ค่ารักษาพยาบาลเด็กในไทยแพงแค่ไหน ?

Thirakan T
ผู้เขียน: Thirakan T Published: พฤษภาคม 8, 2026
Thirakan T
Thirakan T
Thirakan Thongseenual เป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์มากกว่า 3 ปี ที่ RabbitCare และ Asia Direct โดยมีความชำนาญในประกันรถยนต์ เน้นเขียนบทความที่เผยแพร่บน Blog และมีความเชี่ยวชาญด้าน SEO กว่า 4 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้ใช้ในการสร้างความรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของ RabbitCare อย่างมีประสิทธิภาพ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปริญญาตรี สาขา Information Technology
Thirakan T
แก้ไขโดย: Tawan Last edited: กรกฎาคม 7, 2026
Thirakan T
Tawan
Tawan นักเขียนมืออาชีพด้านประกันรถยนต์และประกันชีวิตที่จบปริญญาตรี สาขาภาษาศาสตร์ (สาขาย่อย การตลาด) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยจากสำนักงานคณะกรรมการประกันภัย (OIC) มีประสบการณ์กว่า 7 ปี ในการสื่อสารองค์กร การจัดการสื่อการตลาด การเขียนเนื้อหา และกลยุทธ์ SEO มีความเชี่ยวชาญในการเขียนเนื้อหา Motor Insurance, Fire, Marine และ Miscellaneous Insurance มีประสบการณ์ทำงานกับ Rabbit Care (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันชั้นนำของไทย) , Asia Direct Broker (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์)และ Syn Mun Kong Insurance (บริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำไทย SET-listed)
ค่ารักษาพยาบาลเด็ก

การมีลูกไม่ได้มีแค่ค่าเลี้ยงดูในชีวิตประจำวัน แต่ “ค่ารักษาพยาบาล” คือหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่หลายครอบครัวมักประเมินต่ำเกินไป โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็กที่มีโอกาสป่วยบ่อย ทั้งโรคทั่วไปและโรคระบาดตามฤดูกาล บทความนี้จะพาไปเจาะลึกค่าใช้จ่ายจริงที่พ่อแม่ต้องรู้ พร้อม Insight สำหรับวางแผนการเงินครอบครัวได้จริง โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็กที่มีโอกาสป่วยบ่อย ทั้งโรคทั่วไปและโรคระบาดตามฤดูกาล

ภาพรวมค่ารักษาเด็กในไทย

ค่ารักษาพยาบาลของเด็กแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้งราคา ความสะดวก และระยะเวลารอคอย

โรงพยาบาลรัฐ
300 – 1,000 ฿
ค่ารักษาเฉลี่ย / ครั้ง
  • ค่าใช้จ่ายต่ำมาก
  • เหมาะกับโรคทั่วไป ไม่เร่งด่วน
  • ใช้เวลารอนาน
โรงพยาบาลเอกชน
500 – 2,000+ ฿
ค่ารักษาเฉลี่ย / ครั้ง
  • บริการรวดเร็ว มีแพทย์เฉพาะทาง
  • เหมาะกับกรณีต้องการความสะดวก
  • ค่าใช้จ่ายสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

ค่ารักษา OPD (ผู้ป่วยนอก)

กรณีเด็กป่วยทั่วไป เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ หรือภูมิแพ้ ค่าใช้จ่ายจะอยู่ในระดับไม่สูงมาก — แต่หากเด็กป่วยบ่อย เดือนละ 2–3 ครั้ง ค่าใช้จ่ายต่อปีอาจสะสมเป็นหลักหมื่นได้

โรงพยาบาลรัฐ (OPD)
300 – 800 ฿
ต่อครั้ง สำหรับโรคทั่วไป
โรงพยาบาลเอกชน (OPD)
800 – 2,000 ฿
ต่อครั้ง สำหรับโรคทั่วไป

ค่ารักษา IPD (นอนโรงพยาบาล) โรคยอดฮิตในเด็ก

จุดที่ทำให้ค่าใช้จ่ายพุ่งสูงคือการแอดมิท ขึ้นอยู่กับระยะเวลานอน ประเภทห้อง และโรงพยาบาลที่เลือก

มือเท้าปาก
30,000 ฿
สูงสุด 120,000 ฿
ไข้หวัดใหญ่
40,000 ฿
สูงสุด 70,000 ฿
ไข้เลือดออก
40,000 ฿
สูงสุด 50,000 ฿
RSV
10,000 ฿
สูงสุด 100,000 ฿

ค่าวัคซีนและการดูแลสุขภาพระยะยาว

นอกจากค่ารักษาเมื่อป่วย ยังมีค่าใช้จ่ายด้านการป้องกันที่ต้องวางแผน

วัคซีนพื้นฐาน (ระบบรัฐ)
ฟรี
ในระบบโรงพยาบาลรัฐ
วัคซีนเสริม
500 – 1,800 ฿
ต่อเข็ม (เลือกเพิ่มเติม)

ค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องคำนึง: ค่ายา · ค่าอุปกรณ์ดูแลสุขภาพ · ค่าอาหารเสริมและโภชนาการ

