ผ่าคลอด มีข้อดีอย่างไร ? ปลอดภัยกว่าคลอดธรรมชาติหรือไม่ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ?

Nok Srihong
ผู้เขียน: Nok Srihong Published: มีนาคม 12, 2024
Nok Srihong
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
คะน้าใบเขียว
แก้ไขโดย: คะน้าใบเขียว Last edited: มีนาคม 12, 2024
คะน้าใบเขียว
คะน้าใบเขียว
นักเขียนมืออาชีพด้านการเงิน ประกัน และสุขภาพ | Finance, Insurance & Health Content Expert จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี ในการเขียนบทความด้านการเงิน ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่ Rabbit Finance จากนั้นย้ายมาทำงานที่ Rabbit Care และ Asia Direct เป็นนักเขียนที่รักการอ่าน และมีความหลงใหลในเนื้อหาด้านการบริหารเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกัน ที่ผลิตผลงานเขียนด้วยความลึกซึ้ง การตรวจสอบข้อมูลที่รอบคอบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขและจัดการเนื้อหา (editorial experience) ทำให้บทความของผมน่าเชื่อถือ มีคุณค่าสำหรับผู้อ่าน และติด Google Search Results
ผ่าคลอด

สำหรับว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ จะผ่าคลอดหรือคลอดธรรมชาติคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะต้องตัดสินใจ ว่าจะผ่าคลอดดีหรือไม่ การผ่าคลอดปลอดภัยกว่าคลอดธรรมชาติไหม มีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไร ? ค่าใช้จ่ายในการผ่าคลอดแพงหรือไม่ รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการผ่าคลอด จาก แรบบิท แคร์

สมัครประกันสุขภาพกับน้องแคร์ รับบริการปรึกษาแพทย์ฟรี! ไม่ต้องไปโรงพยาบาล
icon angle up or down

เลือกแผนประกันสุขภาพที่คุณสนใจ

    ชื่อนามสกุล

    หมายเลขโทรศัพท์

    ผ่าคลอด คืออะไร ?

    ผ่าคลอด หรือ Cesarean Section (C-Section) คือ การคลอดด้วยการผ่าตัดแทนการคลอดแบบธรรมชาติทางช่องคลอดของคุณแม่ โดยแพทย์จะใช้วิธีเปิดปากแผลบริเวณหน้าท้องและมดลูก ซึ่งเดิมทีจะใช้วิธีการผ่าตัดคลอดบุตรในกรณีที่คลอดธรรมชาติไม่ได้ หรือการคลอดธรรมชาติอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อแม่และเด็กในครรภ์ หรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์อื่น ๆ ที่ทำให้แพทย์แนะนำให้คุณแม่คลอดด้วยวิธีการผ่าคลอด 

    แต่ในปัจจุบันนั้นการผ่าตัดคลอดบุตรถือเป็นการผ่าตัดที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และจากเดิมที่ทำการผ่าคลอดเพราะเหตุผลทางการแพทย์ก็ได้มีการเปลี่ยนไปเป็นเหตุผลอื่น ๆ มากขึ้น เช่น คุณแม่ไม่อยากเจ็บปวดในการเบ่งคลอดมาก สามารถกำหนดวันที่คลอดได้ คุณแม่บางรายกลัวช่องคลอดฉีกขาด กลัวช่องคลอดหลวมหลังคลอด เป็นต้น ดังนั้นในปัจจุบันการผ่าตัดคลอดบุตรจึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ

    ผ่าคลอดต่างกับคลอดธรรมชาติอย่างไร ?

    แน่นอนว่าการผ่าคลอดและการคลอดธรรมชาติมีความแตกต่างกันอย่างมาก เพราะการผ่าตัดคลอดบุตรนั้นคุณแม่จะไม่ต้องใช้พลังใจในการผ่าคลอดเท่ากับการคลอดธรรมชาติ เพราะการคลอดธรรมชาติคุณแม่จะต้องการเบ่งคลอดลูกออกมาทางช่องคลอดหลังจากที่ปากมดลูกเปิดออกจนได้ระดับตามที่กำหนดคุณแม่ก็จะต้องทำการเบ่งคลอดซึ่งต้องใช้ทั้งพลังกายและพลังใจเป็นอย่างมาก

    ทั้งนี้การคลอดธรรมชาตินั้นถือว่าเป็นวิธีการคลอดที่มีความปลอดภัยต่อคุณแม่และเด็กในครรภ์เป็นอย่างมาก ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ หลังคลอดได้น้อยกว่าการผ่าตัดคลอดบุตรและคุณแม่สามารถฟื้นตัวหลังคลอดได้เร็ว เสียเลือดน้อย เจ็บแผลน้อยกว่าการผ่าตัดคลอดบุตรนั่นเอง

    ผ่าคลอดปลอดภัยกว่าคลอดธรรมชาติหรือไม่ ?

