ใบเสนอราคาประกันรถยนต์และกฎหมายประกันภัยรถยนต์ที่ควรรู้เพื่อเลือกประกันที่ใช่

Natthamon
ผู้เขียน: Natthamon Published: กุมภาพันธ์ 26, 2025
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
คะน้าใบเขียว
ตรวจทาน: คะน้าใบเขียว Last edited: กุมภาพันธ์ 22, 2025
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
ใบเสนอราคาประกันรถยนต์

การมีรถยนต์สักคันเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่การดูแลรักษารถยนต์ให้ดีก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน หนึ่งในสิ่งที่เจ้าของรถยนต์ควรให้ความสำคัญคือการทำประกันภัยรถยนต์ เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงและภาระทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การทำความเข้าใจเกี่ยวกับใบเสนอราคาประกันรถยนต์ กฎหมายประกันภัยรถยนต์ รวมถึงความแตกต่างของประกันภัยแต่ละประเภท จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้รถทุกคน

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกเรื่องราวที่ควรรู้เกี่ยวกับการประกันภัยรถยนต์ ตั้งแต่ใบเสนอราคาประกันรถยนต์คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร ไปจนถึงกฎหมายประกันภัยที่ควรรู้ และข้อแตกต่างของประกันภัยรถยนต์แต่ละชั้น เพื่อให้คุณสามารถเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด รวมถึงเคล็ดลับในการทำประกันสำหรับรถยนต์ที่มีอายุเกิน 10 ปี เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับรถของคุณ

ใบเสนอราคาประกันรถยนต์ คืออะไร สำคัญอย่างไร

ใบเสนอราคาประกันรถยนต์ คือเอกสารที่บริษัทประกันภัยจัดทำขึ้นเพื่อแสดงรายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และเบี้ยประกันภัยที่บริษัทเสนอให้กับผู้ที่สนใจทำประกันภัยรถยนต์ เอกสารนี้เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ผู้เอาประกันภัยสามารถเปรียบเทียบข้อเสนอจากบริษัทประกันภัยต่าง ๆ และตัดสินใจเลือกประกันภัยที่ตรงกับความต้องการและงบประมาณของตนเองได้

ความสำคัญของใบเสนอราคาประกันรถยนต์

  • เปรียบเทียบความคุ้มครอง ใบเสนอราคาจะแสดงรายละเอียดความคุ้มครองที่แตกต่างกันไปในแต่ละแผนประกันภัย ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมว่าแต่ละแผนให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง เช่น ความเสียหายต่อตัวรถยนต์ ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก การบาดเจ็บของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • เปรียบเทียบเบี้ยประกัน การเปรียบเทียบเบี้ยประกันภัยจากหลาย ๆ บริษัท ทำให้คุณสามารถเลือกแผนประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองที่เหมาะสมกับงบประมาณของคุณได้
  • ทำความเข้าใจเงื่อนไข ใบเสนอราคาจะระบุเงื่อนไขต่าง ๆ ของกรมธรรม์ประกันภัย เช่น ข้อยกเว้นความคุ้มครอง การเคลม การชำระเบี้ย ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตนเองได้ดียิ่งขึ้น
  • ช่วยในการตัดสินใจ เมื่อมีข้อมูลครบถ้วนจากใบเสนอราคาหลายแห่ง คุณจะสามารถตัดสินใจเลือกประกันภัยที่เหมาะสมกับความต้องการและรถยนต์ของคุณได้อย่างมั่นใจ


โดยปกติแล้ว ในใบเสนอราคาประกันภัยรถยนต์ มักจะประกอบไปด้วยข้อมูลดังนี้

  • ข้อมูลผู้เอาประกันภัย: ชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลติดต่อของผู้เอาประกันภัย
  • ข้อมูลรถยนต์ : ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต หมายเลขทะเบียน และรายละเอียดอื่นๆ ของรถยนต์
  • แผนประกันภัย : ประเภทของประกันภัยที่เสนอ (เช่น ประกันภัยชั้น 1, 2, 2+, 3)
  • ความคุ้มครอง : วงเงินความคุ้มครองในแต่ละรายการ เช่น ความเสียหายต่อรถยนต์, ความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก, การบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
  • เบี้ยประกันภัย : จำนวนเงินที่ต้องชำระเพื่อได้รับความคุ้มครอง
  • เงื่อนไขและความคุ้มครองเพิ่มเติม : เช่น ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible), ความคุ้มครองเพิ่มเติมอื่นๆ (เช่น น้ำท่วม, ภัยธรรมชาติ, อุบัติเหตุส่วนบุคคล)
  • ระยะเวลาคุ้มครอง : วันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดความคุ้มครองของกรมธรรม์

