ถ้าคู่กรณีเสียชีวิต ประกันจ่ายค่าปลงศพและค่าสินไหมให้ทายาทประมาณเท่าไร?

กองบรรณาธิการ
ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ Published: มีนาคม 19, 2026
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
ถ้าคู่กรณีเสียชีวิต ประกันจ่ายค่าปลงศพและค่าสินไหมให้เท่าไร?

อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อความสูญเสียนั้นรุนแรงถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต คำถามที่ตามมาทันทีสำหรับทั้งฝ่ายผู้ขับขี่และครอบครัวผู้สูญเสียคือ “ถ้าคู่กรณีเสียชีวิต ประกันจ่ายค่าปลงศพและค่าสินไหมให้ทายาทประมาณเท่าไร?” ซึ่งยอดเงินเหล่านี้ถูกกำหนดไว้ชัดเจนในเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยของประเทศไทย

บทความนี้จะเจาะลึกตัวเลขความคุ้มครองจากทั้ง พ.ร.บ. (ภาคบังคับ) และประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2, 3) รวมถึงอธิบายขั้นตอนการจ่ายเงินที่ทายาทโดยชอบธรรมควรรู้ เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมสูงสุดในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้

สรุปสั้น ๆ สำหรับคนไม่มีเวลาอ่านหมด

  • พ.ร.บ. จ่ายทันที: กรณีเสียชีวิต พ.ร.บ. จะจ่ายค่าสินไหมทดแทน (รวมค่าปลงศพ) รวมทั้งสิ้น 500,000 บาท ต่อคน หากพิสูจน์ได้ว่าผู้ขับขี่เป็นฝ่ายผิด
  • ประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2, 3): จ่ายเพิ่มตามจริงตามที่ตกลงกันหรือตามคำพิพากษา โดยขั้นต่ำสุดต้องคุ้มครองไม่น้อยกว่า 500,000 บาท ต่อคน (รวมกับ พ.ร.บ. จะได้ขั้นต่ำ 1,000,000 บาท)
  • ทายาทคือผู้รับเงิน: เงินนี้จะจ่ายให้ทายาทตามกฎหมายเท่านั้น (บิดามารดา คู่สมรส และบุตร)
  • เงื่อนไขสำคัญ: ประกันจะจ่ายวงเงินสูงสุดเมื่อพิสูจน์แล้วว่าฝ่ายรถประกันเป็นฝ่ายผิด หากเป็นประมาทร่วม ยอดเงินจะถูกพิจารณาตามสัดส่วนความผิด

หลักการจ่ายค่าปลงศพและค่าสินไหมกรณีเสียชีวิตตามกฎหมายไทย

เมื่อเกิดเหตุสลดจนคู่กรณีเสียชีวิต ระบบประกันภัยในไทยจะแบ่งการจ่ายเงินออกเป็น 2 ชั้นหลัก เพื่อให้มั่นใจว่าทายาทจะได้รับการเยียวยาที่เหมาะสม

1. ความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. (ภาคบังคับ)

พ.ร.บ. เป็นประกันภัยที่กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องมี ซึ่งเน้นการเยียวยาชีวิตและร่างกายเป็นหลัก โดยไม่คำนึงถึงมูลค่ารถยนต์

  • กรณีเสียชีวิต (หลังพิสูจน์ความรับผิด): จ่ายค่าสินไหมทดแทนสูงสุด 500,000 บาท ต่อคน
  • ค่าเสียหายเบื้องต้น: กรณีที่ยังไม่ชัดเจนว่าใครผิด ประกันจะจ่ายค่าปลงศพเบื้องต้น 35,000 บาท เพื่อให้ทายาทนำไปทำพิธีทางศาสนาก่อน
  • รวมยอดสูงสุด: เมื่อคดีสิ้นสุดและพบว่าฝ่ายเราผิด ทายาทจะได้รับเงินส่วนที่เหลือจนครบ 500,000 บาท

2. ความคุ้มครองจากประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+, 3)

ประกันภาคสมัครใจจะเข้ามามีบทบาท “ท็อปอัพ” หรือจ่ายเพิ่มจาก พ.ร.บ. โดยในกรมธรรม์จะระบุไว้ในส่วน “ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก”

