พ.ร.บ. คุ้มครองกรณีทุพพลภาพถาวรอย่างไร วงเงินชดเชยเท่าไหร่?

กองบรรณาธิการ
ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ Published: เมษายน 3, 2026
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย เนื้อหาผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง อัปเดตสม่ำเสมอ และมีความน่าเชื่อถือ โดย แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว00021/2557)
พ.ร.บ. คุ้มครองกรณีทุพพลภาพถาวรอย่างไร

ทุกๆ 1 ชั่วโมง มีคนไทยต้องเผชิญกับอุบัติเหตุรุนแรงจนเปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล อุบัติเหตุบนท้องถนนไม่ได้จบลงแค่การเข้าโรงพยาบาล แต่สำหรับบางคนมันคือสภาวะ “ทุพพลภาพถาวร” ที่ทำให้ไม่สามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม ความกังวลอันดับหนึ่งไม่ใช่แค่ค่ารักษา แต่คือจะเอาเงินจากไหนมาจุนเจือครอบครัวในวันที่ร่างกายไม่เอื้ออำนวย

การเข้าใจสิทธิพื้นฐานจาก พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และประกันภัยภาคสมัครใจจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ บทความนี้จะเจาะลึกวงเงินชดเชยกรณีทุพพลภาพถาวร ขั้นตอนการเคลมที่คนทำงานเคลมจริงอยากบอกคุณ และเทคนิคการเลือกประกันให้ครอบคลุม “ความสูญเสียเชิงรายได้” ในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปสั้น ๆ สำหรับคนไม่มีเวลาอ่านหมด

  • วงเงิน พ.ร.บ.: จ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีทุพพลภาพถาวรสูงสุด 500,000 บาท/คน (ตามเกณฑ์ คปภ.)
  • ส่วนต่างประกันสมัครใจ: ประกันชั้น 1, 2+, 3+ จะจ่ายเพิ่มในส่วน “ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก” ตามวงเงินในกรมธรรม์ (มักเริ่มต้น 500,000 บาทขึ้นไป)
  • ข้อยกเว้นหลัก: เมาแล้วขับ (แอลกอฮอล์เกิน 50mg%), ไม่มีใบขับขี่ หรือใช้รถกระทำผิดกฎหมายร้ายแรง
  • สิ่งที่ต้องทำทันที: แจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวัน และขอประวัติการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อใช้ประเมินสภาวะทุพพลภาพ
  • Expert Tip: ทุพพลภาพถาวรไม่ได้แปลว่าต้องนอนติดเตียงเสมอไป การสูญเสียนิ้วมือหรือสายตาตามเกณฑ์ที่กำหนดก็สามารถเคลมได้วงเงินสูงเช่นกัน

วงเงินคุ้มครอง: พ.ร.บ. และประกันภาคสมัครใจ

เมื่อเกิดอุบัติเหตุจนถึงขั้นทุพพลภาพ การทำงานของประกันจะแบ่งเป็น 2 ชั้น โดย พ.ร.บ. จะทำหน้าที่เป็น “ด่านหน้า” จ่ายวงเงินพื้นฐานตามกฎหมายก่อน จากนั้นประกันภาคสมัครใจ (ถ้ามี) จะเข้ามาทำหน้าที่จ่าย “ส่วนเกิน” เพื่อให้ความคุ้มครองเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายจริงและค่าขาดรายได้ในอนาคต

พ.ร.บ. — ค่ารักษาพยาบาล (ต่อคน)
สูงสุด 80,000 บาท
จ่ายตามจริง เบื้องต้นจ่ายทันที 30,000 บาท
พ.ร.บ. — เสียชีวิต/ทุพพลภาพ (ต่อคน)
สูงสุด 500,000 บาท
ต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ตามเกณฑ์ คปภ.
ประกันภาคสมัครใจ — บุคคลภายนอก (ต่อคน)
500,000 – 2,000,000 บาท
จ่ายส่วนเกินจาก พ.ร.บ. (แล้วแต่แผนประกัน)
ประกันภาคสมัครใจ — ต่ออุบัติเหตุ
สูงสุด 10,000,000 บาท
วงเงินรวมสำหรับทุกคนในเหตุการณ์เดียว