    โรงพยาบาลนครธนให้ข้อมูลเกี่ยวกับระดับความอันตรายของการผ่าคลอดว่าถึงแม้ในปัจจุบันนั้นการผ่าคลอดจะมีความปลอดภัยที่สูงมาก แต่เมื่อเทียบกับการคลอดตามธรรมชาติแล้ว การผ่าตัดคลอดบุตรยังมีความเสี่ยงที่มากกว่าการคลอดธรรมชาติ ดังนั้นก่อนตัดสินใจว่าจะผ่าคลอดถือไม่นั้นจะต้องพิจารณาถึงความต้องการและปัจจัยใจแวดล้อมต่าง ๆ ก่อนนั่นเอง

    ผ่าคลอด

    ข้อดีของการผ่าคลอด

    สำหรับคุณแม่ท่านไหนที่กำลังลังเลไม่กล้าตัดสินใจ ว่าจะทำการผ่าตัดคลอดบุตรดีหรือไม่ ลองมาดูข้อดีประกอบการตัดสินใจได้เลย

    • การผ่าตัดคลอดบุตรนั้นสามารถกำหนดเวลาที่ต้องการคลอดบุตรได้ คุณแม่และครอบครัวจึงสามารถเลือกวันและเวลาในการคลอดบุตรได้ แต่ทั้งนี้ก็จำเป็นที่จะต้องดูความพร้อมและความแข็งแรงของทารกในครรภ์ประกอบด้วย
    • การผ่าตัดคลอดบุตรทำให้ไม่ต้องรอคลอดนาน เพราะการผ่าตัดคลอดบุตรไม่จำเป็นต้องรอให้ปากมดลูกเปิดเหมือนการคลอดธรรมชาตินั่นเอง (ปกติการผ่าตัดคลอดบุตรใช้เวลาเพียง 45 นาที – 1 ชั่วโมงเท่านั้น)
    • การผ่าตัดคลอดบุตรช่วยลดการยืดหย่อนของเชิงกรานได้เป็นอย่างดีในขณะที่การคลอดธรรมชาตินั้นจะส่งผลต่อการยืดของกะบังลมเชิงกรานเป็นอย่างมาก
    • การผ่าตัดคลอดบุตรช่วยลดความเจ็บปวดในระหว่างคลอดเนื่องจากในระหว่างทำการผ่าคลอดนั้นแพทย์จะมีการโปะยาสลบหรือทำการบล็อกหลังทำให้ระหว่างทำการผ่าตัดคุณแม่จะไม่รู้สึกเจ็บและไม่ต้องออกแรงเบ่งใด ๆ 
    • ในการผ่าตัดคลอดบุตรนั้นหากมีการเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเกิดปัญหาในการผ่าคลอดคุณแม่และทารกในครรภ์แม่จะได้รับการช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างรวดเร็ว

    ข้อเสียของการผ่าคลอด

    แน่นอนว่าเมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย แม้ว่าการผ่าตัดเพื่อคลอดบุตรจะมีข้อดีอยู่มากมาย ก็ต้องมีข้อเสียแฝงอยู่ด้วยเช่นกัน คือ

    • เมื่อทำการผ่าตัดคลอดบุตรร่างกายของคุณแม่จะสามารถฟื้นตัวได้ช้ากว่าการคลอดธรรมชาติเนื่องจากเสียเลือดมากและมีการเจ็บแผลนาน
    • หลังจากทำการผ่าตัดคลอดบุตรแล้วคุณแม่จะไม่สามารถให้นมบุตรได้ทันที
    • มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด
    • มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการวางยาสลบหรือการบล็อกหลัง
    • อาจส่งผลให้บุตรมีภูมิต้านทานไม่ดี มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ โรคเบาหวาน และโรคอ้วน

    จำเป็นต้องผ่าคลอดในกรณีไหน ? 