กฎหมายประกันภัยรถยนต์ ที่ควรรู้มีอะไรบ้าง

กฎหมายประกันภัยรถยนต์ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้เอาประกันภัยและบริษัทประกันภัย การทำความเข้าใจกฎหมายเหล่านี้โดยเฉพาะกฎหมายประกันภัยรถยนต์ชั้น 1​ จะช่วยให้ผู้ขับขี่และเจ้าของรถยนต์ได้รับความคุ้มครองที่ถูกต้องและเป็นธรรม

กฎหมายประกันภัยรถยนต์ที่สำคัญที่ผู้ใช้รถทุกคนควรทราบมีดังนี้

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. รถยนต์) กฎหมายนี้บังคับให้รถทุกคันต้องทำประกันภัยภาคบังคับ เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยไม่คำนึงถึงว่าใครเป็นฝ่ายผิด กฎหมายนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับผู้ประสบภัยจากรถ
    • ความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและค่าปลงศพในกรณีเสียชีวิต โดยมีวงเงินความคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนด
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในส่วนของสัญญาประกันภัย ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทที่ใช้ควบคุมการทำสัญญาประกันภัยทุกประเภท รวมถึงประกันภัยรถยนต์ กฎหมายนี้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทั่วไปเกี่ยวกับสัญญาประกันภัย เช่น หลักสุจริต, การเปิดเผยข้อความจริง, การจ่ายค่าสินไหมทดแทน
  • พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 กฎหมายนี้กำกับดูแลธุรกิจประกันวินาศภัย รวมถึงบริษัทประกันภัยรถยนต์ กำหนดหลักเกณฑ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทประกันภัย เช่น การขออนุญาตประกอบธุรกิจ, การดำรงเงินกองทุน, การกำกับดูแลเรื่องการจ่ายค่าสินไหมทดแทน กฎหมายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าบริษัทประกันภัยมีความมั่นคงและสามารถปฏิบัติตามสัญญาได้
  • ประกาศและคำสั่งของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) คปภ. เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลธุรกิจประกันภัยในประเทศไทย มีอำนาจในการออกประกาศและคำสั่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยรถยนต์ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจประกันภัยเป็นไปอย่างเป็นธรรมและเป็นไปตามกฎหมาย โดยประกาศเหล่านี้อาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ผู้เอาประกันภัยจึงควรติดตามข่าวสารจาก คปภ. อย่างสม่ำเสมอ

ข้อควรระวัง การไม่ทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย ซึ่งจะมีโทษปรับ และอาจมีผลกระทบต่อการต่อภาษีรถยนต์ประจำปีด้วย นอกจากนี้ หากเกิดอุบัติเหตุโดยไม่มีประกันภัย ผู้ขับขี่อาจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและค่าเสียหายอื่น ๆ เองทั้งหมด

กฎหมายประกันภัยรถยนต์

ประกันรถยนต์เริ่มคุ้มครองกี่โมง

โดยทั่วไปแล้ว ความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์จะเริ่มต้นในวันที่และเวลาที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งโดยปกติแล้วจะเริ่มตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่มีผลบังคับใช้ แต่ก็มีบางกรณีที่อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันภัยและแผนประกันภัย

ข้อควรทราบ

  • การอนุมัติกรมธรรม์ โดยทั่วไปแล้ว กรมธรรม์ประกันภัยจะมีผลบังคับใช้เมื่อบริษัทประกันภัยอนุมัติและออกกรมธรรม์เรียบร้อยแล้ว
  • การชำระเบี้ยประกัน บางบริษัทประกันภัยอาจกำหนดให้ความคุ้มครองเริ่มต้นเมื่อมีการชำระเบี้ยประกันภัยเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ผู้เอาประกันภัยควรตรวจสอบเงื่อนไขดังกล่าวให้ชัดเจนก่อนการทำประกันภัย
  • การทำประกันภัยออนไลน์ ในกรณีที่ทำประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ ความคุ้มครองอาจเริ่มทันทีเมื่อมีการชำระเบี้ยประกันภัยและได้รับการยืนยันจากบริษัทประกันภัย
  • กรณีการต่ออายุกรมธรรม์ หากเป็นการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ความคุ้มครองจะต่อเนื่องจากกรมธรรม์เดิมโดยปกติแล้ว
  • ควรตรวจสอบกรมธรรม์ ผู้เอาประกันภัยควรตรวจสอบวันที่และเวลาเริ่มต้นความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัยให้ละเอียด เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

