รถโดนชนท้าย เรียกร้องอะไรได้บ้าง? รวมสิทธิที่ผู้เสียหายควรรู้
ถ้าโดนชนท้ายและเราเป็นฝ่ายถูก สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ในหลายอย่าง เช่น ค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ค่าเสียหายต่อทรัพย์สินในรถ ค่ารถยก และค่าสินไหมทดแทนอื่นๆ ตามกรมธรรม์หรือกฎหมายกำหนด ดังนั้นแล้ว การรู้สิทธิ์เหล่านี้จึงช่วยให้ไม่เสียเปรียบ ได้รับการเยียวยาอย่างครบถ้วน และป้องกันการถูกคู่กรณีเอาเปรียบในการเจรจา โดยเฉพาะเมื่อคู่กรณีอาจไม่มีประกันหรือเมาแล้วขับ
รถโดนชน / โดนชนท้าย เรียกร้องอะไรได้บ้างบ้าง?
หากรถโดนชนท้าย และเป็นฝ่ายถูก สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้หลายส่วน ตัวอย่างเช่น ค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ค่าเสียหายต่อทรัพย์สินส่วนตัว และค่ารถยก/ลาก ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหลายเหล่านี้บริษัทประกันของฝ่ายผิดจะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ตามที่สัญญากรมธรรม์กำหนด
รถโดนชนท้าย ใครเป็นฝ่ายผิด?
รถคันที่ชนท้ายมักจะเป็นฝ่ายผิด เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้ปลอดภัย อย่างไรก็ตามมีข้อยกเว้น เช่น หากรถคันหน้าไหลถอยหลังมาชนเอง (เช่น บนทางลาดชัน) หรือหากคันหน้าเบรกกะทันหันมากจนเกินเหตุโดยไม่มีเหตุอันควร การตัดสินว่าผู้ใดผิดจริง ๆ จะขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานแวดล้อมประกอบกัน เช่น กล้องติดหน้ารถ, กล้องวงจรปิด และการสอบสวนของตำรวจ
รถโดนชนท้าย คู่กรณีมีประกัน เรียกร้องอะไรได้บ้าง?
ถ้ารถถูกชนท้ายและคู่กรณีมีประกัน สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้หลายอย่าง เช่น ค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ค่ารถยก และค่าเสียหายต่อทรัพย์สินส่วนตัว โดยบริษัทประกันของคู่กรณีจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามความเหมาะสมและเงื่อนไขกรมธรรม์
ค่าเสียหายที่ประกันคู่กรณีรับผิดชอบ
ประกันคู่กรณีจะรับผิดชอบค่าเสียหายหลายส่วน ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยรายวัน ค่าปลงศพ/ทุพพลภาพ/สูญเสียอวัยวะ และค่าชดเชยทรัพย์สินเสียหาย รวมถึงค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ โดยมีวงเงินคุ้มครองตามกรมธรรม์และกฎหมายกำหนด
รถโดนชนท้าย คู่กรณี มีประกันชั้น 1
ถ้ารถถูกชนท้ายและคู่กรณีมีประกันชั้น 3 และเป็นฝ่ายถูก สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้หลายอย่าง ทั้งค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล (กรณีบาดเจ็บ) รวมถึงค่าเสียหายทรัพย์สินส่วนตัว และค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ โดยบริษัทประกันของคู่กรณีจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านี้ทั้งหมด
รถโดนชนท้าย คู่กรณี มีประกันชั้น 3
ถ้ารถถูกชนท้ายและคู่กรณีมีประกันชั้น 3 ซึ่งเน้นให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคู่กรณี สามารถเรียกร้องค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล (กรณีบาดเจ็บ) และค่าเสียหายต่อทรัพย์สินอื่นๆ ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุโดยบริษัทประกันของคู่กรณีจะเข้ามาดูแลค่าใช้จ่ายให้ตามความคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งอาจต้องนำรถไปซ่อมที่อู่ในเครือ หรืออู่ที่ตกลงกับประกันแล้ว
เรียกค่าเสียเวลาจากคู่กรณีได้จริงไหม?
สามารถเรียกค่าเสียเวลา จากคู่กรณีได้จริง ในกรณีที่เป็นฝ่ายถูกในอุบัติเหตุ และรถต้องเข้าซ่อม ซึ่งค่าเสียหายดังกล่าว เรียกว่า “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” โดยสามารถเรียกร้องจากบริษัทประกันของคู่กรณีได้ หรือถ้าคู่กรณีไม่มีประกัน สามารถเรียกร้องจากคู่กรณีโดยตรงได้ แต่ต้องมีหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งปกติจะเรียกร้องค่าชดเชยเป็นรายวัน (ขั้นต่ำ 500 บาท/วัน) สำหรับช่วงที่ซ่อมรถไม่ได้ใช้งาน ทั้งนี้ ควรต้องเก็บหลักฐานการซ่อมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไว้ให้ครบถ้วน

โดนชนท้าย แต่คู่กรณีไม่มีประกัน ทำอย่างไร?
