ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไร ได้เยอะหรือไม่ ?

Tawan
ผู้เขียน: Tawan Published: ตุลาคม 25, 2022
Tawan
Tawan
Tawan นักเขียนมืออาชีพด้านประกันรถยนต์และประกันชีวิตที่จบปริญญาตรี สาขาภาษาศาสตร์ (สาขาย่อย การตลาด) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยจากสำนักงานคณะกรรมการประกันภัย (OIC) มีประสบการณ์กว่า 7 ปี ในการสื่อสารองค์กร การจัดการสื่อการตลาด การเขียนเนื้อหา และกลยุทธ์ SEO มีความเชี่ยวชาญในการเขียนเนื้อหา Motor Insurance, Fire, Marine และ Miscellaneous Insurance มีประสบการณ์ทำงานกับ Rabbit Care (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันชั้นนำของไทย) , Asia Direct Broker (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์)และ Syn Mun Kong Insurance (บริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำไทย SET-listed)
Tawan
ตรวจทาน: คะน้าใบเขียว Last edited: กรกฎาคม 8, 2025
Tawan
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience)
ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนขึ้น หลายคนอาจเข้าใจว่าประกันภัยจะดูแลแค่ค่าซ่อมรถเท่านั้น แต่ในความจริงแล้วยังมีอีกหนึ่งสิทธิที่ผู้เอาประกันมีโอกาสเรียกร้องได้ นั่นก็คือ “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” ซึ่งเป็นสิทธิที่ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องจากบริษัทประกันของคู่กรณีได้ หากรถของเราอยู่ในระหว่างซ่อม และไม่สามารถใช้งานได้ ดังนั้นในบทความนี้ แรบบิท แคร์ จะมาอธิบายอย่างละเอียดให้ทุกคนทราบว่า ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถคืออะไร ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ได้เท่าไหร่ ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ต้องยื่นอย่างไร และภายในกี่วันถึงจะได้รับเงินค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไร ?

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือ ค่าชดเชยที่ผู้เสียหายมีสิทธิ์ได้รับจากบริษัทประกันของฝ่ายผิด (คู่กรณี) ในกรณีที่รถของเราไม่สามารถใช้งานได้ระหว่างรอการซ่อมแซมหลังจากเกิดอุบัติเหตุ โดยหลักการของสิทธิค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถนี้ คือ เพื่อชดเชยการสูญเสียโอกาสในการใช้รถ เช่น การเดินทาง การทำงาน หรือธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการใช้รถเป็นหลัก ซึ่งค่าชดเชยนี้จะได้รับในรูปแบบการคิดเป็นรายวัน

ได้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ สูงสุดกี่วัน ?

ในส่วนของระยะเวลาการได้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ กฎหมาย​​ รวมถึงแนวปฏิบัติของสำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) บริษัทประกันภัยได้กำหนดว่าจะมีการชดเชยค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถให้ผู้เสียหายตามระยะเวลาที่เหมาะสม โดยทั่วไปจะจ่ายค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถอยู่ระหว่าง 7 – 15 วัน แล้วแต่กรณี และความเสียหายของรถ โดยพิจารณาค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจากระยะเวลาในการซ่อมจริงเป็นสำคัญ กล่าวคือหากรถต้องซ่อมนานเป็นเดือน อาจมีการเจรจาขอเพิ่มระยะเวลาชดเชยค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้นั่นเอง

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถนับวันยังไง ?

การนับวันค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่รถเข้าสู่อู่ซ่อมอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะต้องมีเอกสารยืนยัน เช่น ใบรับรถจากอู่ซ่อม หรือหนังสือส่งมอบรถให้ซ่อม โดยจะนับเฉพาะวันที่รถซ่อมอยู่จริง ไม่รวมวันหยุด หรือวันที่ลูกค้าไม่ติดต่ออู่ หรือล่าช้าเอง เช่น ไม่ส่งรถเข้าซ่อมทันทีหลังจากเกิดอุบัติเหตุหรือได้รับอนุมัติการเคลมแล้ว เพื่อป้องกันการขอเบิกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถที่เกินความเป็นจริง

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ สูงสุดกี่วัน

ได้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ วันละเท่าไหร่ ?