    สำหรับคนที่กำลังสงสัยว่าหากไม่ใช่เพราะความต้องการของคุณแม่และครอบครัวแล้ว จะมีกรณีใดบ้างที่ทำให้จำเป็นต้องทำการผ่าคลอด แรบบิท แคร์ มีคำตอบให้

    • กรณีคุณแม่เคยผ่าตัดคลอดบุตรมาก่อน โดยส่วนใหญ่หากคุณแม่เคยผ่าตัดคลอดบุตรมาก่อนแล้วการตั้งครรภ์ในครั้งต่อไปก็จะต้องทำการผ่าคลอดเช่นกันเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยของแม่และทารกในครรภ์
    • คุณหมอวินิจฉัยว่าคุณแม่มีปัญหาสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายหากทำคลอดแบบธรรมชาติ เช่น เป็นโรคหัวใจ เป็นโรคเบาหวาน หรือครรภ์เป็นพิษ
    • มีภาวะรกต่ำ มีภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด เกิดเลือดออกและรู้สึกปวดบริเวณมดลูก
    • มีการผิดสัดส่วนระหว่างศีรษะเด็กทารกกับกระดูกเชิงกราน
    • มีการตั้งครรภ์แฝด และร่างกายหรือลักษณะของทารกไม่พร้อมคลอดแบบธรรมชาติ

    ค่าใช้จ่ายในการผ่าคลอด

    สำหรับค่าใช้จ่ายในการผ่าคลอดนั้นโดยปกติแล้วการผ่าตัดคลอดบุตรในโรงพยาบาลรัฐบาลจะมีค่าใช้จ่ายโดยประมาณอยู่ที่ 15,000 – 30,000 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายในการผ่าคลอดในโรงพยาบาลเอกชนจะมีค่าใช้จ่ายโดยประมาณอยู่ที่ 60,000 – 150,000 บาท ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาล อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับว่าคลอดลูกคนเดียวหรือลูกแฝด รวมถึงปัญหาสุขภาพและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ อีกด้วย

    *ราคาเหล่านี้เป็นราคาโดยประมาณที่อาจยังไม่รวมค่าใช้จ่ายก่อนและหลังทำคลอดอื่น ๆ

    น้ําคาวปลา ผ่าคลอด

    ขั้นตอนของการผ่าคลอด มีอะไรบ้าง ?

    • คุณแม่ต้องทำการงดน้ำและงดอาหาร
    • เจ้าหน้าที่จะทำการสวนอุจจาระ ทำความสะอาดบริเวณหน้าท้อง และมีการโกนขนบริเวณหัวหน่าว
    • พยาบาลทำการเจาะเลือดของคุณแม่เพื่อไปตรวจสุขภาพเบื้องต้นก่อนทำการผ่าตัด
    • ทำการให้น้ำเกลือแก่คุณแม่เพื่อป้องกันการอ่อนเพลียจากการงดน้ำงดอาหาร
    • โดยปกติแล้วแพทย์จะทำการบล็อกหลังให้กับคุณแม่ ทำให้ปลอดภัยกับทารก คุณแม่ไม่รู้สึกเจ็บและรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา
    • แพทย์ทำการผ่าคลอดตามขั้นตอนจนเสร็จสิ้นกระบวนการ

    น้ำคาวปลา ผ่าคลอด คืออะไร ?

    บางคนอาจเคยได้ยินและสงสัยว่า น้ำคาวปลา ผ่าคลอด คืออะไร น้ำคาวปลาก็คือของเหลวที่ออกมาจากแผลในโพรงมดลูกซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากที่คลอดบุตรบริเวณตำแหน่งที่รกได้มีการลอกตัวออกไป และไหลไปสู่ช่องคลอดของคุณแม่ โดยส่วนประกอบของน้ำคาวปลานั้นจะมีเยื่อบุโพรงมดลูก เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว น้ำเหลือง และแบคทีเรียนั่นเอง

    ก่อนผ่าคลอดต้องเตรียมตัวอย่างไร ?

    สำหรับคุณแม่ที่กำลังกังวลว่าการผ่าตัดคลอดลูกนั้นดูจะเป็นการผ่าตัดใหญ่ อาจจะต้องเตรียมตัวหลากหลายขั้นตอนวุ่นวาย แรบบิท แคร์ บอกเลยว่ามีเพียง 3 ขั้นตอนเท่านั้นเอง

    • คุณแม่ต้องพยายามไม่เครียดและงดรับประทานอาหารและน้ำอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
    • เดินทางไปยังโรงพยาบาลก่อนเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อเตรียมตัวเข้ารับการผ่าตัด
    • อย่าลืมเตรียมของใช้ส่วนตัวและเอกสารจำเป็นของทั้งคุณแม่และลูกไปยังโรงพยาบาลด้วย

    *ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของทางโรงพยาบาล

    หลังผ่าคลอดต้องดูแลตัวเองอย่างไร ?

