ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง ? เหมาะกับใคร

กองบรรณาธิการ
ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ Published: พฤษภาคม 29, 2026
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง เหมาะกับใคร

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คืออะไร

คำตอบสั้น ๆ : ประกันรถยนต์ 2 พลัส คุ้มครองอะไรบ้าง?

ประกันชั้น 2+ คุ้มครอง 4 ส่วนหลัก คือ

  • ซ่อมรถเราเมื่อมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก
  • รถสูญหาย / ถูกโจรกรรม
  • ไฟไหม้ตัวรถ
  • ค่าเสียหายและชีวิต/ร่างกายของคู่กรณีและผู้ขับขี่/โดยสาร
แต่ไม่คุ้มครองการชนเองโดยไม่มีคู่กรณี (ชนเสา ชนต้นไม้ ตกถนน)

ประกันรถยนต์ชั้น 2 พลัส (2+) คือประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจระดับกลาง-บน ที่โดดเด่นกว่าชั้น 3+ ตรงที่เพิ่มความคุ้มครองรถหายและไฟไหม้มาด้วย ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการความอุ่นใจมากกว่าชั้น 3+ แต่ยังไม่จำเป็นต้องจ่ายเบี้ยเต็มราคาชั้น 1

จุดต่างหลักจากชั้น 3+ คือ ชั้น 2+ จะคุ้มครองรถหายและไฟไหม้ด้วย ขณะที่ชั้น 3+ ไม่คุ้มครองทั้งสองกรณีนั้น ทำให้ชั้น 2+ เหมาะกับคนที่จอดรถในพื้นที่เสี่ยงหรือต้องการความคุ้มครองที่ครบกว่าในราคาที่ยังจับต้องได้

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง

ความคุ้มครองหลักของประกันชั้น 2+ แบ่งออกเป็น 4 รายการ

คุ้มครอง

1. ซ่อมรถเรา (มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก)

เมื่อเกิดอุบัติเหตุชนกับรถยนต์ รถกระบะ รถบรรทุก หรือยานพาหนะทางบกอื่น ๆ และมีคู่กรณีชัดเจน บริษัทประกันจ่ายค่าซ่อมรถของเรา
⚠️ ต้องระบุตัวคู่กรณีได้ — ถ้าคู่กรณีชนแล้วหนีโดยไม่มีหลักฐานใดเลย อาจถือว่าไม่มีคู่กรณี ควรติดกล้องหน้ารถไว้เสมอ

คุ้มครอง

2. รถสูญหาย / ถูกโจรกรรม

หากรถถูกขโมยหรือสูญหาย บริษัทประกันจ่ายค่าชดเชยตามทุนประกันที่กำหนด — นี่คือจุดต่างหลักที่ชั้น 3+ ไม่มี เหมาะสำหรับคนที่จอดรถในพื้นที่เสี่ยงหรือไม่มีที่จอดส่วนตัว

คุ้มครอง

3. ไฟไหม้ตัวรถ

คุ้มครองความเสียหายจากไฟไหม้ตัวรถ ไม่ว่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ก๊าซรั่ว หรือสาเหตุอื่น ๆ — จุดต่างอีกข้อที่ชั้น 3+ ไม่คุ้มครอง

คุ้มครอง

4. ทรัพย์สิน ชีวิต/ร่างกายคู่กรณี และคุ้มครองอุบัติเหตุคนในรถเรา

ค่าซ่อมรถและทรัพย์สินที่เราไปทำให้เสียหาย รวมถึงค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของคู่กรณีและบุคคลภายนอก นอกจากนี้ยังคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถเรา ทั้งค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพ (วงเงินตามแผนที่เลือก)

ประกันรถชั้น 2+ ไม่คุ้มครองอะไร (สำคัญมาก)

ทำความเข้าใจข้อจำกัดให้ชัดเจนก่อนซื้อ เพื่อป้องกันความผิดหวังเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง

ไม่คุ้มครอง

ชนเองไม่มีคู่กรณี (จุดสำคัญที่สุด)