คำแนะนำ เพื่อความมั่นใจในความคุ้มครอง ควรทำประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้าก่อนวันหมดอายุกรมธรรม์เดิม หรือก่อนการใช้งานรถยนต์ และควรเก็บหลักฐานการชำระเบี้ยประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยไว้

ประกันภัยรถชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไร

ประกันภัยรถยนต์ แบ่งออกเป็นหลายประเภท โดยหลักๆ แล้วจะมีการแบ่งตามความคุ้มครองและความครอบคลุมของแต่ละประเภท ซึ่งประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, 2, และ 3 เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 2 3 ต่างกันอย่างไรนั้น มีรายละเอียดดังนี้

ความคุ้มครองประกันภัยชั้น 1ประกันภัยชั้น 2ประกันภัยชั้น 3
ความเสียหายต่อตัวรถยนต์คุ้มครองทุกกรณี เช่น ชน เสียหาย ไฟไหม้ สูญหาย น้ำท่วมไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์
ความเสียหายต่อรถคู่กรณีคุ้มครองคุ้มครองคุ้มครอง
ความรับผิดต่อบุคคลภายนอกคุ้มครองคุ้มครองคุ้มครอง
ความเสียหายจากภัยธรรมชาติคุ้มครองไม่คุ้มครอง (อาจมีส่วนเสริม)ไม่คุ้มครอง (อาจมีส่วนเสริม)
การสูญหายและไฟไหม้คุ้มครองคุ้มครองไม่คุ้มครอง
ค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่/ผู้โดยสารคุ้มครองคุ้มครอง (อาจมีส่วนเสริม)คุ้มครอง (อาจมีส่วนเสริม)
ค่าประกันตัวผู้ขับขี่คุ้มครองคุ้มครองคุ้มครอง
เบี้ยประกันภัยสูงที่สุดปานกลางต่ำที่สุด

รายละเอียดเพิ่มเติม

  • ประกันภัยชั้น 1 เป็นประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อตัวรถยนต์ รถคู่กรณี หรือความเสียหายจากภัยธรรมชาติ รวมถึงการสูญหายและไฟไหม้ เหมาะสำหรับรถใหม่ รถที่มีมูลค่าสูง หรือผู้ที่ต้องการความอุ่นใจในการใช้รถยนต์
  • ประกันภัยชั้น 2 ให้ความคุ้มครองรองลงมาจากประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อรถคู่กรณี ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และการสูญหาย/ไฟไหม้ เหมาะสำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานปานกลาง หรือผู้ที่ต้องการความคุ้มครองในระดับหนึ่ง โดยมีค่าเบี้ยประกันภัยที่ต่ำกว่าประกันชั้น 1
  • ประกันภัยชั้น 3 ให้ความคุ้มครองน้อยที่สุด โดยจะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อรถคู่กรณี ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร (อาจมีส่วนเสริม) ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ของผู้เอาประกันภัย เหมาะสำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมาก หรือผู้ที่ต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกันภัย และไม่กังวลกับความเสียหายต่อรถยนต์ของตนเองมากนัก

ประกันภัย 2+ และ 3+ นอกจากนี้ ยังมีประกันภัย 2+ และ 3+ ซึ่งเป็นประกันภัยที่เพิ่มความคุ้มครองเข้ามาจากประกันชั้น 2 และ 3 ตามลำดับ เช่น ประกัน 2+ จะคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ของผู้เอาประกันภัยกรณีรถชนกับรถยนต์ด้วยกัน ให้ความคุ้มครองในหลายส่วนที่ใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 มากกว่า หรือ ประกัน 3+ อาจเพิ่มความคุ้มครองในกรณีรถชนแบบมีคู่กรณีด้วย

