รถมีปัญหา แบตหมด ประตูรถเปิดไม่ได้ ทำยังไงดี?

Natthamon
ผู้เขียน: Natthamon Published: มีนาคม 5, 2025
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
คะน้าใบเขียว
ตรวจทาน: คะน้าใบเขียว Last edited: มิถุนายน 14, 2025
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
ประตูรถเปิดไม่ได้ ทั้ง นอกและ ใน

ปัญหาจุกจิกกวนใจของคนใช้รถที่มักพบเจออยู่บ่อยครั้งหนีไม่พ้นเรื่อง แบตเตอรี่รถยนต์หมด และ ประตูรถเปิดไม่ได้ทั้งจากด้านนอกและด้านใน ซึ่งอาจทำให้หลายคนรู้สึกตกใจและทำอะไรไม่ถูก รถล็อค เปิดประตูไม่ได้ แล้วแบบนี้จะรับมือกับสถานการณ์ดั่งกล่าวอย่างไรดีนะ?

แต่ไม่ต้องกังวลไป! เพราะวันนี้ แรบบิท แคร์ จะพาคุณไปสำรวจถึงสาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้นกัน เรื่องแบบนี้ต้องนำรถคู่ใจไปเข้าอู่ซ่อมรถไหม? ไปดูกันเลยดีกว่า

ทำไมประตูรถเปิดไม่ได้ ทั้ง นอกและ ใน พร้อมวิธีแก้ไข

ปัญหาประตูรถเปิดไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นจากด้านในหรือด้านนอกเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในรถยนต์ทุกชนิด ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ปัญหาทางกลไกไปจนถึงระบบไฟฟ้า โดยสาเหตุ และวิธีแก้ไขจะมีดั่งนี้

เพราะ Child Lock กำลังทำงานอยู่

เรียกได้ว่า Child Lock เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดหากเกิดเหตุการณ์เปิดประตูรถจากด้านในไม่ได้ โดยฟังก์ชันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้เด็ก ๆ เปิดประตูรถโดยไม่ตั้งใจขณะเดินทาง ซึ่งสวิตช์หรือตัวล็อกนี้มักจะอยู่บริเวณขอบประตู เมื่อคุณเผลอไปโดนโดยไม่รู้ตัวขณะทำความสะอาดหรือใช้งานรถ ก็อาจทำให้ปิดประตูแล้ว คุณจะไม่สามารถเปิดประตูจากด้านในได้นั่นเอง

วิธีแก้ : ลองเช็กว่าสลัก Child Lock ที่ขอบประตูว่าอยู่ในตำแหน่งล็อกหรือไม่ หากใช่ ให้ปลดล็อกออก เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถกลับมาใช้งานประตูบานนั้นได้ปกติแล้ว

กลไกภายในประตูอาจเกิดปัญหา

 อาจเกิดจากกลไกของตัวล็อกประตูชำรุดเสียหาย หรือทำงานผิดปกติ การเชื่อมต่อระหว่างตัวล็อกกับกลไกประตูอาจไม่สมบูรณ์ หรือบางครั้งชิ้นส่วนโลหะภายในประตูอาจเกิดสนิมทำให้กลไกติดขัด ซึ่งจะพบได้บ่อยในรถยนต์มาเป็นระยะนาน ๆ หรือรถยนต์มีอายุการใช้งานนาน

วิธีแก้ : ชิ้นส่วนกลอนประตูหรือสายเคเบิลที่เชื่อมต่อกับกลไกการล็อกอาจชำรุด หลวม หรือติดขัด ลองปรึกษาช่างซ่อมรถเพื่อเปลี่ยนชิ้นส่วนอุปกรณ์ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการซ่อมขึ้นอยู่กับอะไหล่ของรถยี่ห้อและรุ่นนั้น ๆ 

