ส่องแนวโน้มบริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ เทรนด์ฮิตยุค Internet of things

Nok Srihong
ผู้เขียน: Nok Srihong Published: กันยายน 22, 2022
Nok Srihong
Nok Srihong
จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาการจัดการการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ในวงการฟินเทชและการเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และรีไฟแนนซ์ ผ่านการเขียนคอนเทนต์ให้ Rabbit Care และ Asia Direct (6+ ปี) เน้นรีวิวผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์บัตรเครดิต และกลยุทธ์บริหารหนี้ ก่อนหน้านี้ ทำงานในอุตสาหกรรม OTA ชั้นนำอย่าง Laterooms.com และ Expedia.com (12 ปี) ซึ่งเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินต่อทริป และยังเชี่ยวชาญการเลือกประกันการเดินทางที่คุ้มค่าและคุ้มครองชีวิตตลอดทริปสำหรับนักเดินทาง
Nok Srihong
แก้ไขโดย: Tawan Last edited: มิถุนายน 22, 2026
Nok Srihong
Tawan
Tawan นักเขียนมืออาชีพด้านประกันรถยนต์และประกันชีวิตที่จบปริญญาตรี สาขาภาษาศาสตร์ (สาขาย่อย การตลาด) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยจากสำนักงานคณะกรรมการประกันภัย (OIC) มีประสบการณ์กว่า 7 ปี ในการสื่อสารองค์กร การจัดการสื่อการตลาด การเขียนเนื้อหา และกลยุทธ์ SEO มีความเชี่ยวชาญในการเขียนเนื้อหา Motor Insurance, Fire, Marine และ Miscellaneous Insurance มีประสบการณ์ทำงานกับ Rabbit Care (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันชั้นนำของไทย) , Asia Direct Broker (บริษัทเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์)และ Syn Mun Kong Insurance (บริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำไทย SET-listed)
Telemedicine

ในยุคที่อะไร ๆ ก็สามารถถูกเชื่อมต่อเข้าหากันได้ง่ายไปซะหมดแบบนี้ ตัวการสำคัญที่ทำให้เรื่องที่ไม่เคยเป็นไปได้มาก่อนบนโลกใบนี้ สามารถเป็นไปได้เพียงปลายนิ้ว ก็คือ “อินเตอร์เน็ต” เวทมนต์วิเศษทางเทคโนโลยี ที่สามารถเสกวิธีการเชื่อมต่อผู้คนจากคนละฟากฝั่งของโลก ให้สามารถติดต่อพูดคุยกันได้เสมือนยืนอยู่ต่อหน้ากันได้ และยังคงถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของแนวคิด Internet of things ที่นอกจากจะทำให้มนุษย์สามารถเชื่อมต่อสื่อสารกันทางไกลได้แล้ว ยังทำให้มนุษย์สามารถเชื่อมต่อสื่อสารกับสิ่งของเครื่องใช้ ไม่ว่าจะเป็น ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และอื่นๆอีกมากมายได้อีกด้วย นำมาซึ่งความสะดวกสบายและรวดเร็ว แนวคิดนี้จึงถูกนำมาใช้กับงานบริการต่างๆอย่างแพร่หลาย รวมไปถึงการบริการทางการแพทย์ ที่ถูกพัฒนาให้มีการใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อกลางในการดูแลรักษาผู้ป่วย เรียกบริการนี้ว่า Telemedicine 

 

คุณต้องการความคุ้มครองแบบไหน?

✨ แผนที่เหมาะกับคุณ

 

⚠️ ข้อมูลนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น รายละเอียดและเบี้ยจริงอาจแตกต่าง กรุณาตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ใช้ฟรี • ไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับวงการแพทย์แล้ว บริการ Telemedicine หรือการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ ดูเหมือนจะเป็นมาตรฐานใหม่ของการบริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาลไปแล้ว โดยเปลี่ยนกระบวนการในการดูแลสุขภาพผู้ป่วยแบบเดิม ๆ ไปสู่การบริการผ่านระบบออนไลน์ ที่ช่วยยกระดับการดูแลสุขภาพผู้ป่วยไปอีกขั้น ซึ่งในปัจจุบันสถานพยาบาลได้มีการนำบริการนี้มาใช้กันอย่างเป็นวงกว้าง หลังจากเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ผ่านมา ไม่เพียงเฉพาะในวงการการแพทย์เท่านั้น แต่ยังกระจายความนิยมของบริการนี้ไปสู่ธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์โดยตรง อย่างธุรกิจประกันและThird Party ต่างๆที่ให้บริการด้านสุขภาพด้วย

Telemedicine มาตรฐานใหม่ในการบริการผู้ป่วย

Telemedicine คืออะไร? แตกต่างจาก Telehealth ไม๊นะ?