ประเภทความคุ้มครอง วงเงินจ่ายให้ทายาท (บาท) คำอธิบายเพิ่มเติม
พ.ร.บ. รถยนต์ 500,000 ต่อคน จ่ายเป็นก้อนตามกฎหมายเมื่อเป็นฝ่ายผิด
ประกันภาคสมัครใจ (ขั้นต่ำ) 500,000 ต่อคน กฎหมายใหม่บังคับให้จ่ายขั้นต่ำ 5 แสน
รวมยอดขั้นต่ำที่ทายาทได้รับ 1,000,000 ต่อคน รวม พ.ร.บ. + ภาคสมัครใจ
ส่วนเกินที่เรียกร้องเพิ่มได้ ตามวงเงินในกรมธรรม์ อาจสูงถึง 1-5 ล้านบาท แล้วแต่แผนประกัน

3. เงื่อนไขที่อาจทำให้ยอดเงินเปลี่ยนแปลง

จากประสบการณ์ทำงานเคลมจริง: ผมมักพบว่าทายาทเข้าใจว่าต้องได้เงิน “เต็มวงเงิน” เสมอ แต่ในความเป็นจริง บริษัทประกันจะพิจารณาจาก “ฐานานุรูป” หรือสถานะทางเศรษฐกิจและภาระความรับผิดชอบของผู้เสียชีวิตด้วย เช่น

  • ผู้เสียชีวิตเป็นเสาหลักของครอบครัว มีบุตรต้องเลี้ยงดู ยอดสินไหมมักจะถูกจ่ายเต็มวงเงินได้ง่ายกว่า
  • กรณีประมาทร่วม (ผิดทั้งคู่) บริษัทประกันอาจจ่ายเพียงบางส่วนตามสัดส่วนความประมาท
  • หากผู้เสียชีวิตเป็นผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายผิดเอง จะได้รับเพียงค่าเสียหายเบื้องต้นจาก พ.ร.บ. 35,000 บาทเท่านั้น และไม่สามารถเบิกจากประกันภาคสมัครใจของตัวเองได้

ตัวอย่างสถานการณ์จริง: การคำนวณเงินสินไหมเมื่อเสียชีวิต

เคสที่ 1: ผู้ขับขี่เป็นฝ่ายผิด 100% (คู่กรณีเป็นคนเดินถนน)

หากรถที่มีประกันชั้น 1 ชนคนเดินถนนเสียชีวิต ทายาทจะได้รับสิทธิ์ดังนี้:

  • เงินจาก พ.ร.บ. 500,000 บาท
  • เงินจากประกันชั้น 1 ขั้นต่ำ 500,000 บาท (หรือมากกว่าตามหน้าตารางกรมธรรม์)
  • รวมได้รับ: อย่างน้อย 1,000,000 บาท

เคสที่ 2: อุบัติเหตุรถชนรถ (ฝ่ายเราเป็นฝ่ายผิด)

ในกรณีที่คู่กรณีขับขี่รถยนต์อีกคันและเสียชีวิต ประกันของเราจะต้องจ่ายค่าปลงศพและค่าสินไหมให้ทายาทเขาตามหลักการเดียวกันกับเคสที่ 1 นอกจากนี้ประกันยังต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถของคู่กรณีในวงเงิน “ทรัพย์สินบุคคลภายนอก” อีกด้วย

เคสที่ 3: ไม่มีประกันภาคสมัครใจ มีแค่ พ.ร.บ.

นี่คือจุดที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผู้ขับขี่ เพราะทายาทผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินจาก พ.ร.บ. เพียง 500,000 บาท ส่วนที่เหลือหากทายาทฟ้องร้องเรียกค่าขาดอุปการะเพิ่มเติม (เช่น เรียก 2 ล้าน) ผู้ขับขี่ต้องควักเงินส่วนตัวจ่ายเองทั้งหมด