ชนเสาไฟ ต้นไม้ กำแพง รั้ว ตกถนน รถพลิกคว่ำ หรืออุบัติเหตุใด ๆ ที่ไม่มีรถคันอื่นเกี่ยวข้อง ต้องออกค่าซ่อมเองทั้งหมด หากต้องการความคุ้มครองนี้ต้องทำชั้น 1

ไม่คุ้มครอง

น้ำท่วม / ภัยธรรมชาติ (มาตรฐาน)

น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว ไม่ใช่ความคุ้มครองมาตรฐานของชั้น 2+ แต่บางบริษัทเสนอเป็น Add-on เสริมได้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขแต่ละแผน

💡 เงื่อนไข “คู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก” คือรถที่วิ่งบนถนนทั่วไป ได้แก่ รถยนต์ รถกระบะ รถบรรทุก รถจักรยานยนต์ ไม่นับรถไฟหรือยานพาหนะที่ไม่ได้วิ่งบนถนน

ตารางเปรียบเทียบ ประกันรถชั้น 2+ กับชั้นอื่น

สรุปภาพรวมความคุ้มครองทุกชั้นในตารางเดียว เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ความคุ้มครอง ชั้น 1 ชั้น 2+ ชั้น 2 ชั้น 3+ ชั้น 3
ซ่อมรถเรา (มีคู่กรณีทางบก)
ซ่อมรถเรา (ไม่มีคู่กรณี)
รถสูญหาย / ไฟไหม้
ทรัพย์สินคู่กรณี
ชีวิต/ร่างกายคู่กรณี
ชีวิต/ร่างกายผู้ขับขี่/โดยสาร
ราคาเบี้ย (โดยประมาณ) สูงสุด ปานกลาง ปานกลาง ประหยัด ต่ำสุด

✓ = คุ้มครอง  |  ✗ = ไม่คุ้มครอง  |  ข้อมูลเป็นภาพรวมทั่วไป เงื่อนไขจริงขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะกับใคร

ประกันชั้น 2+ ไม่ได้เหมาะกับทุกคน เช็กโปรไฟล์ด้านล่างว่าตรงกับคุณไหม

เหมาะ ✓

รถอายุ 3–10 ปี มูลค่ายังสูงพอที่ต้องการความคุ้มครองรถหาย แต่ไม่คุ้มทำชั้น 1 เต็ม

เหมาะ ✓

จอดรถพื้นที่เสี่ยง ไม่มีที่จอดส่วนตัว จอดริมถนน หรือในละแวกที่เคยมีรถหาย

เหมาะ ✓

ขับขี่ชำนาญ ไม่กังวลชนเองโดยไม่มีคู่กรณี แต่ยังต้องการคุ้มครองรอบด้านกว่าชั้น 3+

เหมาะ ✓

ใช้รถในเมืองทุกวัน ความเสี่ยงชนกับรถคันอื่นสูง ต้องการซ่อมรถเราได้ + รองรับรถหาย

ควรพิจารณาชั้น 1 แทน

ถ้ารถใหม่หรือมีไฟแนนซ์

รถที่ยังผ่อนอยู่หรือรถใหม่อายุไม่เกิน 3 ปี ควรทำประกันชั้น 1 เพื่อป้องกันทุกกรณีรวมถึงชนเองโดยไม่มีคู่กรณี

ควรพิจารณาชั้น 3+ แทน

ถ้ามีที่จอดรถมิดชิดปลอดภัย

ถ้าจอดในบ้านหรือที่มีรปภ.ตลอด 24 ชม. และไม่กังวลรถหายประกันชั้น 3+ ให้ความคุ้มครองกรณีชนในราคาเบี้ยที่ประหยัดกว่า

กรณีพิเศษ: คู่กรณีชนแล้วหนี ทำอย่างไร?

