ค่าเสียหายส่วนแรก คืออะไร? Excess vs Deductible แบบเข้าใจง่าย

กองบรรณาธิการ
ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ Published: มีนาคม 4, 2026
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
ค่าเสียหายส่วนแรก คืออะไร?

ค่าเสียหายส่วนแรก (Excess/Deductible) โดยหลักแล้ว คือ เครื่องมือที่จูงใจให้ผู้ทำประกันเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ และป้องกันการเคลมพร่ำเพรื่อ หรือเคลมเล็กๆ น้อยๆ เนื่องจากผู้ขับขี่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองตามจำนวนเงินที่ตกลงไว้ในกรมธรรม์ ในกรณีที่เป็นฝ่ายผิด หรือไม่สามารถระบุคู่กรณีได้

ซึ่งค่าเสียหายส่วนแรกอาจมีส่วนช่วยให้เบี้ยประกันถูกลง จากกรณีที่บริษัทประกันลดความเสี่ยงการเคลมที่ไม่จำเป็นได้ เหมาะกับผู้ขับขี่ที่มีความชำนาญ ไม่ค่อยเคลม หรือขับขี่รถน้อย 

ค่าเสียหายส่วนแรก คืออะไร?

ค่าเสียหายส่วนแรก (Excess/Deductible) คือ จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันต้องจ่ายเอง เมื่อมีการเคลมประกันรถยนต์ โดยเฉพาะในกรณีที่ ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ชัดเจน (Excess) เช่น รถมีรอยขีดข่วนโดยไม่รู้สาเหตุ หรือ เป็นฝ่ายผิด ในขณะที่ค่า Deductible คือ การตกลงกันตั้งแต่ทำประกันเพื่อลดเบี้ยประกัน เป็นกลไกลที่ช่วยลดความเสี่ยงของบริษัทประกันและป้องกันการเคลมซ่อมเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่จำเป็น 

ค่า Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร?

ค่า Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร?

ค่า Excess คือค่าเสียหายส่วนแรกแบบภาคบังคับ ที่ต้องจ่ายเมื่อเคลมประกันชั้น 1 แบบไม่มีคู่กรณีหรือระบุสาเหตุไม่ได้ เช่น เคลมสีรอบคันโดยไม่มีอะไรชน ส่วนค่า Deductible (ดีดัก) คือค่าเสียหายส่วนแรกแบบ สมัครใจ ที่เลือกจ่ายเองเพื่อรับส่วนลดเบี้ยประกัน และจะถูกเรียกเก็บเมื่อเป็นฝ่ายผิดหรือเคลมแห้ง โดยทั้งสองอย่างคือค่าเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันจ่ายให้บริษัทประกัน แต่มีเงื่อนไขการเรียกเก็บและผลต่อเบี้ยประกันต่างกัน

ค่า Excess คืออะไร?

ค่า Excess คือ ค่าเสียหายส่วนแรกภาคบังคับ ที่ผู้เอาประกันต้องจ่ายเมื่อเคลมประกันรถยนต์ ในกรณีที่อุบัติเหตุไม่มีคู่กรณีที่ชัดเจน หรือไม่สามารถระบุเหตุการณ์ได้ เช่น รถมีรอยขีดข่วนโดยไม่รู้สาเหตุ, หินกระเด็นใส่, หรือชนวัตถุข้างทางที่หาคู่กรณีไม่ได้ โดยมีอัตราบังคับอยู่ที่ 1,000 บาทต่อเหตุการณ์ ซึ่งต่างจากค่า Deductible ที่เป็นค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจที่เลือกจ่ายเพื่อลดเบี้ยประกัน 

ค่า Deductible คืออะไร?

ค่า Deductible หรือ “ค่ารับผิดชอบส่วนแรก” คือ จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายเองในส่วนแรกของการเคลมประกัน ก่อนที่บริษัทประกันจะเริ่มจ่ายค่าสินไหมทดแทน โดยเป็นการตกลงกันในกรมธรรม์ เพื่อลดเบี้ยประกันภัยให้ถูกลง แต่จะจ่ายเฉพาะกรณีที่ผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด หรือต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนแรกเอง ก่อนที่จะให้บริษัทประกันชดเชยส่วนที่เกินมา

เลือก Deductible เท่าไหร่ดี?