ขั้นตอนการขอรับค่าปลงศพและค่าสินไหมสำหรับทายาท

  1. แจ้งความและขอสำเนาบันทึกประจำวัน: เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญในการยืนยันอุบัติเหตุและฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ
  2. เตรียมเอกสารทายาท: ใบมรณบัตร, สำเนาบัตรประชาชน/ทะเบียนบ้านของผู้เสียชีวิตและทายาททุกคน, ทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
  3. ยื่นเบิกค่าเสียหายเบื้องต้น: ทายาทสามารถยื่นเบิกเงิน 35,000 บาทจาก พ.ร.บ. ได้ทันทีภายใน 7 วันหลังเกิดเหตุเพื่อเป็นค่าทำศพ
  4. เจรจาค่าสินไหมส่วนที่เหลือ: เมื่อคดีอาญาสิ้นสุด (หรือตำรวจสรุปสำนวน) ให้ทายาทนัดเจรจากับบริษัทประกันเพื่อรับเงินส่วนที่เหลือ
  5. ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ: เมื่อตกลงยอดเงินได้แล้ว ต้องเซ็นเอกสารยอมความเพื่อรับเงินก้อนสุดท้าย

คำถามที่พบบ่อย: ประกันจ่ายค่าปลงศพและค่าสินไหม

Q: ทายาทตามกฎหมายที่มีสิทธิ์รับเงินมีใครบ้าง?

A: ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทายาทที่มีสิทธิ์คือ 1. บิดามารดาของผู้เสียชีวิต 2. คู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้อง 3. บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย หากไม่มีทั้ง 3 กลุ่มนี้ เงินจะตกแก่พี่น้องร่วมบิดามารดาตามลำดับครับ

Q: ถ้าคู่กรณีเสียชีวิตที่โรงพยาบาลภายหลัง (ไม่ได้ตายในที่เกิดเหตุ) ประกันจ่ายไหม?

A: จ่ายครับ โดยประกันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริงก่อน (พ.ร.บ. จ่ายสูงสุด 80,000 บาท) และหากเสียชีวิตในเวลาต่อมาก็จะจ่ายยอดค่าสินไหมมรณกรรมเพิ่มจนครบ 500,000 บาท

Q: ประกันจ่ายค่าทำขวัญแยกจากค่าปลงศพไหม?

A: ในทางประกันภัยจะไม่มีคำว่า “ค่าทำขวัญ” แต่จะเรียกรวมกันว่า “ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด” ซึ่งครอบคลุมทั้งค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปการะ และค่าเสียหายต่อจิตใจครับ

Q: ถ้าฝ่ายเราผิดแต่เมาสุรา ประกันจะจ่ายให้คู่กรณีไหม?

A: แม้ผู้ขับขี่จะเมาสุรา (เกิน 50 มก.%) แต่บริษัทประกัน “ยังต้องจ่าย” ค่าปลงศพและค่าสินไหมให้คู่กรณีตามปกติครับ แต่บริษัทจะมาไล่เบี้ย (เรียกเงินคืน) จากผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายผิดในภายหลัง

ข้อควรรู้และข้อผิดพลาดที่ทายาทมักเจอ

  • การรีบเซ็นเอกสารยอมความ: บางครั้งบริษัทประกันอาจขอให้เซ็นจบเรื่องด้วยยอดเงินที่ต่ำกว่าสิทธิ ทายาทควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเซ็นเอกสารใดๆ
  • อายุความในการเรียกร้อง: สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมจาก พ.ร.บ. มีอายุความ 2 ปี นับแต่วันเกิดเหตุ อย่าปล่อยให้นานเกินไป
  • ยอดเงิน พ.ร.บ. 500,000 บาท เป็นยอดตายตัว: หากเป็นฝ่ายผิด ประกันจะต่อรองให้ต่ำกว่านี้ไม่ได้ (ตามคำสั่งนายทะเบียน คปภ.)

แนะนำการเลือกประกันเพื่อความอุ่นใจกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน

ในฐานะคนทำเคลม ผมขอแนะนำว่าวงเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Third Party Liability) คือส่วนที่สำคัญที่สุดของกรมธรรม์

  • เช็กวงเงินชีวิต: เลือกประกันที่ให้วงเงินคุ้มครองชีวิตบุคคลภายนอก 1,000,000 บาทขึ้นไปต่อคน เพราะหากเกิดเหตุกับบุคคลที่มีรายได้สูง วงเงินขั้นต่ำ 5 แสนอาจไม่เพียงพอ
  • อย่าขาดต่อ พ.ร.บ.: เพราะ พ.ร.บ. คือด่านแรกที่จะช่วยจ่ายเงินก้อนแรกให้ทายาทคู่กรณี ลดความตึงเครียดในการเจรจาได้มาก
  • ประกันชั้น 3 ก็เพียงพอ: สำหรับรถเก่าที่ไม่อยากซ่อมรถตัวเอง อย่างน้อยควรมีประกันชั้น 3 เพื่อให้บริษัทประกันเข้ามาช่วยจ่ายค่าปลงศพและค่าสินไหมแทนเรา