นี่คือสถานการณ์ที่หลายคนกลัว ประกันชั้น 2+ จะคุ้มครองได้ก็ต่อเมื่อสามารถระบุทะเบียนรถคู่กรณีได้ชัดเจน เพื่อให้บริษัทประกันสามารถไล่เบี้ยต่อได้ — มีภาพกล้องแต่ป้ายทะเบียนเบลอหรืออ่านไม่ออก บริษัทมีสิทธิ์ปฏิเสธการซ่อมได้ น้องแคร์สรุป 5 ขั้นตอนที่ควรทำทันที

  • 1
    ตรวจสอบกล้องหน้ารถทันที — เป้าหมายคือ “ทะเบียน” บริษัทประกันต้องการทะเบียนรถคู่กรณีที่อ่านออก ไม่ใช่แค่ภาพว่าโดนชน ถ้ากล้องได้ทะเบียนชัดเจน ถือว่าระบุคู่กรณีได้ และชั้น 2+ คุ้มครองได้ ห้ามลบไฟล์ก่อนส่งให้ประกันเด็ดขาด
  • 2
    ถ่ายรูปที่เกิดเหตุก่อนย้ายรถ รูปรอยชน ตำแหน่งรถ รอยเบรก และสภาพแวดล้อม — ยิ่งมีมาก ยิ่งช่วยในการพิสูจน์ว่ามีรถอื่นมาชน
  • 3
    หาพยานหรือกล้องวงจรปิดในบริเวณนั้น ร้านค้าข้างเคียง ไฟจราจร หรือกล้องของหน่วยงานที่อาจบันทึกภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถช่วยขอภาพได้
  • 4
    แจ้งความที่สถานีตำรวจภายใน 24 ชั่วโมง ขอใบบันทึกประจำวันระบุว่า “ถูกรถชนแล้วหนี” ไม่ใช่แค่ “รถเสียหาย” — การระบุคำให้ตรงมีผลต่อการพิจารณาเคลม
  • 5
    แจ้งบริษัทประกันพร้อมหลักฐานทั้งหมด บริษัทประกันจะพิจารณาว่าสามารถระบุตัวตนคู่กรณีได้หรือไม่ — ถ้าทราบทะเบียนรถจากกล้องหรือพยาน ชั้น 2+ คุ้มครองได้ ถ้าระบุทะเบียนไม่ได้เลย ถือว่าไม่มีคู่กรณี ชั้น 2+ ไม่คุ้มครองกรณีนี้

💡 ติดกล้องหน้ารถ (Dash Cam) ที่มีความละเอียดพอจะอ่านทะเบียนได้ คืออุปกรณ์ที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ทำประกันชั้น 2+ และ 3+ — เพราะ “ทะเบียนรถคู่กรณี” คือกุญแจสำคัญที่กำหนดว่าจะเคลมซ่อมรถตัวเองได้หรือไม่

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ราคาเบี้ยเท่าไร

ตารางด้านล่างเป็นค่าประมาณการเพื่อใช้ในการวางแผน เปรียบเทียบกับชั้น 1 และ 3+ ให้เห็นภาพชัด

รถยนต์ (ตัวอย่าง) อายุรถ ชั้น 2+ (โดยประมาณ) ชั้น 1 (โดยประมาณ) ชั้น 3+ (โดยประมาณ)
Honda City / Toyota Vios 3–8 ปี 5,000–9,000 บาท/ปี 10,000–18,000 บาท/ปี 3,500–6,000 บาท/ปี
Toyota Camry / Honda Accord 3–8 ปี 7,000–12,000 บาท/ปี 15,000–25,000 บาท/ปี 5,000–8,000 บาท/ปี
Toyota Fortuner / Ford Ranger 3–8 ปี 8,000–14,000 บาท/ปี 18,000–30,000 บาท/ปี 5,500–9,000 บาท/ปี

ราคาเป็นค่าประมาณการก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และอากรแสตมป์ 0.4% ราคาจริงขึ้นอยู่กับบริษัทประกัน อายุผู้ขับขี่ ประวัติการเคลม และเงื่อนไขกรมธรรม์ ควรเช็กเบี้ยจากโบรกเกอร์เพื่อราคาที่แม่นยำที่สุด