⚠️ ตัวเลขข้างต้นเป็นช่วงที่พบได้บ่อยในตลาดไทย ณ ปัจจุบัน วงเงินจริงขึ้นอยู่กับแผนและบริษัทประกันของคุณ ควรตรวจสอบกรมธรรม์ตัวเองก่อนเกิดเหตุ

ประเด็น พ.ร.บ. บังคับ ชั้น 1 ภาคสมัครใจ สมัครใจ หมายเหตุ
ค่ารักษา (ต่อคน) 80,000 บาท 100,000 – 500,000 บาท ประกันสมัครใจจ่ายส่วนเกินหลัง พ.ร.บ. หมดวงเงิน
เสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวร 500,000 บาท 500,000 บาทขึ้นไป จ่ายเป็นเงินก้อนชดเชยความสูญเสีย
ทุพพลภาพชั่วคราว 200 บาท/วัน ตามหน้ากรมธรรม์ (PA) พ.ร.บ. จ่ายค่าชดเชยรายวันสูงสุด 20 วัน
ทรัพย์สินบุคคลภายนอก 600,000 – 5,000,000 บาท พ.ร.บ. ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถหรือทรัพย์สิน
← เลื่อนดูเพิ่มเติม →

เงื่อนไขและข้อยกเว้นที่ทำให้เคลมไม่ได้

⚠️ 5 เหตุที่ประกันมักปฏิเสธในเคสนี้

  • เมาแล้วขับ: มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์)
  • ไม่มีใบอนุญาตขับขี่: หรือถูกระงับการใช้ใบขับขี่ในขณะเกิดเหตุ (ยกเว้นเป็นฝ่ายถูกและเคลมจากคู่กรณี)
  • การใช้รถผิดประเภท: เช่น นำรถส่วนบุคคลไปใช้รับจ้างสาธารณะหรือขนส่งของผิดกฎหมาย
  • จงใจทำให้เกิดอุบัติเหตุ: เพื่อหวังเงินประกันหรือฆ่าตัวตาย
  • แจ้งเหตุเท็จหรือล่าช้าเกินควร: การไม่แจ้งความทันทีทำให้หลักฐานหน้างานเสียไปจนตรวจพิสูจน์ไม่ได้

ตัวอย่างเคสจากประสบการณ์เคลมจริง

จากประสบการณ์ทำงานเคลมมาหลายปี ผมพบว่าความเข้าใจผิดเรื่อง “คำนิยามทุพพลภาพ” มักทำให้ลูกค้าเสียสิทธิ์ที่ควรได้ ลองดูเคสจำลองเหล่านี้ครับ

เคสที่ 1

สูญเสียอวัยวะสำคัญ (ทุพพลภาพถาวรบางส่วน)

  • สถานการณ์: มอเตอร์ไซค์ชนรถยนต์จนต้องสูญเสียนิ้วโป้งและนิ้วชี้ข้างที่ถนัด
  • สิ่งที่เกิดขึ้น: แม้จะยังเดินได้ปกติ แต่แพทย์ประเมินว่าสูญเสียการทำงานของมืออย่างถาวร
  • บทเรียน: พ.ร.บ. จ่ายชดเชยตามสัดส่วน (ประมาณ 250,000 บาทขึ้นไป) ไม่ต้องรอให้เป็นอัมพาตก็เคลมได้
เคสที่ 2

บาดเจ็บสาหัสจนต้องติดเตียง

  • สถานการณ์: รถยนต์เสียหลักตกข้างทาง ผู้ขับขี่กระดูกสันหลังหักเป็นอัมพาตครึ่งตัว
  • สิ่งที่เกิดขึ้น: พ.ร.บ. จ่ายเต็มวงเงิน 500,000 บาททันทีหลังประเมินเสร็จ
  • บทเรียน: หากมีประกันชั้น 1 จะได้เงินจากหมวด PA (อุบัติเหตุส่วนบุคคล) เพิ่มอีก 100,000-200,000 บาทตามกรมธรรม์
เคสที่ 3