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจะได้รับในอัตราที่แตกต่างกันตามประเภทของรถ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ วันละ 200 – 500 บาท แล้วแต่ประเภทของรถและข้อตกลงกับบริษัทประกัน เช่น

  • รถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป จะได้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถวันละประมาณ 300 บาท
  • รถยนต์เชิงพาณิชย์ หรือรถรับจ้าง จะได้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถวันละประมาณ 500 บาท
  • รถจักรยานยนต์ จะได้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถวันละประมาณ 200 บาท

ทั้งนี้อัตราค่าชดเชยอาจสูงกว่านี้หากผู้เสียหายมีเอกสารแสดงรายได้ หรือความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถที่ชัดเจน เช่น เอกสารรับงาน ข้อมูลธุรกิจ หรือใบเสร็จค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้น

ต้องการค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ต้องยื่นภายในกี่วัน ?

ผู้เสียหายควรยื่นคำร้องขอรับค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถในทันทีหลังจากส่งรถเข้าซ่อม หรือในขณะที่อยู่ระหว่างการดำเนินการเคลม โดยทั่วไปแล้วควรดำเนินการยื่นขอค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับจากวันที่เกิดเหตุ หรือส่งรถเข้าอู่ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกินระยะเวลาที่บริษัทประกันใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาสิทธิ หากยื่นช้าเกินไปอาจมีปัญหาเรื่องเอกสาร หรือการยืนยันระยะเวลาได้

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ กี่วันได้เงิน ?

ระยะเวลาในการได้รับเงินค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ จะขึ้นอยู่กับขั้นตอนการพิจารณา และการอนุมัติของบริษัทประกัน ซึ่งโดยทั่วไปหากเอกสารครบถ้วน และไม่มีข้อโต้แย้ง ผู้เอาประกันจะได้รับเงินค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถภายใน 15 – 30 วัน นับจากวันที่ยื่นเอกสารครบถ้วน อย่างไรก็ตามหากมีการดำเนินการล่าช้า หรือบริษัทประกันไม่ดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนด ผู้เสียหายสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ คปภ. ได้เช่นกัน

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ นับวัน ยัง ไง

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ไม่มีคู่กรณี เบิกได้ไหม ?

ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุโดยไม่มีคู่กรณี เช่น รถชนเสาไฟ ชนกำแพง หรือชนสิ่งกีดขวางเอง ผู้เอาประกันจะไม่สามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจากบริษัทประกันของบุคคลอื่นได้ เพราะไม่มีคู่กรณีที่รับผิดชอบ อย่างไรก็ตามหากผู้ขับขี่ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้ ยังมีโอกาสได้รับค่าชดเชยบางส่วนจากบริษัทประกันของตนเอง

ทั้งนี้ต้องตรวจสอบว่าเงื่อนไขกรมธรรม์ระบุไว้หรือไม่ว่าครอบคลุมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ หรือมีการระบุวงเงินค่าใช้จ่ายทดแทนรถระหว่างซ่อมหรือไม่ หากมีการระบุไว้ในสัญญา ก็สามารถใช้สิทธิ์ยื่นคำร้องกับบริษัทประกันของตนได้ทันที พร้อมแนบเอกสาร เช่น ใบรับรถจากอู่ ระยะเวลาการซ่อม และคำร้องขอค่าชดเชย ดังนั้นสำหรับเจ้าของรถคนไหนที่ต้องการป้องกันความเสี่ยง จึงควรที่จะทำประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ แรบบิท แคร์ เอาไว้นั่นเอง

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คู่กรณีไม่มีประกัน เบิกได้ไหม ?

หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น และฝ่ายคู่กรณีไม่มีประกันรถยนต์ ผู้เสียหายจะไม่สามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากบริษัทประกันของคู่กรณีได้ เพราะไม่มีบริษัทประกันให้เรียกเก็บเงินค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ อย่างไรก็ตามยังสามารถดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายโดยตรงกับตัวบุคคลคู่กรณีผ่านช่องทางทางแพ่ง เช่น การเจรจา การทำบันทึกข้อตกลง หรือแม้แต่การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อศาล ซึ่งในส่วนของค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถถือเป็นหนึ่งในค่าเสียหายที่สามารถเรียกร้องได้ โดยควรมีหลักฐานที่ชัดเจน เช่น ใบรับรถจากอู่ ระยะเวลาในการซ่อม เอกสารแสดงความเสียหาย และเอกสารยืนยันความจำเป็นในการใช้รถ เพื่อประกอบการฟ้องร้อง หรือยื่นเรื่องต่อศาล หากผู้เสียหายมีประกันชั้น 1 อาจพิจารณาเบิกค่าใช้จ่ายจากประกันของตนเองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

เอกสารเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

ในการยื่นขอค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ผู้เสียหายต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อให้บริษัทประกันสามารถพิจารณา และอนุมัติค่าชดเชยได้รวดเร็ว โดยเอกสารที่ใช้มีดังต่อไปนี้

  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้เอาประกัน ใช้ยืนยันตัวตนผู้ขอรับสิทธิ์
  • สำเนาทะเบียนรถ (หน้าที่แสดงชื่อเจ้าของรถ) เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของรถ และความเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ
  • สำเนากรมธรรม์ประกันภัยของคู่กรณี (ถ้ามี) ใช้ในการอ้างอิงถึงสิทธิการเรียกร้องต่อบริษัทประกันของคู่กรณี
  • ใบเคลมจากบริษัทประกัน เพื่อแสดงว่าได้มีการแจ้งเหตุและได้รับอนุมัติให้ซ่อมแล้ว
  • ใบรับรถจากอู่ หรือหนังสือส่งมอบรถให้ซ่อม เพื่อแสดงวันที่รถเริ่มเข้าสู่กระบวนการซ่อม (เป็นจุดเริ่มต้นของการนับวันค่าขาดประโยชน์)
  • ใบเสร็จ หรือเอกสารจากอู่แสดงวันรับรถคืน ใช้ระบุจำนวนวันทั้งหมดที่รถไม่สามารถใช้งานได้จริง
  • แบบฟอร์มคำร้องขอค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ บริษัทประกันส่วนใหญ่มักมีแบบฟอร์มเฉพาะ ผู้ขอควรกรอกให้ครบถ้วน พร้อมลงชื่อรับรอง
  • เอกสารประกอบอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น ใบเสร็จค่าเดินทางระหว่างรถซ่อม หรือหลักฐานประกอบรายได้ (ในกรณีที่ผู้เสียหายใช้รถเพื่อหารายได้)

เอกสารเหล่านี้ควรแนบส่งให้ครบถ้วน และชัดเจน เพื่อให้บริษัทประกันสามารถดำเนินการอนุมัติค่าชดเชยได้โดยไม่ล่าช้า หากเอกสารไม่ครบ บริษัทประกันอาจขอข้อมูลเพิ่มเติม หรือปฏิเสธการจ่ายค่าขาดประโยชน์ได้นั่นเอง

ขั้นตอนการเคลมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

  • แจ้งบริษัทประกันของคู่กรณีที่เป็นฝ่ายผิด 
  • นำรถยนต์ไปที่ศูนย์ หรืออู่ซ่อม เพื่อประเมินความเสียหาย พร้อมยื่นใบเคลมเพื่อแจ้งซ่อม
  • แจ้งศูนย์หรืออู่ให้ถ่ายรูปตอนซ่อมรถแล้วส่งมาให้เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
  • เมื่อรถซ่อมเสร็จก็ให้ไปรับรถ พร้อมขอสำเนาใบรับรถ หรือหนังสือส่งมอบรถเสร็จที่ระบุวันที่ไว้อย่างชัดเจน
  • รวบรวมใบเสร็จ เอกสารค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่าง ๆ เพื่อเป็นหลักฐานในการขอรับค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ
  • จัดเตรียมเอกสารให้เรียบร้อย ตรวจสอบรายละเอียดความถูกต้อง และยื่นเอกสารกับบริษัทประกันภัย