การเลือกค่าเสียหายส่วนแรก ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมขับขี่และงบประมาณ กรณีขับรถน้อย ไม่ค่อยเกิดเหตุ อาจเลือกค่าเสียหายส่วนแรกสูง (3,000-5,000+ บาท) ซึ่งจะช่วยลดเบี้ยได้เยอะ แต่ถ้าขับบ่อย หรือเป็นมือใหม่ อาจเลือกค่าเสียหายส่วนน้อย (0-1,000 บาท) ซึ่งจะคุ้มกว่า เพราะจ่ายน้อยกว่าตอนเคลม

ถ้าใช้รถน้อย ควรเลือกค่า Excess หรือค่า Deductible?

ถ้าใช้รถน้อยและขับขี่ระมัดระวัง ควรเลือกจ่ายค่า Deductible เพิ่ม เนื่องจากจะคุ้มค่ากว่า เพราะช่วยลดเบี้ยประกันได้มากกว่า แต่ต้องยอมรับเงื่อนไขกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่สามารถหาคู่กรณีได้ หรือเคลมแห้ง เช่น รถโดนขูดโดยไม่รู้ตัว อาจต้องจ่ายค่า Excess อย่างน้อย 1,000 บาท ดังนั้นแล้ว หากใช้รถน้อย การเลือก ค่า ​Deductible สูง จะประหยัดเบี้ยรวมในระยะยาวมากกว่า 

ประกัน 2+ มีค่าเสียหายส่วนแรกไหม?

สามารถเลือกประกันชั้น 2+ ที่มีค่าเสียหายส่วนแรกได้ ซึ่งจะมีผลทำให้ราคาเบี้ยประกันชั้น 2+ ถูกลงได้ 

เนื่องจากมีการเลือกกรมธรรม์ที่มีค่าเสียหายส่วนแรก ทั้งนี้ ค่าเสียหายส่วนแรก คือ จำนวนเงินที่ผู้ทำประกัน ต้องจ่ายเองเมื่อแจ้งเคลมประกัน ในกรณีที่ผู้ทำประกันเป็นฝ่ายผิดหรือไม่มีคู่กรณี การเลือกทำประกัน 2+ ที่มีค่าเสียหายส่วนแรกจึงสามารถช่วยลดเบี้ยประกันได้อย่างมีนัยยะสำคัญ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าเสียหายส่วนแรก

Q: ถ้าเป็นฝ่ายถูกต้องต้องเสียค่าอะไรไหม?

กรณีเป็นฝ่ายถูกในอุบัติเหตุ ผู้ทำประกันไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถของตนเอง และยังสามารถเรียกค่าเสียหายอื่นๆ จากฝ่ายผิดได้ แต่อาจต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก หากมีการตกลงทำประกันแบบระบุค่าเสียหายส่วนแรกไว้ในกรมธรรม์ อย่างไรก็ตาม โดยหลักการแล้ว ฝ่ายผิดจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายทั้งหมด

Q: ค่าความเสียหายส่วนแรก ยกเว้นอะไรได้บ้าง?

ค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) จะยกเว้นการจ่ายในกรณีที่สามารถระบุคู่กรณีได้ชัดเจนและเป็นฝ่ายถูก เช่น ชนกับยานพาหนะอื่นที่มีคู่กรณี, ชนเสา/กำแพง/ต้นไม้/ฟุตบาท, หรือชนคน/สุนัข แต่ต้องจ่ายในกรณีที่รถเสียหายไม่มีคู่กรณี หรือหาหลักฐานไม่ได้ เช่น หินกระเด็นใส่, เฉี่ยวสิ่งของ, รถครูดถนน, หรือตกหลุม และรวมถึงการแจ้งสาเหตุไม่ชัดเจน

Q: ค่า Excess/Deductible ต่างกันอย่างไรกับเบี้ยประกัน?

