จีนฉุน! ทรัมป์ ขู่เพิ่มภาษี ทำเศรษฐกิจปั่นป่วนทั่วโลก

กองบรรณาธิการ
ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ Published: ตุลาคม 17, 2018
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย ของ แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี
คะน้าใบเขียว
แก้ไขโดย: คะน้าใบเขียว Last edited: ตุลาคม 21, 2018
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
จีนฉุน ทรัมป์
  • ทรัมป์ประกาศ จ่อขึ้นภาษีสินค้าจีน มูลค่า 267,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปกติเก็บภาษีอยู่ที่ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการประกาศสงครามทางเศรษฐกิจกับจีน ทำเอาราคาทองคำผันผวนหนักทั่วโลก
  • พลิกวิกฤติเป็นโอกาส รัฐบาลไทยหนุนให้ส่งออกสินค้าในกลุ่มเหล็กและอะลูมิเนียม กลุ่มเคมีภัณฑ์ และกลุ่มอาหารทะเลสดแช่เย็น เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศ

ยังคงเป็นดราม่าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปียันปลายปีเลยก็ว่าได้ กับเหตุการณ์ที่ทำเอานักลงทุน นักธุรกิจทั่วโลกต้องกังวลกันเป็นแถบ เพราะ สหรัฐฯ ที่นำโดย ทรัมป์ ขู่ขึ้นภาษีสินค้าจีน ทำเอาพี่จีนและประเทศทั่วโลกไปไม่ถูกกันเลย

ซึ่งไม่นานมานี้เอง ทรัมป์ก็ขู่ขึ้นภาษีจีนอีกแล้วค่ะ แต่ครั้งนี้ทำเอาราคาทองคำผันผวน จนนักเก็งกำไรทองปวดหัวกันไปเลยค่ะ ว่าแต่ราคาทองที่ผันผวนจะขึ้นๆ ลงๆ เท่าไหร่บ้าง Rabbit Care จะพาไปดูเองค่ะ


สินค้าจีน แย่งตลาดสหรัฐ
ขอบคุณภาพจาก : atimes.com

ทรัมป์ ทำราคาทองปั่นป่วน นักเก็งกำไรปวดหัวกันเป็นแถบ

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศ จ่อขึ้นภาษีสินค้าจีน มูลค่า 267,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปกติเก็บภาษีอยู่ที่ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการประกาศสงครามทางเศรษฐกิจกับจีนเลยก็ว่าได้

แท้จริงแล้วก็ไม่ใช่แค่ประเทศจีนหรอกค่ะที่ได้รับผลกระทบ เพราะตอนนี้ต่างประเทศทั่วโลกก็ได้รับผลจากคำประกาศของทรัมป์กันถ้วนหน้า แม้แต่ตลาดทองคำเองก็เช่นกัน

ในวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตลาดทองคำบ้านเราปั่นป่วนหัวหมุนเลยค่ะ ราคาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แค่วันเดียวราคาทองขึ้นไป 3 รอบ รอบละ 50 บาท ทำเอาราคาทองคำปรับขึ้นเป็น 150 บาท นี้คือแค่วันเดียวเท่านั้น

ซึ่งส่งผลให้ราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละอยู่ที่ 18,950 บาท ขายออกบาทละ 19,050 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,616.48 ล้านบาท และขายออกบาทละ 19,550 บาท

ทรัมป์ ทำราคาทองปั่นป่วน
ขอบคุณภาพจาก : bmg-group.com

ทีนี้เรามาดูตลาดทองต่างประเทศกันบ้าง ว่าพวกเขาได้รับผลกระทบมากน้อยอย่างไร โดยราคาทองต่างประเทศขึ้นมาระดับที่ 1,231 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อออนซ์ จากที่ตอนเช้าราคาทองอยู่ที่ 1,222 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อออนซ์

โดยนักเก็งกำไรทอง นักลงทุน และนักธุรกิจทั่วโลก ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าตัวแปรสำคัญที่ทำให้ราคาผันผวนขนาดนี้เพราะ สงครามเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ และจีนนั่นเอง


สงครามเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีน

สงครามเศรษฐกิจ ช่องทางสร้างรายได้ของประเทศไทย

ถึงสงครามเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีนจะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป เพราะสงครามครั้งนี้จะช่วยเพิ่มช่องทางทำรายได้ให้กับประเทศไทย แต่จะเป็นช่องทางไหน เรามาดูกันค่ะ

ตอนนี้ทั่วโลกมีมาตรการทางการค้าของประเทศต่างๆ ทั้งมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) มาตรการตอบโต้การอุดหนุน (CVD) และมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (SG) ซึ่งประเทศไทยของเราได้มีการศึกษามาตรการนี้ วางแผนรับมือและปรับใช้เพื่อเศรษฐกิจของประเทศ