ปัญหาของระบบไฟฟ้า

สำหรับรถยนต์ที่ใช้ระบบล็อกประตูไฟฟ้า อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบไฟ หรือการที่แบตเตอรี่รถยนต์หมด อาจส่งผลให้มอเตอร์ล็อกประตูเสีย  ในกรณีแบตเตอรี่รีโมทรถยนต์หมด อาจทำให้ระบบล็อกทำงานไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้คุณไม่สามารถเปิดประตูรถจากภายนอก หรือปลดล็อกด้วยรีโมทรถยนต์ได้

วิธีแก้ : หากกดรีโมทแล้วไม่มีสัญญาณตอบรับหรือไฟเลี้ยวไม่กะพริบ อาจเป็นที่รีโมทเสียหรือถ่านหมด ให้ลองเปลี่ยนถ่านรีโมทก่อน โดยราคาเริ่มต้น 100 บาท หรือหากคุณใช้รีโมทเปิดประตูไม่ได้ ลองใช้กุญแจสำรองไขกุญแจด้วยมือโดยตรงไปก่อน

ในกรณีที่กดรีโมทแล้วมีสัญญาณตอบรับ (ไม่มีไฟเลี้ยวกะพริบ) แต่ประตูไม่คลายล็อก อาจเกิดจากมอเตอร์ที่ควบคุมการล็อกประตูเสีย และหากแบตเตอรี่รถหมด ทำให้ประตูรถเปิดไม่ได้ อาจจะต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ ซึ่งราคาเริ่มต้นประมาณ 1,500 บาท

อาจเกิดจากประตูรถยนต์ได้รับความเสียหาย

ปัญหานี้มักจะพบในกรณีที่รถประสบอุบัติเหตุ ทำให้ระบบล็อกประตูได้รับความเสียหาย หรือโครงสร้างของประตูผิดรูป ส่งผลให้ประตูรถเปิดไม่ได้ ทั้ง นอกและ ในได้

วิธีแก้ : นำรถยนต์ไปซ่อมแซมกับช่างโดยตรง เนื่องจากปัญหาอยู่ที่ตัวโครงสร้างรถยนต์โดยตรง นอกจากนี้การจอดรถในที่ที่มีอากาศหนาวเย็นหรือมีความชื้นสูงจนเกินไป เพราะจะทำให้ชิ้นส่วนภายในที่เป็นโลหะกลายเป็นสนิทและติดขัดได้ 

นอกจากนี้  หากประตูเปิดไม่ได้จากด้านนอก หรือจากด้านหนึ่ง ลองเปิดจากอีกด้านหนึ่ง เพราะบางครั้งกลไกอาจทำงานผิดพลาดเพียงด้านเดียว หรือหากคุณอยู่ในรถและประตูเปิดไม่ได้จากด้านใน ลองกดปุ่มปลดล็อกที่แผงควบคุมประตูหลาย ๆ ครั้ง ก็จะช่วยได้ในขั้นพื้นฐาน

แต่หากลองทุกวิธีแล้วยังไม่ได้ผลเปิดประตูรถจากด้านนอกไม่ได้ คุณอาจโทรเรียกช่าง หรืออู่ซ่อมรถบริเวณใกล้เคียงเพื่อเป็นการขอความช่วยเหลือได้ หรือเป็นกรณีฉุกเฉินที่ไม่สามารถรอความช่วยเหลือ การทุบกระจกรถอาจเป็นทางเลือกสุดท้ายได้เช่นกัน

สาเหตุ ประตูรถล็อคไม่ได้ พร้อมวิธีแก้

นอกจากปัญหารถล็อค เปิดประตูไม่ได้ หรือ ประตูรถเปิดไม่ได้ ทั้ง นอกและ ใน อีกหนึ่งปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้กับเจ้าของรถอีกปัญหาก็คงหนีไม่พ้นประตูรถล็อคไม่ได้นี่แหละ เพราะส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของรถยนต์และทรัพย์สินภายในรถได้! แล้วสาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่ ตามมาดูสาเหตุและวิธีแก้้ไขกันดีกว่า 