เช็กลิสต์ก่อนซื้อประกันชั้น 2+

ใช้เช็กลิสต์นี้ประกอบการตัดสินใจเพื่อให้ได้แผนที่คุ้มค่าที่สุด

1

ทุนประกันรถหาย — ตรวจสอบว่าทุนประกันกรณีรถหายครอบคลุมราคาตลาดปัจจุบันของรถคุณหรือไม่ บางแผนทุนต่ำเกินควร

2

ซ่อมอู่ vs ซ่อมศูนย์ — ชั้น 2+ บางแผนซ่อมได้เฉพาะอู่ในเครือ ตรวจว่ามีอู่ใกล้บ้านหรือที่ทำงาน และมีตัวเลือกอัปเกรดซ่อมศูนย์ไหม

3

ค่าเสียหายส่วนแรกภาคสมัครใจ (Deductible) — บางแผนให้เราเลือกรับผิดชอบส่วนแรก 2,000–5,000 บาทเพื่อแลกกับเบี้ยที่ถูกลง ต่างจาก Excess 1,000 บาทที่ คปภ. กำหนด ซึ่งชั้น 2+ มีคู่กรณีชัดเจนมักไม่โดน Excess นั้น

4

เงื่อนไขการระบุชื่อผู้ขับขี่ — การระบุชื่อเป็น “ทางเลือก” ไม่ใช่ข้อบังคับจาก คปภ. หากเลือกแผนแบบระบุชื่อจะช่วยลดเบี้ยได้ แต่ถ้าให้ผู้ที่ไม่มีชื่อในกรมธรรม์ขับแล้วเกิดเหตุ อาจต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกตามที่ คปภ. กำหนดเพิ่มเติม

5

เปรียบเทียบอย่างน้อย 3 บริษัท — เบี้ยชั้น 2+ อาจต่างกันได้ถึง 30–40% ระหว่างบริษัท ควรใช้โบรกเกอร์ออนไลน์เปรียบเทียบก่อนเสมอ

6

Add-on น้ำท่วม — ถ้าจอดรถในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ควรถามบริษัทว่ามี Add-on คุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มหรือไม่ เพราะไม่อยู่ในมาตรฐานชั้น 2+

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันชั้น 2 พลัส

รวมคำถามที่พบบ่อยที่สุดจากผู้ที่กำลังพิจารณาทำประกันชั้น 2+

ชั้น 2+ คุ้มครองรถหายและไฟไหม้เพิ่มจากชั้น 3+ เบี้ยสูงกว่าประมาณ 20–35%

จุดต่างหลักมีสองเรื่อง คือ ชั้น 2+ คุ้มครองรถหายและไฟไหม้เพิ่มขึ้นมาจากชั้น 3+ ซึ่งไม่มีความคุ้มครองทั้งสองนั้น เบี้ยชั้น 2+ สูงกว่าชั้น 3+ ประมาณ 20–35% ควรเลือกชั้น 2+ ถ้าจอดรถในพื้นที่เสี่ยงหรือกังวลรถหาย และเลือกชั้น 3+ ถ้ามีที่จอดรถปลอดภัยมิดชิดและต้องการประหยัดเบี้ย

ไม่คุ้มครอง ชั้น 2+ ซ่อมรถเราได้เฉพาะเมื่อมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น

ไม่คุ้มครอง เพราะประกันชั้น 2+ กำหนดว่าต้องมี “คู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก” จึงจะซ่อมรถเราได้ การชนเสา ต้นไม้ กำแพง รถพลิกคว่ำ หรือตกถนนโดยไม่มีรถคันอื่นเกี่ยวข้อง ถือเป็น “ชนโดยไม่มีคู่กรณี” ซึ่งเป็นข้อยกเว้น หากต้องการความคุ้มครองนี้ต้องทำประกันชั้น 1

ได้ แต่ต้องระบุทะเบียนรถคู่กรณีได้ชัดเจน — มีภาพแต่ทะเบียนเบลอ บริษัทมีสิทธิ์ปฏิเสธได้