    • หลังจากผ่าคลอดเสร็จจะต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล ซึ่งจะมีการดูแลอย่างใกล้ชิดทุก ๆ 2 ชั่วโมง และมีการทำการวัดชีพจร ความดันต่าง ๆ ทุก ๆ 4 ชั่วโมง
    • ร่างกายของคุณแม่จะมีการฟื้นตัวและดีขึ้นเรื่อย ๆ ภายใน 12 ชั่วโมง และสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ภายใน 4 วัน

    ทั้งนี้แม้ว่าจะสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้วคุณแม่ก็ยังจำเป็นต้องดูแลตัวเองและลูกน้อยตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด และต้องไม่ลืมที่จะทำประกันเด็กให้กับลูกด้วย เนื่องจากเด็ก ๆ นั้นป่วยง่าย ถ้าไม่อยากให้ค่าใช้จ่ายบานปลายต้องไม่ลืมที่จะทำประกัน

    สรุป

    แรบบิท แคร์ หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ให้กับว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เดี๋ยวนี้วิทยาการทางการแพทย์ได้พัฒนาไปมากมาย ไม่ต้องกังวลใจ ลองพิจารณาและเลือกวิธีการคลอดบุตรที่ใช่ได้เลย

    สรุป

    การผ่าคลอดนั้น มีข้อดี ดังนี้

    • กำหนดเวลาที่ต้องการคลอดบุตรได้ แต่ทั้งนี้ก็จำเป็นที่จะต้องดูความพร้อมและความแข็งแรงของทารกในครรภ์ประกอบด้วย
    • ไม่ต้องรอคลอดนาน ไม่จำเป็นต้องรอให้ปากมดลูกเปิดเหมือนคลอดธรรมชาติ และใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง
    • ช่วยลดการยืดหย่อนของเชิงกรานได้เป็นอย่างดี
    • ช่วยลดความเจ็บปวดในระหว่างคลอด เพราะจะมีการโปะยาสลบหรือทำการบล็อกหลังทำให้ไม่รู้สึกเจ็บ
    • หากมีการเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเกิดปัญหา จะได้รับการช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างรวดเร็ว

    สำหรับรายจ่ายจะขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลแต่ละแห่ง อย่างโรงพยาบาลรัฐบาลจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 15,000 – 30,000 บาท ส่วนโรงพยาบาลเอกชนจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 60,000 – 150,000 บาท และหลังจากผ่าคลอดเสร็จ จะต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลอย่างใกล้ชิดทุก ๆ 2 ชั่วโมง และมีการทำการวัดชีพจร ความดันต่าง ๆ ทุก ๆ 4 ชั่วโมง และเบื้องต้น ร่างกายของคุณแม่จะมีการฟื้นตัวและดีขึ้นเรื่อย ๆ ภายใน 12 ชั่วโมง และสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ภายใน 4 วัน

     

    ที่มา

    บทความแคร์ไลฟ์สไตล์

    ชายแดน

    แคร์ไลฟ์สไตล์

    ประกันชีวิตช่วงสงครามชายแดน ใครได้ ใครเสีย?

    เมื่อคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนที่มีความไม่สงบ หรือมีแนวโน้มเกิดเหตุการณ์ปะทะ เช่น การซ้อมรบ การปะทะชายแดน หรือภัยจากอาวุธหนัก
    คะน้าใบเขียว
    14/08/2025
    ประกันภัยบ้าน

    แคร์ไลฟ์สไตล์

    บ้านอยู่ใกล้ชายแดน เคลมประกันได้ไหมถ้าเจอลูกหลงชายแดน?

    ด้วยสถานการณ์ที่ยังตึงเครียดกันอยู่ ทำให้การอยู่อาศัยใกล้พื้นที่ชายแดน อาจทำให้คุณต้องเผชิญความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น การปะทะกัน, เหตุยิงลูกหลง
    คะน้าใบเขียว
    06/08/2025
    ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม

    แคร์ไลฟ์สไตล์

    ล้างบ้านหลังน้ำท่วม กำจัดโคลนติดบ้านยังไงดี?

    จากสถานการณ์ที่หลายพื้นที่โดนน้ำท่วม  เมื่อน้ำลด นอกเหนือจากการซ่อมแซมบ้านให้กลับมาอยู่อาศัยได้แล้ว สิ่งที่ตามมาคือ น้ำโคลน  กลิ่นอับ และเชื้อโรค
    คะน้าใบเขียว
    01/08/2025