  • แบตเตอรี่รีโมทรถยนต์หมด หรือ รีโมทเสีย

นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยและแก้ไขได้ง่ายที่สุด หากคุณกดรีโมทแล้วไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆ  เช่น ไฟเลี้ยวไม่กะพริบ หรือไม่มีเสียง “คลิก” จากระบบล็อก นั่นอาจเป็นสัญญาณว่า แบตเตอรี่ในกุญแจรีโมทอ่อนหรือหมด, รีโมทเสียหรือชำรุด

วิธีแก้ : เปลี่ยนแบตเตอรี่ในกุญแจรีโมทแบตอ่อน หรือหากเปลี่ยนแล้วยังไม่เป็นผล อาจจะต้องนำไปซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่

  • มอเตอร์ระบบล็อกประตูไฟฟ้าเสีย หรือทำงานผิดปกติ

สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่ใช้ระบบล็อกประตูไฟฟ้า หากคุณกดรีโมทแล้วมีสัญญาณตอบรับ (เช่น ไฟเลี้ยวกะพริบ หรือมีเสียง) แต่ประตูไม่ยอมคลายล็อกหรือล็อก ไม่ว่าจะเป็นบางบานหรือทุกบาน นั่นอาจเป็นเพราะ

มอเตอร์ควบคุมการล็อกประตูเสีย ทำให้ไม่สามารถขยับกลไกเพื่อล็อกหรือปลดล็อกได้ หรืออาจเกิดจากสายไฟหรือวงจรไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับมอเตอร์มีปัญหา สายไฟเกิดการขาด การลัดวงจร หรือการเชื่อมต่อหลวม ทำให้มอเตอร์ไม่ได้รับกระแสไฟฟ้าที่เพียงพอ

  • กลไกภายในประตูมีปัญหา หรือชำรุดเสียหาย

ปัญหาทางกลไกเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญ โดยเฉพาะในรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานนาน หรือผ่านการใช้งานหนักมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ชิ้นส่วนประตูชำรุด หัก หลวม ขาด หรือสึกหรอ ทำให้กลไกการล็อกไม่สามารถทำงานได้สมบูรณ์ รวมไปถึง ฝุ่น สิ่งสกปรก หรือสนิมที่สะสมอยู่ภายในกลไกประตู อาจทำให้การเคลื่อนที่ของชิ้นส่วนต่าง ๆ ติดขัด และไม่สามารถล็อกได้

  • ประตูรถปิดไม่สนิท

ยางขอบประตูที่เสื่อมสภาพ บวม หรือมีสิ่งของติดอยู่ อาจทำให้ประตูไม่สามารถปิดเข้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ และเมื่อมีประตูบานใดบานหนึ่งปิดไม่สนิท ก็จะส่งผลให้ตัวเซ็นเซอร์ที่ทำหน้าที่ตรวจจับการปิดประตูอาจเสียหรือทำงานผิดปกติ ทำให้ระบบเข้าใจว่าประตูยังเปิดอยู่ แม้จะปิดแล้วก็ตาม

  • ระบบเซ็นทรัลล็อกรวน

ระบบเซ็นทรัลล็อกอาจมีปัญหา ทำให้ประตูไม่สามารถล็อกพร้อมกันทั้งหมด หรือถ้าประตูไม่ปิดสนิท 

ระบบอาจตรวจจับได้และไม่ยอมให้ล็อกให้ หรือล็อกได้เพียงบางบานเท่านั้น นอกจากนี้การลัดวงจร หรือสายไฟขาดในระบบเซ็นทรัลล็อกก็อาจทำให้เกิดปัญหานี้ได้เช่นกัน ทั้งนี้ คุณควรนำรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถ เพื่อบำรุงรักษาและตรวจเช็กระบบล็อกประตูให้สามารถเปิดปิดได้ตามปกติ

ประตูเปิดไม่ได้จากด้านนอก

สัญญาณเตือน แบตรถหมดดูยังไง?