ผลที่ได้คือมีสินค้า 3 กลุ่มด้วยกัน ทั้งกลุ่มเหล็กและอะลูมิเนียม กลุ่มเคมีภัณฑ์ และกลุ่มอาหารทะเลสดแช่เย็น/เเช่เเข็ง ที่ประเทศนำเข้ารายใหญ่ได้ใช้มาตรการนี้กับประเทศผู้ส่งออก ซึ่งการมีนโยบายนี้จะทำให้ประเทศไทยมีโอกาสส่งออกเพิ่มขึ้น

เหตุที่ประเทศไทยของเรามีโอกาสส่งออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากมาตรการทางการค้าที่กล่าวไปข้างต้น ประเทศไทยของเราไม่ถูกใช้มาตรการนี้ หรือได้รับการยกเว้น อีกทั้งคู่แข่งหลายประเทศโดนใช้มาตรการทางการค้านี้เข้าไป  เช่น

อาหารทะเลสดแช่เย็น
ขอบคุณภาพจาก : ontheluce.com

กลุ่มอาหารทะเลสดแช่เย็น/แช่เเข็ง ทางสหรัฐฯ ประเทศที่นำเข้าสินค้าใช้มาตรการ AD กับเนื้อปลาแช่เเข็งจากเวียดนาม ในอัตรา 63.88% ของราคา CIF แต่ประเทศไทยไม่ถูกใช้มาตรการนี้

หรือสหรัฐฯ ใช้มาตรการ AD กับกุ้งแช่แข็งจากจีน อินเดีย บราซิล และเวียดนามอัตราตั้งแต่ 25.76 – 112. 81% ของราคา CIF ส่วนประเทศไทยเราเก็บแค่ 5.34% ของราคา CIF นั่นเอง

นับเป็นช่องทางทำรายได้ของประเทศไทยก็ว่าได้ ไหนจะประเทศจีนที่ไม่สามารถส่งออกไปสหรัฐฯ เพราะกังวลเรื่องภาษีสินค้าจีน ประเทศไทยอย่างเราก็แทนที่ แล้วยังมีมาตรการการค้าต่างประเทศที่เราได้รับการยกเว้นอีก จะเรียกว่าเป็นนาทีทองในการสร้างรายได้ก็ไม่แปลกค่ะ เพราะงั้นใช้จังหวะนี้ให้เป็นประโยชน์ เร่งทำกำไรกันค่ะ 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เดลินิวส์ และ ประชาชาติธุรกิจ

ที่มา


บทความแนะนำอื่นๆ : เศรษฐกิจและค่าครองชีพ

เจาะลึก ค่าครองชีพของคนกรุงเทพฯ สูงสุดในภูมิภาคจริงหรือ?- Rabbit Care 4 โครงการช่วยโชห่วย ถูกดีมีมาตรฐาน และอื่น ๆ อ่านต่อ คนไทยติดอันดับ รวยที่สุดในโลก ปี 2019 ไวรัสโคโรน่า กระทบเศรษฐกิจและท่องเที่ยวไทย

บทความแคร์การเงิน

รีไฟแนนซ์บ้านต้องเตรียมอะไรบ้าง? รวมขั้นตอน เอกสารที่ใช้ ค่าใช้จ่าย และการขอเพิ่มวงเงิน

แคร์การเงิน

เปรียบเทียบรีไฟแนนซ์บ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง? 

การรีไฟแนนซ์บ้านจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและค่าผ่อนต่อเดือน ซึ่งช่วยให้มีเงินเหลือใช้มากขึ้น และสามารถผ่อนหนี้ให้หมดเร็วขึ้นได้ นอกจากนี้
Tawan
15/01/2026
สินเชื่อทะเบียนรถยนต์

แคร์การเงิน

เปรียบเทียบสินเชื่อทะเบียนรถ ธนาคารไหนดี? 

สินเชื่อทะเบียนรถ คือ การขอสินเชื่อโดยใช้เล่มทะเบียนรถยนต์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยผู้กู้ยังสามารถใช้รถได้ตามปกติ
Nok Srihong
13/01/2026
เลือกวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนอย่างไร?

แคร์การเงิน

สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคลออนไลน์ (Revolving Credit)เลือกแบบไหนดี?

สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคลออนไลน์ เหมาะกับคนที่ต้องการ “วงเงินสำรอง” ไว้ใช้ยามจำเป็น ใช้เท่าที่จำเป็น และไม่อยากกู้ใหม่ทุกครั้ง
Nok Srihong
10/01/2026