Telemedicine หรือ ชื่อเรียกภาษาไทยว่า ระบบโทรเวชกรรม คือ การบริการทางการแพทย์รูปแบบหนึ่งที่นำเอาเทคโนโลยีการสื่อสารแบบ Video Conference ที่ทำงานผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและอุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเช่น มือถือ แท็บเล็ต มาใช้ในการปรึกษาปัญหาสุขภาพกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เป็นตัวกลางที่ช่วยทำให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ สามารถพูดคุยปรึกษาปัญหาสุขภาพได้แบบ Real-time ไม่ต้องมีข้อจำกัดเรื่องเวลาและการเดินทาง และบุคลากรทางการแพทย์ยังคงช่วยทำการรักษาและวินิจฉัยโรคเบื้องต้นได้เช่นเดิม

หากเทียบกับบริการ Telehealth ที่เคยคุ้นหูกันเมื่อหลายปีก่อน อันที่จริงแล้วบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ หรือ Telemedicine ก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงมากนัก เนื่องจากทั้ง Telemedicine และ Telehealth ก็ล้วนเป็นแนวคิดในการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยด้านสุขภาพทางไกลเช่นเดียวกัน อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการพัฒนารูปแบบการบริการให้ดียิ่งขึ้น ทันสมัยมากขึ้นทั้งด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาทางการแพทย์ โดยรวมแล้ว ที่ผ่านมาบริการ Telehealth จากผู้ให้บริการหลายราย อาจจะเป็นการบริการปรึกษาปัญหาสุขภาพกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่ไม่ใช่แพทย์เฉพาะทาง เป็นลักษณะการถาม-ตอบปัญหาสุขภาพเบื้องต้น อาจไม่ใช่การวิเคราะห์อาการเพื่อการวางแผนการรักษาเชิงลึก Telemedicine จึงเป็นเสมือนอีกขั้นของการพัฒนาการบริการการปรึกษาแพทย์แบบออนไลน์ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการเข้าถึงการด้านดูแลรักษาสุขภาพของผู้ป่วยในทุกสถานการณ์มากขึ้น ซึ่งบริการทางการแพทย์ที่นิยมใช้ผ่านระบบออนไลน์ ได้แก่

  • การติดตามผลการรักษาของผู้ป่วย

โดยเฉพาะการใช้บริการนี้ในผู้ป่วยที่ต้องมีการติดตามอาการของโรคอย่างต่อเนื่อง เช่น ผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และผู้ป่วยโรคประจำตัวอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งในผู้ป่วยบางโรคจะสามารถส่งผลตรวจ และค่าต่างๆที่ได้จากการตรวจวัดจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างนาฬิกาSmart Watch ที่สามารถใช้ตรวจวัดในทางการแพทย์ได้ผ่านการเชื่อมต่อกับ Application บนมือถือ มายังแพทย์เพื่อติดตามอาการเบื้องต้นได้ หรือส่งบันทึกอาการเจ็บป่วย รวมไปถึงผลข้างเคียงจากการใช้ยาเพิ่มเติมได้รวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางมาที่สถานพยาบาล และแพทย์เองก็สามารถที่จะติดตามอาการพร้อมให้คำปรึกษาได้ทันที รวมถึงสามารถวางแผนการรักษาตามอาการของผู้ป่วยในครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้น