ก่อนที่รถของคุณจะสตาร์ทไม่ติดเพราะแบตเตอรี่หมดเกลี้ยง มักจะมีสัญญาณเตือนบางอย่างที่คุณสามารถสังเกตได้ เพื่อจะได้นำรถเข้าตรวจเช็กก่อนจะเกิดปัญหาขึ้น

  • รถสตาร์ทติดยาก โดยเฉพาะตอนเช้า หรือหลังจากจอดรถทิ้งไว้นาน ๆ เสียงสตาร์ทจะลากยาวกว่าปกติ
  • ระบบไฟฟ้าในรถทำงานผิดปกติ เช่น ไฟหน้าสว่างน้อยลง กระจกไฟฟ้าขึ้น-ลงช้า แตรเสียงเบาลง หรือไม่ดัง
  • ไฟเตือนแบตเตอรี่ หรือไฟรูปเครื่องยนต์บนแผงหน้าปัดโชว์ขึ้นมา

แรบบิท แคร์ แนะนำว่า เราควรหมั่นตรวจเช็กแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าในรถอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาการล็อกประตูที่เกิดจากระบบไฟฟ้า นอกจากจะช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับประตูรถและแบตเตอรี่เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ใช้รถทุกคน 

การรู้สัญญาณเตือนและวิธีแก้ไขเบื้องต้นจะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที หมดปัญหารถดับกลางทางอย่างแน่นอน

รถล็อค เปิดประตูไม่ได้

แบตรถยนต์หมด ทําไง? วิธีแก้ไขเบื้องต้นเมื่อรถสตาร์ทไม่ติด

หากรถสตาร์ทไม่ติดและคาดว่าเกิดจากแบตเตอรี่หมด รถแบตเตอรี่หมด ทํายังไง สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติ และคุณอาจเลือกพ่วงแบตเตอรี่จากรถยนต์ด้วยกันเองได้ โดยพยายามจอดรถให้ใกล้กันที่สุด และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องยนต์ของรถทั้งสองคันดับสนิท  ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดภายในรถ จากนั้นต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ โดยปฎิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้

  • นำสายพ่วงแบตเตอรี่สีแดง (ขั้วบวก) หนีบเข้ากับขั้วบวกของแบตเตอรี่รถคันที่แบตหมดก่อน
  • นำสายพ่วงแบตเตอรี่สีแดงอีกด้านหนึ่งหนีบเข้ากับขั้วบวกของแบตเตอรี่รถคันที่มาช่วย
  • นำสายพ่วงแบตเตอรี่สีดำ (ขั้วลบ) หนีบเข้ากับขั้วลบของแบตเตอรี่รถคันที่มาช่วย
  • นำสายพ่วงแบตเตอรี่สีดำอีกด้านหนึ่งหนีบเข้ากับโครงโลหะที่ไม่ทาสีของรถคันที่แบตหมด พยายามหลีกเลี่ยงการหนีบที่ขั้วลบของแบตเตอรี่โดยตรง

เมื่อพ่วงแบตเตอรี่แล้ว ให้สตาร์ทเครื่องยนต์ของรถคันที่มาช่วยทิ้งไว้ 2-3 นาที จากนั้นลองสตาร์ทเครื่องยนต์ของรถคันที่แบตหมด และเมื่อรถสตาร์ทติดแล้ว ให้ถอดสายพ่วงแบตเตอรี่ออก โดยเริ่มจากสายสีดำของรถคันที่แบตหมดก่อน แล้วจึงถอดสายสีดำของรถคันที่มาช่วย ตามด้วยสายสีแดงของรถคันที่มาช่วย และสายสีแดงของรถคันที่แบตหมด