ขึ้นอยู่กับว่าสามารถระบุทะเบียนรถคู่กรณีได้หรือไม่ ถ้ากล้องหน้ารถบันทึกทะเบียนได้ชัดเจนและแจ้งความ ถือว่าระบุตัวตนคู่กรณีได้ — ชั้น 2+ คุ้มครองและซ่อมรถเราได้ แต่ถ้ากล้องมีภาพว่าโดนชน แต่ป้ายทะเบียนเบลอหรืออ่านไม่ออก บริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธการซ่อมได้ เพราะถือว่าระบุตัวตนคู่กรณีไม่ได้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ชั้น 2+

ชั้น 1 คุ้มครองชนเองไม่มีคู่กรณีด้วย ชั้น 2+ ไม่คุ้มครอง เบี้ยต่างกันประมาณ 30–50%

ความแตกต่างหลักคือ ชั้น 1 คุ้มครองทุกกรณีรวมถึง “ชนเองโดยไม่มีคู่กรณี” เช่น ล้มเอง ชนเสา ตกถนน ขณะที่ ชั้น 2+ ไม่คุ้มครองกรณีเหล่านั้น เบี้ยชั้น 1 สูงกว่าชั้น 2+ ประมาณ 30–50% ควรเลือก ชั้น 1 ถ้า: รถใหม่ มีไฟแนนซ์ หรือขับในเส้นทางที่เสี่ยงชนเองสูง ควรเลือก ชั้น 2+ ถ้า: รถอายุ 3–10 ปี ขับชำนาญ ต้องการคุ้มรถหายด้วย แต่อยากประหยัดเบี้ยกว่าชั้น 1

ประมาณ 5,000–14,000 บาท/ปี ถูกกว่าชั้น 1 ราว 30–50% แพงกว่าชั้น 3+ ราว 20–35%

เบี้ยประกันชั้น 2+ โดยประมาณอยู่ที่ 5,000–14,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น อายุรถ และบริษัทประกัน ถูกกว่าชั้น 1 ประมาณ 30–50% และแพงกว่าชั้น 3+ ประมาณ 20–35% เบี้ยที่ต่างกันระหว่างชั้น 2+ กับ 3+ คือค่าความคุ้มครองรถหายและไฟไหม้ที่เพิ่มเข้ามา

ไม่ใช่มาตรฐาน แต่หลายบริษัทเสนอเป็น Add-on เสริมได้ เพิ่มเบี้ยประมาณ 500–2,000 บาท/ปี

น้ำท่วมไม่ใช่ความคุ้มครองมาตรฐานของชั้น 2+ ตามเงื่อนไขของ คปภ. แต่บริษัทประกันหลายเจ้าเสนอเป็น Add-on เสริมได้ โดยมักเพิ่มเบี้ยประมาณ 500–2,000 บาทต่อปีขึ้นอยู่กับมูลค่ารถ หากบ้านหรือที่จอดรถของคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม แนะนำให้สอบถามโบรกเกอร์หรือบริษัทประกันถึง Add-on นี้

อายุ 3–10 ปีเหมาะที่สุด มูลค่ายังสูงพอต้องการคุ้มรถหาย แต่ไม่คุ้มทำชั้น 1 เต็มราคา

โดยทั่วไปรถอายุ 3–10 ปีเหมาะกับชั้น 2+ มากที่สุด เพราะมูลค่ารถยังสูงพอที่จะต้องการความคุ้มครองรถหาย แต่ลดลงพอที่การทำชั้น 1 เริ่มไม่คุ้มค่าเบี้ยที่ต้องจ่าย รถอายุน้อยกว่า 3 ปีมักเหมาะกับชั้น 1 มากกว่า ส่วนรถอายุเกิน 10 ปีอาจพิจารณาชั้น 3+ หรือชั้น 3 ขึ้นอยู่กับมูลค่าที่เหลือ