คำแนะนำ การเลือกประกันภัยรถยนต์ควรพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น อายุรถยนต์ มูลค่ารถยนต์ พฤติกรรมการขับขี่ งบประมาณ และความต้องการความคุ้มครองส่วนบุคคล เพื่อให้ได้ประกันภัยที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด

รถเกิน 10 ปี ทําประกันชั้น 1 ได้ไหม​

ประกันชั้น 1 รถเกิน 10 ปี หลายคนอาจสงสัยว่ายังสามารถทำได้หรือไม่ คำตอบคือ โดยทั่วไปแล้ว บริษัทประกันภัยส่วนใหญ่มักจะไม่รับทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 สำหรับรถยนต์ที่มีอายุเกิน 10 ปี เนื่องจากรถยนต์ที่มีอายุมาก มักจะมีโอกาสเกิดความเสียหายสูงขึ้น และค่าซ่อมแซมอาจแพงกว่ารถใหม่ ทำให้บริษัทประกันภัยต้องแบกรับความเสี่ยงมากขึ้น​

เหตุผลที่รถเกิน 10 ปี ต่อประกันชั้น 1 ยาก

  • ความเสี่ยงสูงขึ้น รถยนต์ที่มีอายุมากชิ้นส่วนต่าง ๆ อาจเสื่อมสภาพ ทำให้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุ หรือความเสียหายจากอุปกรณ์ภายในมากกว่ารถใหม่ การต่อประกันรถยนต์ชั้น 1 รถเกิน 10 ปี​จึงมีความเสี่ยงสูงขึ้นสำหรับบริษัทประกันภัย
  • ค่าซ่อมสูง เมื่อรถยนต์มีอายุมาก ค่าอะไหล่และค่าซ่อมแซมจะสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์บางรุ่นที่อาจหาอะไหล่ได้ยาก ทำให้บริษัทประกันภัยต้องพิจารณาความเสี่ยงในการรับประกันภัยอย่างละเอียด
  • ข้อจำกัดของบริษัทประกัน บริษัทประกันภัยแต่ละแห่งมีเกณฑ์ในการรับทำประกันภัยที่แตกต่างกัน บางบริษัทอาจไม่รับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 สำหรับรถที่มีอายุเกิน 7 หรือ 8 ปี ขณะที่บางบริษัทอาจรับประกันรถยนต์ที่มีอายุ 10-12 ปี แต่มีเงื่อนไขและข้อจำกัดเพิ่มเติม
  • ค่าเบี้ยประกันสูง หากบริษัทประกันภัยรับทำประกันชั้น 1 สำหรับรถยนต์ที่มีอายุเกิน 10 ปี มักจะคิดค่าเบี้ยประกันที่สูงกว่ารถใหม่ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่สูงกว่า

ทางเลือกสำหรับรถอายุเกิน 10 ปี

  • ประกันภัยชั้น 2+ หรือ 3+ หากรถยนต์มีอายุมากแต่ยังต้องการความคุ้มครองในระดับหนึ่ง ประกันภัย 2+ หรือ 3+ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์กรณีชนกับรถด้วยกัน รวมถึงความคุ้มครองอื่น ๆ แม้จะไม่มากเท่ากับประกันรถชั้น 1 แต่ก็ให้ความคุ้มครองในระดับนึง
  • ประกันภัยชั้น 3 เป็นประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองน้อยที่สุด แต่ก็มีค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกที่สุด เหมาะสำหรับรถยนต์ที่มีอายุมาก ไม่ค่อยได้ใช้งานแล้ว และไม่ต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากนัก
  • เปรียบเทียบหลายบริษัท ถึงแม้ว่าบริษัทส่วนใหญ่ไม่รับประกันชั้น 1 สำหรับรถเก่า แต่ก็ยังมีบริษัทประกันภัยบางแห่งที่อาจรับทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 สำหรับรถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 10 ปี (แต่มีเงื่อนไขและข้อจำกัด) การเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายบริษัทจึงเป็นสิ่งจำเป็น
  • การเลือกบริษัทประกันภัยที่เชี่ยวชาญ ลองมองหาบริษัทประกันภัยที่เชี่ยวชาญในการรับประกันภัยสำหรับรถยนต์เก่าโดยเฉพาะ ซึ่งอาจมีเงื่อนไขที่ผ่อนปรนกว่าบริษัททั่วไป