ถ้าโดนชนท้ายแต่คู่กรณีไม่มีประกัน ให้รวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมแจ้งตำรวจลงบันทึกประจำวัน และติดต่อแจ้งบริษัทประกันให้ดำเนินการต่อ ทั้งนี้ เพื่อให้บริษัทเป็นตัวกลางเจรจาและเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่กรณีโดยตรง หากเจรจาไม่ได้ ให้ตำรวจหรือศาลดำเนินการ อย่างไรก็ตาม หากคู่กรณีไม่มีประกันภัยรถยนต์ ต้องให้บริษัทประกันของผู้เอาประกันดำเนินการฟ้องร้องคู่กรณีแทน และผู้เอาประกันนำรถเข้าซ่อมก่อนแล้วค่อยให้บริษัทประกันภัยเรียกเก็บค่าเสียหายจากคู่กรณีต่อไป
ประกันคู่กรณีไม่รับผิดชอบ ทำอย่างไร?
ถ้าประกันคู่กรณีไม่รับผิดชอบ ให้ผู้เอาประกันรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมแจ้งตำรวจและบริษัทประกันให้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ หากตกลงไม่ได้ ประกันของผู้เอาประกันควรทำหน้าที่ช่วยเจรจาและดำเนินการทางกฎหมายแทน โดยสามารถนำรถเข้าซ่อมได้เลย ในกรณีที่มีประกันชั้น 1 และให้บริษัทประกันเป็นผู้ไล่เบี้ยกับคู่กรณีภายหลัง
รถโดนชนท้าย เราไม่มีประกัน?
กรณีรถโดนชนท้ายแต่ไม่มีประกัน และเป็นฝ่ายถูก สามารถเรียกค่าเสียหายจากบริษัทประกันของคู่กรณีได้โดยตรง ในกรณีที่คู่กรณีมีประกันภัยรถยนต์ หรือถ้าคู่กรณีไม่มีประกันเลย ผู้เสียหายต้องแจ้งตำรวจเพื่อขอลงบันทึกประจำวัน ตลอดจนเก็บหลักฐาน และให้บริษัทประกันของผู้เสียหาย เป็นผู้ดำเนินการเรียกร้องค่าซ่อม หรือค่าเสียเวลาจากคู่กรณี ทั้งนี้ กรณีที่ทั้งสองฝ่ายต่างไม่มีประกันภัย ทั้งสองฝ่ายอาจต้องเจรจากันเอง
คำถามที่พบหน่อยเมื่อรถโดนชน
ค่าทำขวัญไม่มีกำหนดตายตัว ขึ้นอยู่กับการเจรจาและดุลพินิจของศาล โดยพิจารณาจากความรุนแรงของการบาดเจ็บ ระยะเวลาพักฟื้น และผลกระทบต่อการทำงาน หากตกลงกันไม่ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยไกล่เกลี่ย หรือศาลอาจเป็นผู้กำหนดค่าเสียหายทางจิตใจ หรือ “ค่าเสียหายอันมิใช่ตัวเงิน”
การเรียกค่าเสียเวลา หรือ “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” จากกรณีรถโดนชนท้าย โดยทั่วไปสามารถเรียก ร้องได้อยู่ที่ 20-30 วัน แต่หากเสียหายรุนแรง ต้องรออะไหล่ หรือคิวซ่อมยาวนาน อาจสามารถขอได้สูงสุด 90 วัน โดยต้องยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน และแจ้งเคลมกับบริษัทประกันของฝ่ายผู้กระทำผิดให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ การเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจะทำได้เฉพาะฝ่ายถูกเท่านั้น และมีอัตราค่าชดเชยขั้นต่ำตามประเภทรถ เช่น รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน (รวมผู้ขับขี่) จะได้ไม่น้อยกว่า 500 บาท/วัน
เคลมได้ แต่มีความเสี่ยงสูงที่จะโดนปฏิเสธหรือต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) เพิ่มขึ้น เนื่องจากหากแจ้งเคลมช้าเกินไป บริษัทประกันอาจถือว่าไม่สามารถระบุสาเหตุความเสียหายที่ชัดเจนได้ อาจเคลมได้แค่เฉพาะบางรอย หรือถ้าหากเป็นการเคลมแห้ง หรือการเคลมรวมหลายรอยพร้อมๆ กัน อาจต้องรับผิดชอบค่า Excess เต็มจำนวน
รถชนเล็กน้อย ควรแจ้งความหรือลงบันทึกประจำวัน ไว้เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีถ้ามีประกันภัยรถยนต์ เนื่องจากเอกสารนี้จำเป็นสำหรับการเคลมประกัน และเพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาทในอนาคต ผู้เอาประกันควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที แม้จะชนไม่แรง หรือติดต่อประกันภัยให้เข้ามาตรวจสอบ เพื่อเป็นหลักฐาน และป้องกันปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้ภายหลังได้