  • การพูดคุยปรึกษาโดยตรงระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย

ทั้งผู้ป่วยและแพทย์จะมีการสนทนากันแบบ Real-time ผ่านการ Video Conference อย่างเช่น การสอบถามอาการเจ็บป่วยทั่วไป รวมไปถึงการปรึกษาด้านจิตเวช ที่ค่อนข้างจะเป็นส่วนตัว โดยการสนทนาส่วนใหญ่ก็จะเป็นการซักถามประวัติสุขภาพ อาการของโรค หรือการตรวจร่างกาย เพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นได้ หรืออาจจะเป็นการสนทนาเกี่ยวกับแนวทางการรักษาหรือคำแนะนำวิธีการรักษา และในกรณีที่ต้องการแพทย์ในการวิเคราะห์การรักษาเพิ่มเติมมากกว่า 1 คน ก็สามารถให้คำปรึกษาไปพร้อมๆกันได้เลย นอกจากนี้ในกรณีที่ต้องมีการรับยาสำหรับการรักษาอาการป่วย การใช้บริการนี้ ผู้ป่วยสามารถที่จะรอรับยาอยู่ทางบ้านโดยไม่ต้องเดินทางมายังสถานพยาบาลเลย

แนวโน้ม บริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ในอนาคต

ตามรายงานผลการสำรวจของ McKinsey บริษัทให้คำปรึกษา Top 3 ของโลกด้าน Management Consulting รายงานว่า ในช่วงปี 2020 ซึ่งเป็นปีแรก ๆ ของการระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ประชากรชาวจีนมีการใช้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า ตั้งแต่เดือนมีนาคม ขณะที่ชาวอเมริกันกว่า 1 ใน 4 ของประเทศก็เลือกใช้บริการนี้เช่นกัน ในช่วงสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 และในช่วงเดือนเมษายน ปีเดียวกัน สถิติการใช้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ที่แคนาดามีอัตราการเติบโตมากถึง 240% และกว่า 45% ของแพทย์ เลือกที่จะใช้บริการนี้กับผู้ป่วยที่อยู่ทางไกลเช่นเดียวกัน โดยปัจจัยหลักๆที่ขับเคลื่อนให้เกิดความนิยมใช้บริการ Telemedicine และมีแนวโน้มจะพุ่งสูงมากขึ้นไปอีกในอนาคต ก็มาจาก

  • ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

ปัจจัยดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทำให้บริการนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยลดต้นทุนค่ารักษาพยาบาลแล้ว ยังช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้กับผู้ป่วยได้อีกด้วย เนื่องจากสามารถเข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องเดินทาง ในอนาคตก็จะยิ่งมีการพัฒนารูปแบบการให้บริการไปอีกขั้น จากแนวคิด Internet of things สู่แนวคิด Internet of Medical Things ที่จะช่วยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดตามผลการรักษาผู้ป่วยทางไกลได้ด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย นำไปใช้กับผู้ป่วยที่อยู่ทางบ้าน อย่างเช่น เตียงพักฟื้นอัจฉริยะ เครื่องช่วยหายใจ เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และอื่น ๆ ที่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน ระหว่าง Application และบริการ Telemedicineได้แบบ Real-time ผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายของผู้ป่วยและลดภาระในสถานพยาบาลได้

  • การพัฒนาทางการแพทย์

ปัจจุบันอุตสาหกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพ ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด จากปัจจัยต่าง ๆ ที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย หรือการเกิดโรคอุบัติใหม่ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้วงการการแพทย์ต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้วิธีการรักษาหรือเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วย สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน บริการTelemedicine จึงถือเป็นการพัฒนาทางการแพทย์อีกหนึ่งวิธี ที่ช่วยให้การดูแลรักษาผู้ป่วยทำได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น เหมาะสมกับสถานการณ์ฉุกเฉินคาดไม่ถึงอย่างการเกิดโรคระบาดต่าง ๆ ช่วยลดการพบเจอกันในพื้นที่เสี่ยงและยังมีส่วนช่วยในการลดจำนวนผู้ป่วยที่เกิดจากการเป็นโรคติดต่อได้ด้วย