ต้องทำเสมอ พ.ร.บ. เป็นกฎหมายบังคับทุกคัน ไม่ขึ้นกับประกันภาคสมัครใจ

ต้องทำ พ.ร.บ. (ประกันภัยภาคบังคับ) อยู่เสมอ ไม่ว่าจะทำประกันชั้นใดหรือไม่ก็ตาม เพราะเป็นกฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี พ.ร.บ. คุ้มครองเฉพาะชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัยขั้นต้น ส่วนประกันชั้น 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ซื้อเพิ่มเติม รถที่ขาด พ.ร.บ. มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

อยากได้ประกันชั้น 2+ ที่คุ้มค่าที่สุด ให้แรบบิท แคร์ช่วยเปรียบเทียบให้

เปรียบเทียบแผนประกันชั้น 2+ จากบริษัทชั้นนำหลายเจ้าในที่เดียว พร้อมทีมแอดไวเซอร์ช่วยแนะนำแผนที่ตอบโจทย์การใช้รถและที่จอดรถของคุณ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปรียบเทียบ

เช็กเบี้ยออนไลน์ได้เลยทันที หรือโทรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่เบอร์ 1438

เช็กเบี้ยประกันชั้น 2+ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์

แรบบิท แคร์ รวบรวม ประกันรถยนต์ จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว

  • เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
  • มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ

บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

 

บทความแคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนคุ้มกว่าสำหรับรถคุณ?

ประกันชั้น 2+ และ 3+ ต่างกันตรงไหน? ทั้งสองแบบซ่อมรถเมื่อชนกับคู่กรณี แต่ 2+ เพิ่มความคุ้มครองรถหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วมด้วย ในราคาสูงกว่าประมาณ 1,000–2,000 บาทต่อปี เปรียบเทียบความคุ้มครอง ตารางเบี้ย และคำแนะนำการเลือกให้เหมาะกับรถและไลฟ์สไตล์ของคุณ
กองบรรณาธิการ
10/06/2026
ประกันชั้น 1 รถ 15 ปี ยังทำได้ แต่ตัวเลือกน้อยลงมาก

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 1 รถ 15 ปี ยังทำได้ไหม ? หรือควรเปลี่ยนเป็นชั้น 2+ ?

รถอายุ 15 ปี ยังทำประกันชั้น 1 ได้ในบางบริษัท เช่น วิริยะและกรุงเทพประกันภัย แต่เบี้ยสูงขึ้น 30–50% และตัวเลือกน้อยลงอย่างมาก บทความนี้เปรียบเทียบชั้น 1 กับชั้น 2+ ตรงๆ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง เบี้ยโดยประมาณ และเงื่อนไขบริษัท พร้อมไกด์ตัดสินใจว่าสถานการณ์ไหนควรเลือกชั้นไหน รวมถึงข้อมูลที่หลายคนไม่รู้ว่าประวัติการต่ออายุกระทบโอกาสรับประกันอย่างไร
กองบรรณาธิการ
05/06/2026
รถยนต์อายุ 10 ปี ทำประกันชั้น 1 ได้ไหม

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

รถยนต์ 10 ปี ทำประกันชั้น 1 ได้ไหม ? คำตอบ + เงื่อนไขครบในที่เดียว

รถยนต์ 10 ปี ทำประกันชั้น 1 ได้ไหม? คำตอบคือ ได้ - บริษัทประกันชั้นนำส่วนใหญ่รับรถอายุไม่เกิน 10–15 ปี แต่จะมีความแตกต่างจากรถใหม่ 3 ด้าน ได้แก่ เบี้ยที่สูงขึ้น การซ่อมอู่แทนศูนย์ และการถ่ายภาพรถก่อนออกกรมธรรม์ บทความนี้รวบรวมเงื่อนไขจริงของแต่ละบริษัท เบี้ยโดยประมาณตามประเภทรถ และวิธีผ่อนชำระเบี้ยประกันชั้น 1 แบบ 0% สูงสุด 10 เดือน
กองบรรณาธิการ
05/06/2026