ข้อแนะนำ หากรถยนต์ของคุณมีอายุเกิน 10 ปี การเลือกประกันภัยควรพิจารณาจากความต้องการส่วนบุคคลและงบประมาณ ควรสอบถามและเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายบริษัทประกันภัย เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่เหมาะสมกับรถยนต์ของคุณ

รถเกิน 10 ปีทําประกันชั้น 1 ได้ไหม​

ประกันรถยนต์ชั้น 1 รถ 7 ปี ราคาเท่าไหร่

ราคาประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 สำหรับรถอายุ 7 ปี เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นช่วงอายุที่รถยนต์เริ่มมีความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายมากขึ้น และอาจมีค่าซ่อมแซมที่สูงกว่ารถใหม่ แต่ราคาประกันภัยรถยนต์นั้นมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาประกันภัยชั้น 1 สำหรับรถอายุ 7 ปี

  • ยี่ห้อและรุ่นรถยนต์ โดยรถยนต์แต่ละยี่ห้อและรุ่นมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและค่าซ่อมแซมที่แตกต่างกัน รถยนต์บางยี่ห้อที่มีอะไหล่ราคาแพง หรือมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูง มักจะมีเบี้ยประกันภัยที่สูงกว่า
  • ปีที่ผลิต รถยนต์ที่ผลิตในปีที่ใหม่กว่า อาจมีเบี้ยประกันภัยที่ต่ำกว่ารถที่ผลิตในปีที่เก่ากว่า เนื่องจากอาจมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าและมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุที่ต่ำกว่า
  • ประวัติการเคลม หากผู้เอาประกันภัยมีประวัติการเคลมประกันภัยบ่อยครั้ง บริษัทประกันภัยอาจปรับเพิ่มค่าเบี้ยประกันภัยขึ้น
  • ทุนประกัน ทุนประกันคือวงเงินสูงสุดที่บริษัทประกันภัยจะจ่ายให้เมื่อเกิดความเสียหาย หากเลือกทุนประกันที่สูงกว่า อาจมีผลให้ค่าเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นตามไปด้วย
  • เงื่อนไขความคุ้มครอง หากผู้ทำประกัน สนใจเพิ่มเติมเงื่อนไขความคุ้มครอง เช่น การคุ้มครองภัยน้ำท่วม ภัยธรรมชาติ หรือการคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล ก็มีผลต่อค่าเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน
  • บริษัทประกันภัย แต่ละบริษัทประกันภัยมีเกณฑ์ในการคำนวณเบี้ยประกันภัยที่แตกต่างกัน บางบริษัทอาจมีโปรโมชั่น หรือส่วนลดพิเศษ ซึ่งอาจทำให้ราคาเบี้ยประกันภัยแตกต่างกันไป
  • ส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัย ผู้ขับขี่ที่มีประวัติการขับขี่ดี ไม่มีอุบัติเหตุ และมีประวัติดีในการต่อประกัน อาจได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัย หรือ แม้แต่ คปภ. ได้ออกกฎไว้ว่า การติดกล้องหน้ารถยนต์เอง สามารถนำมาเป็นส่วนลดได้เช่นกัน

ราคาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 สำหรับรถอายุ 7 ปี โดยเฉลี่ยแล้วอาจมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 10,000 – 30,000 บาท อาจมากกว่าหรือน้อยกว่า ซึ่งจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น

คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกซื้อประกันชั้น 1 สำหรับรถ 7 ปี

  • เปรียบเทียบราคา ควรเปรียบเทียบราคาประกันภัยจากหลายบริษัท เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับความต้องการของคุณ
  • อ่านเงื่อนไข ควรอ่านรายละเอียดเงื่อนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้นให้ละเอียด ก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
  • เลือกบริษัทที่น่าเชื่อถือ ควรเลือกบริษัทประกันภัยที่มีชื่อเสียงและมีความมั่นคง เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่
  • ใช้ตัวช่วยเปรียบเทียบ มีเว็บไซต์และแอปพลิเคชันมากมายที่ให้บริการเปรียบเทียบราคาประกันภัยรถยนต์ ซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและเลือกประกันภัยได้ง่ายขึ้น

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ใบเสนอราคาประกันรถยนต์, กฎหมายประกันภัยรถยนต์ รวมถึงความแตกต่างของประกันภัยแต่ละประเภท เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเจ้าของรถยนต์ทุกคน เพื่อให้คุณสามารถเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการและปกป้องความเสี่ยงของคุณได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่า