คู่กรณีทุพพลภาพและเราเป็นฝ่ายผิด

  • สถานการณ์: เราขับรถชนคนเดินถนนจนเขาสูญเสียการมองเห็น
  • สิ่งที่เกิดขึ้น: พ.ร.บ. จ่าย 500,000 บาทแรก ส่วนเกินที่คู่กรณีเรียกเพิ่ม 1 ล้านบาท ประกันชั้น 1 ของเราเป็นผู้จ่ายให้
  • บทเรียน: ถ้ามีแค่ พ.ร.บ. เราต้องควักเงินตัวเองจ่ายส่วนเกิน 1 ล้านบาทนั้นเองทั้งหมด
เคสที่ 4

ทุพพลภาพชั่วคราวแต่พักนาน

  • สถานการณ์: ขาหักสองข้าง ใส่เฝือกนอนโรงพยาบาล 1 เดือน
  • สิ่งที่เกิดขึ้น: ยังไม่นับเป็นทุพพลภาพถาวร แต่เบิกค่ารักษา พ.ร.บ. 80,000 และค่าชดเชยรายวันได้
  • บทเรียน: ต้องรอแพทย์ยืนยันหลังรักษาครบ 1 ปีว่าอาการ “ไม่ดีขึ้นและรักษาไม่หาย” จึงจะปรับเป็นทุพพลภาพถาวร

6 ขั้นตอนที่ต้องทำเมื่อเกิดเหตุจนถึงขั้นทุพพลภาพ

การเตรียมหลักฐานให้พร้อมตั้งแต่วันแรกจะช่วยลดระยะเวลาพิจารณาอนุมัติเงินจากหลักเดือนเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์

  1. แจ้งเหตุและเข้ารักษาทันทีโทรแจ้งกู้ชีพ 1669 และบริษัทประกันทันทีเพื่อให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบหน้างานและออกใบเคลม
  2. แจ้งความลงบันทึกประจำวันต้องระบุรายละเอียดเหตุการณ์และคู่กรณีให้ชัดเจน เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการเรียกค่าสินไหม
  3. เตรียมเอกสารประวัติการรักษาขอใบรับรองแพทย์และประวัติการรักษาทั้งหมดจากโรงพยาบาล เพื่อประเมินระดับความสูญเสีย
  4. ยื่นประเมินทุพพลภาพเมื่อรักษาจนสิ้นสุดทางการแพทย์แล้ว ให้แพทย์ออกใบรับรองยืนยันสภาวะทุพพลภาพถาวร
  5. ยื่นคำร้องต่อบริษัทประกันส่งหลักฐานทั้งหมดให้บริษัทประกันภัย (ทั้ง พ.ร.บ. และภาคสมัครใจ) เพื่อพิจารณาจ่ายเงินก้อน
  6. ติดตามการโอนเงินชดเชยตรวจสอบยอดเงินที่ได้รับว่าตรงตามกรมธรรม์หรือไม่ หากไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถร้องเรียน คปภ. ได้
💡 Tip พิเศษ: หากคู่กรณีไม่มีประกันหรือ พ.ร.บ. ขาด คุณสามารถยื่นเรื่องขอรับเงินชดเชยจาก “กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย” ได้ในเบื้องต้นครับ