สรุปจากมุมมองคนทำงานเคลม: การเตรียมตัวลดความเสี่ยง

จากประสบการณ์ที่ผมเจอเคสลูกค้าจริง ยอดเงินที่ประกันจ่ายให้ทายาทเมื่อมีผู้เสียชีวิตนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขตามกฎหมาย แต่คือ “การเยียวยาจิตใจและชีวิต” ของผู้ที่อยู่เบื้องหลัง การมีประกันรถยนต์ที่วงเงินคุ้มครองเหมาะสม จะช่วยให้คุณไม่ต้องแบกรับภาระทางการเงินที่อาจเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล

หากคุณยังไม่แน่ใจว่ากรมธรรม์ที่ถืออยู่จ่ายค่าสินไหมเท่าไร แนะนำให้เปิดหน้าตารางกรมธรรม์และมองหาช่อง “ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก” หากยอดระบุไว้ต่ำกว่า 500,000 บาท แสดงว่าเป็นกรมธรรม์รุ่นเก่าหรือเงื่อนไขพิเศษ ควรปรึกษาตัวแทนเพื่อปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันครับ

หมายเหตุสำคัญ: วงเงินการจ่ายค่าสินไหมอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของ คปภ. และขึ้นอยู่กับรายละเอียดเฉพาะของแต่ละอุบัติเหตุ บทความนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น

แหล่งอ้างอิงและมาตรฐานที่ใช้ในการเขียนบทความนี้

แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์

แรบบิท แคร์ รวบรวม ประกันรถยนต์ จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว

  • เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
  • มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ

บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

 

บทความแคร์เรื่องประกันยานยนต์

วิธีต่อ พ.ร.บ. และต่อภาษีรถยนต์ รถจักรยานยนต์

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

วิธีต่อ พ.ร.บ. และต่อภาษีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ออนไลน์ ทำเองได้ใน 15 นาที [2569]

วิธีต่อ พ.ร.บ. และต่อภาษีรถยนต์-รถจักรยานยนต์ ปี 2568 ครบจบที่เดียว พร้อมขั้นตอนทีละข้อ เอกสารที่ต้องใช้ อัตราค่าภาษีตาม ซีซี เบี้ย พ.ร.บ. แยกประเภทรถ ช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ และค่าปรับถ้าขาดต่อ ทำเองได้ภายใน 15 นาที
กองบรรณาธิการ
12/06/2026
ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนคุ้มกว่าสำหรับรถคุณ?

ประกันชั้น 2+ และ 3+ ต่างกันตรงไหน? ทั้งสองแบบซ่อมรถเมื่อชนกับคู่กรณี แต่ 2+ เพิ่มความคุ้มครองรถหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วมด้วย ในราคาสูงกว่าประมาณ 1,000–2,000 บาทต่อปี เปรียบเทียบความคุ้มครอง ตารางเบี้ย และคำแนะนำการเลือกให้เหมาะกับรถและไลฟ์สไตล์ของคุณ
กองบรรณาธิการ
10/06/2026
ประกันชั้น 1 รถ 15 ปี ยังทำได้ แต่ตัวเลือกน้อยลงมาก

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 1 รถ 15 ปี ยังทำได้ไหม ? หรือควรเปลี่ยนเป็นชั้น 2+ ?

รถอายุ 15 ปี ยังทำประกันชั้น 1 ได้ในบางบริษัท เช่น วิริยะและกรุงเทพประกันภัย แต่เบี้ยสูงขึ้น 30–50% และตัวเลือกน้อยลงอย่างมาก บทความนี้เปรียบเทียบชั้น 1 กับชั้น 2+ ตรงๆ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง เบี้ยโดยประมาณ และเงื่อนไขบริษัท พร้อมไกด์ตัดสินใจว่าสถานการณ์ไหนควรเลือกชั้นไหน รวมถึงข้อมูลที่หลายคนไม่รู้ว่าประวัติการต่ออายุกระทบโอกาสรับประกันอย่างไร
กองบรรณาธิการ
05/06/2026