หรือหากไม่มีรถยนต์คันอื่นให้คุณพ่วงแบตเตอรี่ หรือไม่มั่นใจในการพ่วงแบตเตอรี่เอง การเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หากลองแก้ไขเบื้องต้นแล้วปัญหายังไม่คลี่คลาย หรือไม่มั่นใจในการแก้ไขด้วยตนเอง ควรนำรถเข้าศูนย์บริการหรือปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบและแก้ไขอย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งานรถของคุณ

ปัญหาประตูรถเปิดไม่ได้ ทั้ง นอกและ ใน สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นปัญหากลไกภายในประตู ระบบไฟฟ้า หรือจากผู้ใช้งานเอง การแก้ไขเบื้องต้นสามารถทำได้ด้วยการตรวจสอบและซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย

แต่หากเป็นปัญหาที่ซับซ้อน ควรนำรถไปให้ช่างมืออาชีพตรวจเช็กและซ่อมแซม และอย่าลืมว่าการบำรุงรักษาและการตรวจสอบระบบต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดโอกาสที่ปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้

หากสาเหตุเกิดจากอุบัติเหตุ เช่น การชน หรือการกระแทกจนทำให้ประตูรถเปิดไม่ได้ ประกันรถยนต์ชั้น 1 จะเข้ามาช่วยดูแลค่าซ่อมแซมให้คุณ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซม หรือการเปลี่ยนอะไหล่ที่เสียหาย ทำให้คุณไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น
งั้นต้องที่นี้เลย แรบบิท แคร์ ที่นี้นอกจากจะดูแลคุณทั้งก่อนและหลังการขาย พร้อมเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ให้คุณได้เลือกประกันที่โดนใจ ไม่ว่าจะประกันชั้น 1 หรือประกันชั้นอื่น ๆ ที่นี้มีให้คุณอย่างครบครัน คลิกเลย!

สรุป

การปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงบ่อย ๆ จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น และมีอายุการใช้งานสั้นลง ทำให้ระบบไฟฟ้าต่าง ๆ ในรถเสียหาย โดยเฉพาะในรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่มีการบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ไว้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ การปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงอาจทำให้ข้อมูลเหล่านี้สูญหายได้ ดังนั้นการหมั่นตรวจเช็กสภาพรถยนต์และแบตเตอรี่สม่ำเสมอจะช่วยให้ลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และหากรถแบตหมดกลางทาง ควรตั้งสติให้ดี รวมถึงควรมีอุปกรณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ เช่น สายพ่วงแบตเตอรี่ หรือเครื่องจั๊มสตาร์ท ติดรถยนต์เอาไว้ จะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดียิ่งขึ้น

ที่มา

เปรียบเทียบประกันรถยนต์ ซื้อประกันภัยรถยนต์

ระบุยี่ห้อรถของคุณ

บทความแคร์รถยนต์

ดูแลรถยนต์ที่ลุยน้ำท่วมมา

แคร์รถยนต์

บทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าของรถ หลังน้ำท่วมรถยนต์ ปี 2568

น้ำท่วมรถยนต์ในปี 2568 ไม่ได้สร้างความเสียหายแค่ “ตัวถัง” แต่ลุกลามถึง เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายซ่อมหลักแสน
กองบรรณาธิการ
17/12/2025
ตรวจสภาพรถ

แคร์รถยนต์

ตรวจสภาพรถ ต้องรู้อะไรบ้าง? รวมทุกเรื่องที่คนมีรถควรเข้าใจ

หากคุณเป็นเจ้าของรถยนต์หรือกำลังจะซื้อรถยนต์มือสอง การตรวจสภาพรถ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะไม่ใช่เพียงแค่เป็นข้อบังคับตามกฎหมายเท่านั้น
Thirakan T
09/07/2025
โอนรถ

แคร์รถยนต์

โอนรถ ยากหรือไม่ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?

การซื้อขายรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง สิ่งที่สำคัญที่สุดหลังจากการตกลงซื้อขายกันเรียบร้อย คือ "การโอนรถ"
Thirakan T
09/07/2025