Telemedicine ในธุรกิจประกันและThird Party ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า นอกจากวงการการแพทย์ที่มีการให้บริการ Telemedicine แล้ว ธุรกิจประกันและThrid Party ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ ก็ได้มีการนำบริการนี้มาเป็นจุดขาย จุดแข็งในการเสนอขายสินค้าประกัน อย่างประกันสุขภาพด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการบริการด้านประกันของบริษัทประกันให้กับลูกค้า เรียกได้ว่าเป็นตัวชูโรงอย่างดี ที่ช่วยโน้มน้าวให้เกิดการตัดสินใจมาเป็นลูกค้าได้จากความพิเศษของการบริการทางการแพทย์ที่จะได้รับ ซึ่งปัจจุบันบริษัทประกันเกือบทุกเจ้าก็มีการเปิดใช้บริการ Telemedicineแล้ว บางบริษัทก็ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มของตนเองโดยตรง และหลายบริษัทก็มีการร่วมมือกันให้บริการผ่าน Third Party ผู้ให้บริการด้านสุขภาพในรูปแบบ Application ที่สามารถกรอกข้อมูลกรมธรรม์และเลือกใช้บริการด้านสุขภาพกับแพทย์ผู้เชียวชาญตามสิทธิ์ของบริษัทประกันที่ถือกรมธรรม์ได้ผ่าน Application โดยตรง

นอกจากจะเป็นการยกระดับมาตรฐานการบริการแล้ว ในแง่ของการเก็บข้อมูลการรักษาของลูกค้า บริษัทประกันก็สามารถที่จะรวบรวมผลการรักษาของลูกค้าแต่ละราย ผ่านแพลตฟอร์มการให้บริการของแต่ละบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นข้อมูลการรักษาของลูกค้าที่ได้รับ จึงช่วยทำให้การพิจารณาการเบิกเคลมประกันทำได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้บริษัทประกันยังสามารถที่จะมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับลูกค้าเพิ่มเติม เพื่อให้เกิด Brand Loyalty ได้ด้วย อย่างเช่น การให้สิทธิประโยชน์และส่วนลดต่างๆเมื่อใช้บริการในครั้งถัดไป หรือการอัพเดตสุขภาพและอาการของโรค เพื่อให้ง่ายต่อการติดตามอาการเพื่อรักษาต่อ

และสำหรับบริการดีๆ เป็นประโยชน์สูงสุดกับลูกค้าแบบนี้ แรบบิท แคร์ ก็ไม่พลาดที่จะมอบให้กับลูกค้าคนสำคัญ เพื่อช่วยดูแลสุขภาพของคุณ ด้วยประกันสุขภาพจากบริษัทชั้นนำ ที่มีให้เลือกแบบครบ ๆ จบในที่เดียว มาพร้อมกับบริการขอรับคำปรึกษาแบบออนไลน์กับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากแพลตฟอร์ม Chiiwii โดยไม่มีค่าใช้จ่าย (ไม่รวมค่ายา) คุณสามารถรับสิทธิพิเศษแบบนี้ได้ง่าย ๆ เพียงเลือกซื้อประกันสุขภาพกับแรบบิท แคร์ และ Add LINE Official Account @rabbitcare เพื่อรับบริการได้เลย หากต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ Rabbit Care หรือ โทร.1438 น้องแคร์พร้อมบริการเต็มที่!

  
  

บทความแนะนำอื่นๆ : สุขภาพและเทคโนโลยี

PET Scan เบิกประกันสังคมได้ไหม? Palliative Care คือ? ตอบโจทย์ผู้ป่วยยุคใหม่อย่างไร Admit ไม่ครบ 24 ชั่วโมง เคลมประกันชดเชยรายได้ ได้ไหม โรคภูมิแพ้ ทำประกันได้ไหม

 

บทความแคร์ประกันสุขภาพ

Rabbit Care Health Protect by Viriyah

แคร์ประกันสุขภาพ

Rabbit Care Health Protect by Viriyah ดีไหม? คุ้มครองอะไร ? รีวิวปี 2569

Rabbit Care Health Protect by Viriyah บทความนี้พาไปทำความรู้จักรายละเอียดความคุ้มครอง จุดเด่น ราคา ผู้ที่เหมาะกับแผนนี้ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
Tawan
15/06/2026
ควรเลือก AIA Health Happy หรือ Generali Health Lump Sum Plus?

แคร์ประกันสุขภาพ

AIA Health Happy vs Generali Health Lump Sum Plus คุ้มครองต่างกันอย่างไร?

หากคุณกำลังเปรียบเทียบระหว่าง AIA Health Happy และ Generali Health Lump Sum Plus บทความนี้จะพาไปเจาะลึกความแตกต่าง เพื่อช่วยให้คุณเลือกได้ง่ายขึ้น
Thirakan T
15/06/2026