภาพดี พร้อมใช้งานอยู่เสมอ และหากอยากเลือกประกันรถยนต์ที่เหมาะกับรถยนต์ที่จอดแช่นาน ๆ แรบบิท แคร์ จะขอแนะนำ ประกันชั้น 3+ นอกจากจะสบายกระเป๋า ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมเหมาะกับรถที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน หรือจะลองเปรียบเทียบประกันรถยนต์อื่น ๆ จาก แรบบิท แคร์ ก่อน ก็ได้เช่นกัน เพราะที่นี้มีแบบแผนประกันที่หลากหลายให้คุณได้เลือกได้ตรงกับไลฟ์สไตล์การขับขี่ของคุณแน่นอน คลิกเลย!

สรุป

หากมีความจำเป็นต้องรถจอดทิ้งไว้นาน การดูแลรถให้คงสภาพไว้ดีอยู่เสมอ นอกจากจะช่วยให้รถยนต์พร้อมใช้งานแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานไม่ให้ทรุดโทรม ผุพังง่ายอีกด้วย โดยการดุแลรถที่จอดทิ้งไว้นาน ๆ มีดังนี้

– ทำความสะอาดอยู่เสมอทั้งภายในภายนอก
– เติมน้ำมันให้เต็มถังจะช่วยลดโอกาสการเกิดสนิมในถังน้ำมัน
– ควรชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนจอด และถอดขั้วแบตเตอรี่ออกเพื่อป้องกันการคายประจุ
– ควรเติมลมยางให้มากกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อป้องกันยางแบนหรือเสียรูปทรง
– ใช้ผ้าคลุมรถเพื่อป้องกันฝุ่น กันแดด และเลือกจอดในที่ร่ม
– สตาร์ทรถสัปดาห์ละครั้ง

ที่มา

เปรียบเทียบประกันรถยนต์ ซื้อประกันภัยรถยนต์

ระบุยี่ห้อรถของคุณ

บทความแคร์รถยนต์

ดูแลรถยนต์ที่ลุยน้ำท่วมมา

แคร์รถยนต์

บทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าของรถ หลังน้ำท่วมรถยนต์ ปี 2568

น้ำท่วมรถยนต์ในปี 2568 ไม่ได้สร้างความเสียหายแค่ “ตัวถัง” แต่ลุกลามถึง เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายซ่อมหลักแสน
กองบรรณาธิการ
17/12/2025
ตรวจสภาพรถ

แคร์รถยนต์

ตรวจสภาพรถ ต้องรู้อะไรบ้าง? รวมทุกเรื่องที่คนมีรถควรเข้าใจ

หากคุณเป็นเจ้าของรถยนต์หรือกำลังจะซื้อรถยนต์มือสอง การตรวจสภาพรถ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะไม่ใช่เพียงแค่เป็นข้อบังคับตามกฎหมายเท่านั้น
Thirakan T
09/07/2025
โอนรถ

แคร์รถยนต์

โอนรถ ยากหรือไม่ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?

การซื้อขายรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง สิ่งที่สำคัญที่สุดหลังจากการตกลงซื้อขายกันเรียบร้อย คือ "การโอนรถ"
Thirakan T
09/07/2025