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เป็นสิทธิที่ผู้เสียหายจากอุบัติเหตุสามารถเรียกร้องจากบริษัทประกันของคู่กรณีได้ตามสมควร ไม่เพียงแค่ช่วยชดเชยค่าเสียโอกาส แต่ยังเป็นเครื่องมือในการเรียกร้องความยุติธรรมทางการเงินอีกด้วย ผู้ใช้รถจึงควรทำความเข้าใจสิทธินี้ให้ชัดเจน เก็บเอกสารให้ครบ และติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เสียสิทธิที่ควรได้รับอย่างแท้จริง

เปรียบเทียบบัตรเครดิตที่ใช่ สมัครเลย!
icon angle up or down

สามารถเลือกได้มากกว่า 1 ข้อ

เด็กจบใหม่ รักการท่องเที่ยว รักการช้อปปิ้ง รักความหรูหรา รักสุขภาพ รักการกิน
  

สรุป

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือ ค่าชดเชยที่ผู้เสียหายมีสิทธิ์ได้รับจากบริษัทประกันของคู่กรณีเมื่่อมีการตัดสินว่าผิด เนื่องจากรถของเราไม่สามารถใช้งานได้ระหว่างรอการซ่อมแซมหลังจากเกิดอุบัติเหตุดั่งกล่าว โดยทั่วไปจะจ่ายค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถอยู่ระหว่าง 7 – 15 วัน แล้วแต่กรณี และความเสียหายของรถ และจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่รถเข้าสู่อู่ซ่อมอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเฉลี่ยได้ประมาณวันละ 200 – 500 บาท แล้วแต่ประเภทของรถและข้อตกลงกับบริษัทประกัน

ที่มา

แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์

แรบบิท แคร์ รวบรวมประกันภัยรถยนต์จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว

  • เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
  • มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ

บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

 

บทความแคร์เรื่องประกันยานยนต์

ความคุ้มครองประกันรถยนต์ชั้น 3

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มอะไรบ้าง แล้วต่างจาก พ.ร.บ. ยังไง

ประกันรถยนต์ชั้น 3 เบี้ยต่ำสุดในทุกชั้น คุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อคู่กรณี ไม่มีซ่อมรถเรา รถหาย หรือไฟไหม้ เหมาะกับรถเก่าที่ยังต้องการคุ้มครอง กรณีชนรถราคาแพงในราคาประหยัดที่สุด
กองบรรณาธิการ
02/06/2026
ประกันรถยนต์ชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันรถยนต์ชั้น 2 คุ้มอะไรบ้าง และไม่คุ้มอะไร รู้ก่อนตัดสินใจซื้อ

ประกันรถยนต์ชั้น 2 เด่นเรื่องคุ้มครองรถหายและไฟไหม้ในราคาประหยัด แต่ไม่ซ่อมรถเราไม่ว่ากรณีใด เหมาะกับผู้ขับขี่ชำนาญที่จอดรถในพื้นที่เสี่ยง และรับความเสี่ยงค่าซ่อมตัวเองได้
กองบรรณาธิการ
02/06/2026
ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง ฉบับครบจบในที่เดียว

ประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองครบที่สุดในทุกชั้น รวมถึงซ่อมรถเราได้แม้ชนเองไม่มีคู่กรณี และคุ้มครองน้ำท่วมเป็นมาตรฐาน เหมาะกับรถใหม่ รถที่ยังผ่อนอยู่ หรือผู้ที่ต้องการความอุ่นใจสูงสุด
กองบรรณาธิการ
02/06/2026