คำถามที่พบบ่อย

Q: เราเป็นฝ่ายผิด ประกันยังจ่ายให้คู่กรณีไหม?
จ่ายแน่นอนครับ พ.ร.บ. และประกันภาคสมัครใจจะให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของคู่กรณี (บุคคลภายนอก) เป็นอันดับแรกตามกฎหมาย แม้เราจะเป็นฝ่ายผิดก็ตาม
Q: ต้องสำรองค่ารักษาเองก่อนหรือไม่?
โดยปกติสามารถใช้สิทธิ์มอบอำนาจให้โรงพยาบาลเบิกตรงกับบริษัทประกันได้ทันที แต่หากเป็นคลินิกขนาดเล็กหรือเคสที่ต้องพิสูจน์สิทธิ์ อาจต้องสำรองจ่ายแล้วนำใบเสร็จมาเบิกคืนภายหลังครับ
Q: ถ้าไม่แจ้งตำรวจ/ไม่ทำบันทึกประจำวัน จะมีปัญหาอย่างไร?
จะมีปัญหามากในการเคลมกรณีบาดเจ็บสาหัสหรือทุพพลภาพ เพราะบริษัทประกันต้องใช้บันทึกประจำวันเป็นหลักฐานยืนยันเหตุการณ์ หากไม่มีอาจถูกปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้
Q: แจ้งเคลมช้า (เกิน 7 วัน) จะเสียสิทธิ์ไหม?
ตามกฎหมายไม่เสียสิทธิ์ในทันที (อายุความเคลม พ.ร.บ. คือ 2 ปี) แต่การแจ้งช้าทำให้การรวบรวมหลักฐานทำได้ยากขึ้น และอาจถูกตรวจสอบเข้มงวดเป็นพิเศษจนได้รับเงินชดเชยล่าช้า

ข้อผิดพลาดที่เจอซ้ำจากเคสจริง

  • ไม่ถ่ายรูป/วิดีโอหน้างาน: ทำให้ฝ่ายตรวจสอบของบริษัทประกันโต้แย้งทิศทางรถหรือสาเหตุความเสียหายจริงได้
  • ทิ้งใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลย่อยๆ: แม้เพียงไม่กี่ร้อยบาท แต่หากรวมกันในเคสรักษาต่อเนื่องอาจเป็นเงินหลักหมื่นที่สูญเปล่า
  • รีบเซ็นยอมความกับคู่กรณีโดยไม่ปรึกษาประกัน: อาจส่งผลให้ประกันปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมส่วนเกินได้
  • ไม่ตรวจเช็กวันหมดอายุ พ.ร.บ.: ทำให้ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเองทั้งหมด ซึ่งเคสทุพพลภาพค่ารักษามักสูงมาก
  • ให้ข้อมูลในบันทึกตำรวจไม่ครบถ้วน: การข้ามรายละเอียดสำคัญอาจทำให้รูปคดีเปลี่ยนจากฝ่ายถูกเป็นฝ่ายประมาทร่วมได้

เลือกวงเงินให้รองรับ worst case ได้จริง

การเลือกประกันไม่ได้ดูแค่ค่าเบี้ยถูกที่สุด แต่ต้องดู “วงเงินรับผิดต่อบุคคลภายนอก” เพราะนั่นคือเกราะป้องกันทรัพย์สินทั้งหมดของคุณหากเกิดอุบัติเหตุใหญ่

ชั้น 3 / 3+
คุ้มครองเน้นคู่กรณี
  • เบี้ยเริ่มต้นเพียง 2,xxx บาท
  • วงเงินบุคคลภายนอก 5 แสนบาท
  • ไม่คุ้มครองรถเรา (ถ้าเป็นชั้น 3)
เหมาะรถเก่า/งบน้อย
ชั้น 1 Premium
คุ้มครองสูงสุดทุกกรณี
  • วงเงินบุคคลภายนอก 2 ล้านบาท+
  • เคลมได้แม้ไม่มีคู่กรณี
  • รวมค่าชดเชยรายได้ขณะซ่อม
รถใหม่/ขับบ่อย/เส้นทางเสี่ยง

สรุปจากมุมมองคนทำเคลมจริง

จากประสบการณ์ที่เคยเจอเคสลูกค้าจริง ๆ หลายคนมักจะรู้ตัวเมื่อสายไปว่าวงเงิน พ.ร.บ. 5 แสนบาทนั้นไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยทุพพลภาพตลอดชีวิต เงินก้อนนี้อาจจะหมดไปภายในเวลาไม่กี่ปีกับค่าอุปกรณ์การแพทย์และค่ากายภาพบำบัด