พ่อแม่หลายคนเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เช่น การเลือกอาหารที่มีคุณภาพ วัตถุดิบสะอาด เหมาะกับเด็ก เพื่อลดโอกาสการเจ็บป่วยในระยะยาว

สรุปค่าใช้จ่ายต่อปี (โดยประมาณ)

หากรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว สามารถประเมินคร่าว ๆ ได้ดังนี้

รายการ ต่ำสุด สูงสุด
ค่ารักษาทั่วไป (OPD) 5,000 ฿ 15,000 ฿
ค่าวัคซีน 3,000 ฿ 10,000 ฿
ค่าเจ็บป่วยหนัก (IPD) / ครั้ง 10,000 ฿ 100,000+ ฿
ขั้นต่ำต่อปี (ไม่มีแอดมิท) ~10,000 ฿ ~25,000 ฿
“ค่ารักษาเด็กไม่แพงทุกครั้ง — แต่จะแพงมากในบางครั้ง”
ค่าใช้จ่ายปกติ
ควบคุมได้
ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
คาดเดายาก

ปัจจัยที่ทำให้ค่ารักษาเด็กแพงขึ้น

เข้าใจต้นเหตุ เพื่อวางแผนรับมือได้ตรงจุด

1

โรคระบาดในเด็ก

RSV หรือไข้หวัดใหญ่ มักระบาดในช่วงฤดูฝน ทำให้ค่าใช้จ่ายพุ่งสูงกะทันหัน
2

การเลือกโรงพยาบาล

เอกชนระดับพรีเมียมมีค่าบริการสูงกว่าโรงพยาบาลรัฐอย่างมีนัยสำคัญ
3

พฤติกรรมสุขภาพ

เด็กที่ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ มีโอกาสป่วยบ่อยและค่าใช้จ่ายสะสมสูงขึ้น
4

โภชนาการ

อาหารมีผลโดยตรงต่อภูมิคุ้มกัน การเลือกอาหารที่สะอาดและเหมาะสมกับวัยเป็นสิ่งสำคัญ

วิธีลดภาระค่ารักษาเด็ก

การวางแผนที่ดีไม่ใช่แค่การประหยัด แต่คือการ “เตรียมพร้อม”

ลดความเสี่ยงค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ โดยเฉพาะกรณีแอดมิท

ใช้บริการรัฐเมื่อเหมาะสม

โรคทั่วไปไม่เร่งด่วน ใช้โรงพยาบาลรัฐลดค่าใช้จ่ายได้มาก

เน้นการป้องกัน

ฉีดวัคซีนครบ รักษาสุขอนามัย เลือกอาหารคุณภาพดี

เตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน

ควรมีเงินสำรองอย่างน้อย 3–6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน

แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพ

แรบบิท แคร์ รวบรวมแผนประกันสุขภาพจากหลายบริษัทชั้นนำให้คุณสามารถ เปรียบเทียบประกันสุขภาพ ได้ทั้งด้านราคา ความคุ้มครอง และเงื่อนไขการรักษา ไม่ว่าจะเป็นค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่ารักษาพยาบาล หรือโรคร้ายแรง เพื่อให้คุณเลือกแผนที่เหมาะกับงบประมาณ และความต้องการของคุณได้ง่ายขึ้น พร้อมบริการซื้อประกันสุขภาพออนไลน์ในที่เดียว

  • เปรียบเทียบประกันสุขภาพจากหลายบริษัทในหน้าเดียว
  • เลือกแผนความคุ้มครองได้ตามงบประมาณและความต้องการ
  • มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำก่อนตัดสินใจซื้อ

บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับอนุญาตจาก คปภ. โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นในกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง

ประกันสุขภาพ Rabbit Care


บทความแนะนำอื่นๆ : สุขภาพและประกันสุขภาพ

Admit ไม่ครบ 24 ชั่วโมง เคลมประกันชดเชยรายได้ ได้ไหม โรคภูมิแพ้ ทำประกันได้ไหม

 

บทความแคร์ประกันสุขภาพ

Rabbit Care Health Protect by Viriyah

แคร์ประกันสุขภาพ

Rabbit Care Health Protect by Viriyah ดีไหม? คุ้มครองอะไร ? รีวิวปี 2569

Rabbit Care Health Protect by Viriyah บทความนี้พาไปทำความรู้จักรายละเอียดความคุ้มครอง จุดเด่น ราคา ผู้ที่เหมาะกับแผนนี้ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
คะน้าใบเขียว
15/06/2026
ควรเลือก AIA Health Happy หรือ Generali Health Lump Sum Plus?

แคร์ประกันสุขภาพ

AIA Health Happy vs Generali Health Lump Sum Plus คุ้มครองต่างกันอย่างไร?

หากคุณกำลังเปรียบเทียบระหว่าง AIA Health Happy และ Generali Health Lump Sum Plus บทความนี้จะพาไปเจาะลึกความแตกต่าง เพื่อช่วยให้คุณเลือกได้ง่ายขึ้น
Thirakan T
15/06/2026