ค่า Excess และ Deductible คือ “ค่าเสียหายส่วนแรก” ที่ผู้เอาประกันต้องจ่ายเอง แต่ค่า Deductible เป็นการจ่ายแบบสมัครใจที่ช่วยลดเบี้ยประกัน และจ่ายเมื่อเป็นฝ่ายผิด ในขณะที่ค่า Excess เป็นค่าเสียหายส่วนแรกแบบบังคับ (เริ่มต้น 1,000 บาท) ที่ต้องจ่ายเมื่อเคลมแบบไม่มีคู่กรณี หรือระบุคู่กรณีไม่ได้ ในขณะที่เบี้ยประกัน คือ ค่าใช้จ่ายรายปีในการซื้อความคุ้มครอง ที่ผู้ทำประกันต้องจ่ายให้บริษัทประกันก่อนเกิดเหตุการณ์ใดๆ

Q: ค่าเสียหาย ส่วนแรก ได้คืนไหม?

ค่าเสียหายส่วนแรก (Excess หรือ Deductible) โดยทั่วไปไม่ได้คืน เพราะเป็นเงินที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบเองเมื่อเคลมประกันในกรณีที่เป็นฝ่ายผิด หรือไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ แต่อาจมีวิธีที่ทำให้ไม่ต้องจ่าย หรือขอคืนได้บ้างในบางเงื่อนไข เช่น หากเป็นฝ่ายถูก, เคลมแบบไม่มีคู่กรณีที่ชัดเจน, หรือเลือกซื้อประกันที่ ไม่มีค่า Excess เลยตั้งแต่แรก ซึ่งอาจส่งผลให้เบี้ยประกันสูงขึ้นเมื่อเปรียบกับการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์แบบมีค่าเสียหายส่วนแรก

Q: ค่าเสียหายส่วนแรก จ่ายให้ใคร?

ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible / Excess) จะจ่ายให้กับบริษัทประกันภัย โดยผู้เอาประกันต้องเป็นคนจ่ายเอง (ร่วมจ่าย) เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ตนเองเป็นฝ่ายผิด หรือไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ เพื่อนำรถไปซ่อมตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ซึ่งเป็นการแลกกับการได้เบี้ยประกันที่ถูกลง และเป็นการป้องกันการเคลมโดยไม่จำเป็น

Q: ค่าเสียหาย ส่วนแรก จ่ายตอนไหน?

ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible/Excess) จะต้องจ่ายก่อนที่จะนำรถเข้าซ่อม และเป็นฝ่ายผิด หรือไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ โดยจะจ่ายเป็นเงินจำนวนหนึ่งที่ตกลงไว้กับบริษัทประกัน (เช่น 1,000-5,000 บาท)

สรุป

1. ค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร?

ค่าเสียหายส่วนแรก คือ จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันต้องร่วมรับผิดชอบเองเมื่อมีการเคลมประกันรถยนต์ ในกรณีที่เป็นฝ่ายผิด หรือไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจูงใจให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวัง และป้องกันการเคลมเล็กน้อยที่ไม่จำเป็น

2. ความแตกต่างระหว่าง Excess และ Deductible

แม้ทั้งคู่จะเป็นค่าเสียหายส่วนแรกเหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขต่างกันดังนี้:

  • ค่า Excess (ภาคบังคับ): เป็นค่าธรรมเนียมจำนวน 1,000 บาทต่อเหตุการณ์ ที่ต้องจ่ายตามกฎของ คปภ. เมื่อเคลมแบบระบุคู่กรณีไม่ได้ หรือเหตุการณ์ไม่ชัดเจน เช่น รถถูกขูดขีด, หินกระเด็นใส่ หรือชนสิ่งของแล้วระบุวันเวลาที่แน่นอนไม่ได้
  • ค่า Deductible (สมัครใจ): เป็นค่าเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันเลือกจ่ายเองตามความสมัครใจ เพื่อแลกกับส่วนลดเบี้ยประกันภัยให้ถูกลง โดยจะจ่ายเฉพาะเมื่อเราเป็นฝ่ายผิดในอุบัติเหตุเท่านั้น

