7 สัญญาณเตือน รถมีอาการแบบนี้ต้องรีบเข้าอู่!

กองบรรณาธิการ
ผู้เขียน: กองบรรณาธิการ Published: ธันวาคม 21, 2018
กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ
ทีมกองบรรณาธิการ กลุ่มนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านรถยนต์ การเงิน และประกันภัย ของ แรบบิท แคร์ ที่เปิดดำเนินการมาแล้วมากกว่า 10 ปี
Natthamon
แก้ไขโดย: Natthamon Last edited: สิงหาคม 9, 2024
Natthamon
Natthamon
Natthamon เป็นนักเขียนคอนเทนต์และผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรม FinTech ยานยนต์ และประกันภัย จบการศึกษา MBA สาขาการสื่อสารการตลาด และได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License – Complex 2) รวมถึงเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต ด้วยพื้นฐานด้านการเป็นผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Natthamon มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน ประกันสุขภาพ และบริการทางการเงิน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทความประกันรถยนต์ การเปรียบเทียบความคุ้มครอง และการให้ความรู้ด้านประกันในหลากหลายประเภท Natthamon มีประสบการณ์ร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ ได้แก่ Rabbit Care, CARSOME, DirectAsia Insurance และ GoBear
ซ่อมรถ_1

คุณกำลังใช้รถมือสองอยู่หรือเปล่า? ถ้าใช่! รีบสังเกตอาการเหล่านี้ดูให้ดี ถ้าหากมีข้อใดข้อหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งข้อขึ้นไป รีบนำรถเข้าอู่ซ่อมเพื่อให้ช่างดูโดยด่วน!!

7 สัญญาณบอก รถมีอาการแบบนี้ต้องรีบเข้าอู่!

ซ่อมรถ_3

1.พวงมาลัยหนัก

พวงมาลัยหนักหรือต้องใช้แรงมากผิดปกติในการบังคับเลี้ยว หรือบางทีอาจจะหลวมจนเกิน หรือพวงมาลัยสั่นในขณะขับรถหรือเปล่า ถ้าใช่รีบนำรถเข้าศูนย์บริการตามยี่ห้อรถที่ใช้ทันที

2.เกียร์

เพราะเกียร์ทำหน้าที่เปลี่ยนแรงบิดของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับความเร็ว สัญญาณที่จะบอกว่า เกียร์ของคุณมีปัญหาแล้วก็คือ เกียร์มีเสียงดังขณะเข้าเกียร์ใดเกียร์หนึ่ง เปลี่ยนเกียร์ยาก คลัตช์มีเสียงดังเมื่อคุณเหยียบแป้น หรือคลัทช์มีอาการสั่นขึ้นๆ ลงๆ ขณะที่กำลังขับอยู่

3.ยาง

สังเกตยางรถยนต์ของตัวเองให้ดีนะคะว่า ดอกยางตรงกลางล้อนั้นมีอาการสึกหรอมากกว่าขอบหรือเปล่า ถ้าใช่นั่นแสดงว่าคุณเติมลมแข็งจนเกินไป หรือดอกยางขอบล้อสึกหรอกว่าตรงกลางหรือเปล่า ถ้าคำตอบคือใช่ แสดงว่าเติมลมอ่อนจนเกินไป แต่ถ้าดูแล้วดอกยางเป็นบั้งๆ นั่นแสดงว่าแนวของยางเริ่มไม่ขนานกับแนวเคลื่อนที่ของรถแล้วล่ะค่ะ แนะนำให้นำรถเข้าอู่เพื่อตั้งศูนย์ล้อเพื่อปรับแรงดันลมยางใหม่

4.น้ำมันหล่อลื่น

ถ้าคุณขับรถแล้วพบว่า มีสัญญาณไฟเตือนน้ำมันหล่อลื่นสว่างขึ้นละก็ ให้ทราบไว้เลยนะคะว่า รถของคุณกำลังขับเคลื่อนโดยปราศจากน้ำมันหล่อลื่นอยู่ อย่าคิดว่าไม่เป็นไรแล้วยังขับต่อไปโดยไม่รีบนำซ่อม แนะนำให้รีบหาอู่ที่ใกล้ที่สุดโดยทันทีค่ะ แต่ถ้าอยากจะเข้าอู่ที่รู้ใจและเชื่อใจแต่ดันอยู่ไกลล่ะก็ วิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็คือ ให้เติมน้ำมันเครื่องใส่ลงในถังน้ำมันหล่อลื่นไปก่อนค่ะ

ซ่อมรถ_2

5.เบรก

เบรก ส่วนประกอบสำคัญของรถที่คุณต้องสังเกตดูให้ดี ลองดูสิคะว่า เบรกลื่น หยุดไม่อยู่ทั้งๆ ที่ไม่ได้ลุยน้ำหรือเปล่า หรือเบรกแล้วปัดไปข้างใดข้างหนึ่ง แป้นเบรกจมลึกทั้งๆ ที่ถอนเท้าออกมาแล้วหรือไม่ ถ้ามีอาการตามที่กล่าวมาแล้วล่ะก็ รีบนำรถเข้าอู่ซ่อมโดยทันทีค่ะ