สรุปรวมหัวข้อประเด็นที่น่าสนใจ

  • ใบเสนอราคาประกันรถยนต์ ช่วยให้คุณเปรียบเทียบความคุ้มครองและเบี้ยประกันภัยจากหลายบริษัท
  • กฎหมายประกันภัยรถยนต์ กำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้เอาประกันภัยและบริษัทประกันภัย
  • ประกันรถยนต์เริ่มคุ้มครอง ตามวันที่และเวลาที่ระบุในกรมธรรม์
  • ประกันภัยรถชั้น 1, 2, และ 3 มีความแตกต่างกันในด้านความคุ้มครองและเบี้ยประกัน
  • รถยนต์อายุเกิน 10 ปี อาจทำประกันชั้น 1 ได้ยาก แต่มีทางเลือกอื่น ๆ เช่น ประกัน 2+, 3+ หรือประกันภัยจากบริษัทที่เชี่ยวชาญ
  • ราคาประกันรถยนต์ชั้น 1 สำหรับรถอายุ 7 ปี แตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น ยี่ห้อ รุ่น ปีผลิต และประวัติการเคลม

การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ เป็นการตัดสินใจที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ควรศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายบริษัท เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณของคุณ อย่างที่ แรบบิท แคร์ ที่นี้นอกจากจะมีเอเจ้นทร์แครืแรรบิทคอยช่วยเหลือ ให้คำแนะนำในทุกขั้นตอนการสมัครประกันรถยนต์แล้ว เรายังมีบริการเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ให้คุณได้เปรียบเทียบ ตัดสินใจ และได้ประกันรถยนต์ที่เหมาะกับคุณ คลิกเลย!

สรุป

โดยทั่วไปแล้ว ความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์จะเริ่มต้นในวันที่และเวลาที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่มีผลบังคับใช้ และสำหรับการทำประกันภัยออนไลน์ ความคุ้มครองอาจเริ่มทันทีเมื่อมีการชำระเบี้ยประกันภัยและได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ แต่ถ้าเป็นกรณีการต่ออายุกรมธรรม์ ความคุ้มครองจะต่อเนื่องจากกรมธรรม์เดิม แต่ทั้งนี้เพื่อความมั่นใจในความคุ้มครอง ควรทำประกันภัยรถยนต์ล่วงหน้าก่อนวันหมดอายุกรมธรรม์เดิม หรือก่อนการใช้งานรถยนต์ และควรเก็บหลักฐานการชำระเบี้ยประกันฯและกรมธรรม์ประกันฯไว้เสมอ

ที่มา

เปรียบเทียบประกันรถยนต์ ซื้อประกันภัยรถยนต์

ระบุยี่ห้อรถของคุณ

บทความแคร์เรื่องประกันยานยนต์

รถน้ำท่วม

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

รถเคยน้ำท่วมดูยังไง? เช็กก่อนซื้อ–ขาย ไม่ให้พลาด!

รถโดนน้ำท่วม รถจมน้ำมานาน หลายคนอาจจะเปลี่ยนไปซื้อรถยนต์คันใหม่ แต่อาจจะสงสัยว่าจะขายเจ้ารถเก่าคันนี้ได้ไหมนะ? หรือใครที่กำลังมองหารถยนต์มือสอง รถน้ำท่วม
Thirakan T
05/08/2025
รถมีรอยกระสุน

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

รถยนต์มีรอยกระสุน เคลมประกันได้ไหม? เช็กด่วน ประกันแบบไหนคุ้มครอง

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันนั้นเกิดขึ้นได้เสมอ แม้แต่เรื่องของรถมีรอยกระสุนจากการโดนยิง โดยเฉพาะในสถานการณ์เหตุการณ์ไม่มั่นคง
Thirakan T
30/07/2025
ประมาทร่วม

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประมาทร่วม คืออะไร? ทำความเข้าใจให้ถูก ก่อนถูกเรียกค่าเสียหายหรือต้องขึ้นศาล

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่าประมาทร่วม จากข่าวอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์บนท้องถนน แต่ไม่เข้าใจอย่างแท้จริงว่า ประมาทร่วม คือ อะไรกันแน่
Thirakan T
11/07/2025