3. การเลือกค่า Deductible ให้เหมาะสม

  • เลือกค่า Deductible สูง (3,000 – 5,000+ บาท): เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้รถน้อย ขับขี่ชำนาญ หรือไม่ค่อยมีประวัติการเคลม เพราะจะช่วยลดค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก
  • เลือกค่า Deductible ต่ำ หรือไม่มีเลย (0 – 1,000 บาท): เหมาะสำหรับมือใหม่หัดขับ หรือผู้ที่ใช้รถบ่อยและมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง แม้เบี้ยประกันจะแพงกว่าแต่ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุ

4. ข้อควรรู้เพิ่มเติม

  • กรณีที่เป็นฝ่ายถูก: หากระบุคู่กรณีได้ชัดเจนและเราเป็นฝ่ายถูก ไม่ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก และสามารถเรียกค่าเสียหายจากคู่กรณีได้
  • การชำระเงิน: ต้องชำระให้กับบริษัทประกันภัยก่อนที่จะนำรถเข้าซ่อม
  • การขอคืนเงิน: โดยปกติแล้วเงินส่วนนี้ไม่ได้คืน เพราะเป็นข้อตกลงในการรับผิดชอบความเสียหายร่วมกัน
  • ประกันชั้น 2+: สามารถเลือกแบบระบุค่าเสียหายส่วนแรกเพื่อลดราคาเบี้ยประกันได้เช่นกัน

ที่มา

  • ●  ค่าเสียหายส่วนแรกในประกันรถยนต์คืออะไร ? :
  • ●  ค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร จ่ายตอนไหน มีข้อดียังไงบ้าง :
  • ●  คลาย 7 ข้อสงสัยเรื่องค่าเสียหายส่วนแรก  :

แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์

แรบบิท แคร์ รวบรวมประกันภัยรถยนต์จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว

  • เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
  • มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ

บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

 

บทความแคร์เรื่องประกันยานยนต์

ใบรับรองแพทย์ทุพพลภาพและเคลมประกันเต็มจำนวน

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ใบรับรองแพทย์ทุพพลภาพและเคลมประกันเต็มจำนวน ต้องทำอย่างไร?

การพิสูจน์ระดับทุพพลภาพเพื่อรับเงินสินไหมหลักแสนหลักล้าน ไม่ใช่แค่การบอกว่า "เดินไม่ได้" หรือ "ทำงานไม่ได้" แต่ต้องมีการระบุระดับความเสียหายที่ชัดเจนตามมาตรฐานสากล
กองบรรณาธิการ
08/04/2026
ทุพพลภาพชั่วคราว ประกันจ่ายค่าชดเชยรายวันหรือไม่ วันละเท่าไหร่?

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ทุพพลภาพชั่วคราว ประกันจ่ายค่าชดเชยรายวันหรือไม่ วันละเท่าไหร่?

คำถามว่า ทุพพลภาพชั่วคราว ประกันจ่ายค่าชดเชยรายวันหรือไม่ คำตอบคือจ่ายครับ แต่มีเงื่อนไขต่างกันระหว่าง พ.ร.บ. บังคับ และประกันสมัครใจ บทความนี้จะบอกวิธีเช็กวงเงินที่แม่นยำและเทคนิคเคลมให้ได้เงินครบถ้วน
กองบรรณาธิการ
08/04/2026
ยังไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก สามารถเบิกจาก พ.ร.บ. และประกันได้ก่อนไหม

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ยังไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก สามารถเบิกจาก พ.ร.บ. และประกันได้ก่อนไหม?

เจาะลึกกลไกการทำงานของ พ.ร.บ. รถยนต์ และประกันภัยภาคสมัครใจ ในกรณีที่คดียังไม่สิ้นสุด เพื่อให้คุณทราบสิทธิ์ “ค่าเสียหายเบื้องต้น” ที่เบิกได้ทันทีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด พร้อมแนวทางปฏิบัติเพื่อให้ได้ความคุ้มครองครบถ้วนที่สุด
กองบรรณาธิการ
08/04/2026