สรุป
1. สิ่งที่สามารถเรียกร้องได้เมื่อเป็นฝ่ายถูก
หากรถของคุณถูกชนท้ายและคุณเป็นฝ่ายถูก คุณมีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายได้หลายส่วน ได้แก่:
- ค่าซ่อมรถ: ความเสียหายของตัวรถ
- ค่ารักษาพยาบาล: กรณีได้รับบาดเจ็บ รวมถึงค่าชดเชยรายวัน และค่าปลงศพ/ทุพพลภาพ
- ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ: หรือค่าเสียเวลาระหว่างนำรถเข้าซ่อม
- ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน: ทรัพย์สินส่วนตัวที่อยู่ในรถและได้รับความเสียหาย
- ค่ารถยก/รถลาก: กรณีรถขับเคลื่อนไม่ได้
2. ใครเป็นฝ่ายผิด?
โดยปกติกฎหมายกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าในระยะที่ปลอดภัย ดังนั้น รถคันที่ชนท้ายมักเป็นฝ่ายผิด
- ข้อยกเว้น: หากรถคันหน้าถอยหลังมาชนเอง หรือเบรกกะทันหันอย่างรุนแรงโดยไม่มีเหตุอันควร ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากหลักฐาน เช่น กล้องหน้ารถ หรือการสอบสวนของตำรวจประกอบด้วย
3. การเรียก “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” (ค่าเสียเวลา)
- อัตราค่าชดเชย: สำหรับรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน จะได้รับ ไม่น้อยกว่า 500 บาทต่อวัน
- ระยะเวลาที่เรียกได้: โดยทั่วไปอยู่ที่ 20-30 วัน แต่หากเสียหายหนักหรือต้องรออะไหล่นาน อาจเรียกได้สูงสุดถึง 90 วัน
- เงื่อนไข: ต้องเป็นฝ่ายถูกเท่านั้น และควรเก็บหลักฐานการซ่อมและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนเพื่อยื่นเคลมกับบริษัทประกันของคู่กรณี
4. กรณีคู่กรณี “ไม่มีประกัน” หรือ “เราไม่มีประกัน”
- คู่กรณีไม่มีประกัน: ให้รวบรวมหลักฐาน แจ้งตำรวจลงบันทึกประจำวัน และแจ้งประกันของคุณเพื่อให้ช่วยเจรจาหรือดำเนินการฟ้องร้องแทน (กรณีมีประกันชั้น 1 สามารถซ่อมรถก่อนได้แล้วให้ประกันไปไล่เบี้ยเอง)
- เราไม่มีประกัน (แต่เราเป็นฝ่ายถูก): สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทประกันของคู่กรณีได้โดยตรง หรือหากคู่กรณีไม่มีประกันเช่นกัน ต้องแจ้งตำรวจและเจรจาเรียกค่าเสียหายจากคู่กรณีเอง
5. คำแนะนำเพิ่มเติม
- ค่าทำขวัญ: ไม่มีเรทตายตัว ขึ้นอยู่กับการเจรจา ความรุนแรงของการบาดเจ็บ หรือดุลพินิจของศาล
- การแจ้งความ: แม้จะชนเพียงเล็กน้อย ควรแจ้งความหรือลงบันทึกประจำวันไว้เสมอ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเคลมประกันและป้องกันปัญหาข้อพิพาทในภายหลัง
- ความรวดเร็ว: หากแจ้งเคลมช้าเกินไป อาจโดนปฏิเสธหรือต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) เพิ่มเติม
ที่มา
- ● เมื่อเกิดอุบัติเหตุเราเรียกร้องอะไรได้บ้าง :
- ● เมื่อประสบอุบัติเหตุรถชน ได้ค่าชดเชยอะไรบ้าง :

ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์
แรบบิท แคร์ รวบรวมประกันภัยรถยนต์จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว
- เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
- มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
- มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ
บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