ผมอยากชวนให้ผู้อ่านกลับไปเช็กหน้าตารางกรมธรรม์ของตัวเองตอนนี้เลยครับ ดูที่ช่อง “ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก” ว่ามีวงเงินเท่าไหร่ หากยังอยู่ที่ขั้นต่ำ 5 แสนบาท การอัปเกรดแผนประกันในรอบปีถัดไปเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาเป็นอันดับแรกเพื่อความอุ่นใจของครอบครัวคุณเอง

หมายเหตุสำคัญ: ตัวเลขและข้อมูลวงเงินทั้งหมดในบทความเป็นตัวอย่างโดยประมาณเพื่อสร้างความเข้าใจเบื้องต้น เงื่อนไขความคุ้มครองจริงจะเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ของแต่ละบริษัทประกันภัย

แรบบิท แคร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์

แรบบิท แคร์ รวบรวม ประกันรถยนต์ จากหลายบริษัทมาให้คุณเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ทั้งราคา ความคุ้มครองประกันรถยนต์ แต่ละประเภท บริการเคลม เลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และงบประมาณ คุณสามารถเช็คเบี้ยและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ จากหลายบริษัทได้ทันทีในที่เดียว

  • เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากหลายบริษัทในหน้าเดียว
  • มีทุกชั้นความคุ้มครอง ทั้งชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำตลอดการเลือกซื้อ

บริษัท แรบบิท แคร์ โบรคเกอร์ จำกัด เป็นนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจาก คปภ. ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยโปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นทุกครั้ง

 

บทความแคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 2+ กับ 3+ ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนคุ้มกว่าสำหรับรถคุณ?

ประกันชั้น 2+ และ 3+ ต่างกันตรงไหน? ทั้งสองแบบซ่อมรถเมื่อชนกับคู่กรณี แต่ 2+ เพิ่มความคุ้มครองรถหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วมด้วย ในราคาสูงกว่าประมาณ 1,000–2,000 บาทต่อปี เปรียบเทียบความคุ้มครอง ตารางเบี้ย และคำแนะนำการเลือกให้เหมาะกับรถและไลฟ์สไตล์ของคุณ
กองบรรณาธิการ
10/06/2026
ประกันชั้น 1 รถ 15 ปี ยังทำได้ แต่ตัวเลือกน้อยลงมาก

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

ประกันชั้น 1 รถ 15 ปี ยังทำได้ไหม ? หรือควรเปลี่ยนเป็นชั้น 2+ ?

รถอายุ 15 ปี ยังทำประกันชั้น 1 ได้ในบางบริษัท เช่น วิริยะและกรุงเทพประกันภัย แต่เบี้ยสูงขึ้น 30–50% และตัวเลือกน้อยลงอย่างมาก บทความนี้เปรียบเทียบชั้น 1 กับชั้น 2+ ตรงๆ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง เบี้ยโดยประมาณ และเงื่อนไขบริษัท พร้อมไกด์ตัดสินใจว่าสถานการณ์ไหนควรเลือกชั้นไหน รวมถึงข้อมูลที่หลายคนไม่รู้ว่าประวัติการต่ออายุกระทบโอกาสรับประกันอย่างไร
กองบรรณาธิการ
05/06/2026
รถยนต์อายุ 10 ปี ทำประกันชั้น 1 ได้ไหม

แคร์เรื่องประกันยานยนต์

รถยนต์ 10 ปี ทำประกันชั้น 1 ได้ไหม ? คำตอบ + เงื่อนไขครบในที่เดียว

รถยนต์ 10 ปี ทำประกันชั้น 1 ได้ไหม? คำตอบคือ ได้ - บริษัทประกันชั้นนำส่วนใหญ่รับรถอายุไม่เกิน 10–15 ปี แต่จะมีความแตกต่างจากรถใหม่ 3 ด้าน ได้แก่ เบี้ยที่สูงขึ้น การซ่อมอู่แทนศูนย์ และการถ่ายภาพรถก่อนออกกรมธรรม์ บทความนี้รวบรวมเงื่อนไขจริงของแต่ละบริษัท เบี้ยโดยประมาณตามประเภทรถ และวิธีผ่อนชำระเบี้ยประกันชั้น 1 แบบ 0% สูงสุด 10 เดือน
กองบรรณาธิการ
05/06/2026