6.หลอดไฟ

หลอดไฟรถยนต์ที่ใช้อยู่ขาดบ่อยหรือเปล่าคะ หรือต้องเติมน้ำกลั่นหม้อแบตเตอรี่บ่อยเกินไปหรือเปล่า ถ้าใช่ แสดงว่า “เรกกูเลเตอร์” หรืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมกระแสไฟให้เหมาะสมนั้นชำรุด ให้รีบนำรถเข้าอู่เพื่อซ่อมอุปกรณ์ดังกล่าวทันที หรือถ้าหากชำรุดละก็ แนะนำให้เปลี่ยนใหม่เลยจะดีกว่าค่ะ

7.ไฟชาร์จ

หากพบว่า ที่แผงหน้าปัดเวลาที่เราสตาร์ทเครื่องหรือสตาร์ทติดแล้วมีไฟชาร์จขึ้น หรือไม่สว่าง หรือสว่างแล้วไม่ยอมดับ อาการเหล่านี้อาจเกิดจากไดชาร์จมีความผิดปกติ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นะคะ รีบเข้าอู่เพื่อเช็กระบบไฟฟ้าโดยทันที

ลองสังเกตรถยนต์ที่เราใช้กันอยู่ให้ดีนะคะ หากพบว่ามีอาการตามที่กล่าวไปแล้วในข้างต้น อย่ารอช้าค่ะ อย่าคิดว่า ไม่เป็นไร นิดเดียวทนขับๆ ไปก่อนจะได้ไม่ต้องเสียเงิน … ความคิดเช่นนี้อาจจะทำให้คุณต้องเสียใจ เพราะแทนที่จะเสียหลักพัน อาจจะต้องถึงขั้นเสียหลักหมื่นเลยก็เป็นได้นะคะ! การดูแลรถยนต์นั้นสำคัญไฉน

แรบบิท แคร์ พร้อมมอบความคุ้มครองที่ดีที่สุดให้คุณ! ด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์ครบวงจร แรบบิท แคร์ ช่วยให้คุณ เปรียบเทียบประกันรถยนต์ และเบี้ยประกันจากบริษัทชั้นนำทั่วประเทศได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ค้นหาแผนที่เหมาะสมที่สุด พร้อมรับความคุ้มครองครอบคลุมทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การซ่อมแซม หรือความเสียหายจากภัยธรรมชาติ อีกทั้งยังมีบริการฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงจากทีมงานมืออาชีพ เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณมั่นใจ ไร้กังวล

ด้านล่างนี้คือความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ ที่จะช่วยให้คุณเปรียบเทียบความแตกต่างแต่ละประเภทได้ง่ายขึ้น:

  • ประกันภัยชั้น 1: ครอบคลุมทุกกรณี เช่น อุบัติเหตุชน พลิกคว่ำ ไฟไหม้ น้ำท่วม รถหาย รวมถึงการซ่อมรถ แม้ไม่มีคู่กรณี
  • ประกันภัยชั้น 2+: คุ้มครองกรณีชนที่มีคู่กรณี รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม และความเสียหายต่อบุคคลภายนอก
  • ประกันภัยชั้น 3+: คุ้มครองเฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะ (มีคู่กรณี) และความเสียหายของบุคคลภายนอก
  • ประกันภัยชั้น 2: คุ้มครองกรณีรถหาย ไฟไหม้ และความเสียหายต่อบุคคลภายนอก
  • ประกันภัยชั้น 3: คุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อบุคคลภายนอก

เลือกแผนประกันที่ตอบโจทย์คุณ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษได้ทันทีที่ แรบบิท แคร์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1438 ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

เปรียบเทียบประกันรถยนต์ ซื้อประกันภัยรถยนต์

ระบุยี่ห้อรถของคุณ

บทความแคร์รถยนต์

ดูแลรถยนต์ที่ลุยน้ำท่วมมา

แคร์รถยนต์

บทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าของรถ หลังน้ำท่วมรถยนต์ ปี 2568

น้ำท่วมรถยนต์ในปี 2568 ไม่ได้สร้างความเสียหายแค่ “ตัวถัง” แต่ลุกลามถึง เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายซ่อมหลักแสน
กองบรรณาธิการ
17/12/2025
ตรวจสภาพรถ

แคร์รถยนต์

ตรวจสภาพรถ ต้องรู้อะไรบ้าง? รวมทุกเรื่องที่คนมีรถควรเข้าใจ

หากคุณเป็นเจ้าของรถยนต์หรือกำลังจะซื้อรถยนต์มือสอง การตรวจสภาพรถ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะไม่ใช่เพียงแค่เป็นข้อบังคับตามกฎหมายเท่านั้น
Thirakan T
09/07/2025
โอนรถ

แคร์รถยนต์

โอนรถ ยากหรือไม่ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?

การซื้อขายรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง สิ่งที่สำคัญที่สุดหลังจากการตกลงซื้อขายกันเรียบร้อย คือ "การโอนรถ"
Thirakan T
09/07/2025