ใช้ใจแคร์ ดูแลครบ

กู้เงินธนาคาร เลือกสินเชื่อที่เหมาะกับคุณได้ที่นี่

  • อนุมัติไว วงเงินสูง เอกสารไม่ยุ่งยาก
  • ใช้ได้ทุกวัตถุประสงค์ ตามความต้องการ
  • สมัครออนไลน์ของแต่ละสถาบันการเงินที่นี่ได้เลย

สินเชื่อเงินสดด่วนประเภทต่างๆ

สินเชื่อคืออะไร? การกู้เงินมีกี่ประเภท?

การกู้เงินธนาคารหรือกู้เงินสดฉุกเฉิน คือ การกู้สินเชื่อทั้งแบบทต้องใช้และไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน รวมถึงมีวัตถุประสงค์การใช้วงเงินหลายแบบ ทั้งแบบเพื่อใช้อุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน เพื่อหมุนเวียนในธุรกิจ/ต่อยอดธุรกิจ หรือแบบไม่ระบุวัตถุประสงค์ในการใช้วงเงิน ดังนี้


กู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Reverse Mortgage) หรือสำหรับบุคลากรภาครัฐ สินเชื่อซื้อบ้านใหม่/คอนโดใหม่ หรือมือสอง กู้เงินสร้างบ้าน เช่น สินเชื่อปลูกสร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง หรือซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างบ้าน หรืออาคารอยู่อาศัย กู้เงินเพื่อซ่อมแซม รีโนเวท หรือต่อเติม เช่น บ้านแลกเงิน ต่อเติมซ่อมบ้าน หรือซื้อเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งบ้าน


กู้เงินเพื่อธุรกิจ หรือสินเชื่อเพื่อธุรกิจ สำหรับธุรกิจออนไลน์ส่วนตัว ธุรกิจ SME ขนาดเล็ก วิสาหกิจชุมชน หรือบริษัท/ห้างร้าน และห้างหุ้นส่วน ในรูปแบบเงินก้อนหรือเงินด่วนพร้อมใช้ แบบผ่อนจ่ายคืนเป็นรายงวดเท่าๆ กัน ระยะยาวนานสูงสุด 60 เดือน เช่น เงินกู้ระยะยาว (T/L) เพื่อการลงทุนที่มีหลักประกัน เช่น เงินฝาก อสังหาริมทรัพย์ บุคคลหรือนิติบุคคลค้ำประกัน เงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D) หรือรีไฟแนนซ์ (Refinance)


กู้เงินเพื่อซื้อรถ หรือสินเชื่อรถยนต์ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับรถยนต์ เช่น เช่าซื้อรถยนต์ รถแลกเงิน หรือจำนำทะเบียนรถ กู้เงินด่วนเพื่อการอุปโภคบริโภคทั่วไป เช่น สินเชื่อเงินสดด่วนส่วนบุคคลออนไลน์ที่สามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชั่นผู้ให้บริการที่อาจเป็นธนาคารหรือสถาบันทางการเงินที่ได้รับการรับรองจากธนาคารแห่งประเทศไทย วงเงินตั้งแต่ 10,000 - 500,000 บาท ผ่อนชำระคืนนานสูงสุด 60 เดือน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขนโยบายในการพิจารณาอนุมัติ หลักฐานแหล่งที่มาของรายได้ คุณสมบัติและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ยื่นขอพิจารณาอนุมัติเงินกู้ด่วน

ใครกู้เงินด่วนได้บ้าง? ต้องมีอาชีพอะไร? อายุเท่าไร?

บุคคลที่สามารถยื่นเอกสารเพื่อขอพิจารณาอนุมัติการกู้เงินธนาคาร หรือกู้เงินด่วนได้นั้น จะต้องมีสัญชาติไทย หรือชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานและพำนักในประเทศไทย (Work Permit) มีอายุระหว่าง 20 – 60 ปีบริบูรณ์ มีแหล่งที่มาของรายได้ประจำขั้นต่ำ 8,000 บาท หรือตามแต่เงื่อนไขของแต่ละธนาคารหรือสถาบันทางการเงินกำหนด โดยต้องเป็นรายได้ที่รับประจำผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น ซึ่งต้องมาจากทั้งการประกอบอาชีพพนักงานบริษัททั่วไปที่มีรายรับรายเดือนต่อเนื่องเป็นประจำ หรือเจ้าของกิจการที่มีรายได้ขั้นต่ำตามที่สถาบันการเงินผู้อนุมัติเงินกู้กำหนดไว้


หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรืออาชีพที่ไม่ใช่งานประจำ มีรายได้ไม่เท่ากันในแต่ละเดือน เช่น ค้าขาย ค้าปลีก ขายส่ง ขายออนไลน์ รับจ้างทั่วไป รับจ้างรายวัน ฟรีแลนซ์ หรืออาชีพเฉพาะทางที่ต้องมีใบอนุญาตในการประกอบอาชีพ และอาจไม่ได้มีสถานะเป็นพนักงานหรือลูกจ้างประจำ เช่น แพทย์ ผู้สอบบัญชี นักกฎหมาย วิศวกร สถาปนิก นักแสดง ตัวแทนสินค้าขายตรง ตัวแทนประกันชีวิต และอื่นๆ


นอกจากนั้นแล้ว สามารถเลือกกู้เงินด่วนจากเงินกู้อัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับกลุ่มอาชีพตามที่กำหนด หรือกลุ่มวิชาชีพเฉพาะ/อาชีพพิเศษ ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพที่มีรายได้สูงเป็นพิเศษ รวมถึงมีความมั่นคงในหน้าที่การงานจากเป็นลูกจ้างของหน่วยงานหรือสถาบันที่ได้รับการยอมรับทั่วไปในสังคม เช่น ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ แพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ เภสัชกร นักกายภาพบำบัด นักเทคนิคการแพทย์ นักบินพาณิชย์ ผู้พิพากษา อัยการ หรืออาจารย์มหาวิทยาลัยที่ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ขึ้นไป

สมัครสินเชื่อเงินสดด่วนต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?

เอกสารและหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบการขอกู้อาจแตกต่างไปตามประเภทการกู้เงินและระเบียบนโยบายการพิจารณาของแต่ละธนาคารหรือสถาบันทางการเงิน อย่างไรก็ตาม เอกสารประกอบคำขอกู้เงิน สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ เช่น เอกสารประจำตัว ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า หรือใบมรณบัตร สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ สกุล (ถ้ามี) กรณีนิติบุคคล อาจใช้สำเนาทะเบียนการค้า หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล


เอกสารเกี่ยวกับรายได้ กรณีผู้มีรายได้ประจำ ใช้ใบรับรองเงินเดือน หรือหลักฐานการรับ/จ่ายเงินเดือนจากนายจ้าง สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร กรณีเป็นนิติบุคคล สำเนางบการเงินปีล่าสุด และย้อนหลังไม่น้อยกว่า 3 ปี สำเนาแสดงรายการภาษีเงินได้ประจำปี สำเนาเอกสารสิทธิในทรัพย์สินที่เสนอเป็นหลักประกัน และแผนที่แสดงที่ตั้งสถานประกอบการ


และเอกสารอื่น ๆ เช่น สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย หรือสัญญามัดจำ สำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ สัญญากู้เงิน สัญญาจำนองจากสถาบันการเงินเดิมในกรณีมีผู้กู้ร่วม หลักฐานประจำตัว และหลักฐานรายได้ของผู้กู้ร่วมกรณีที่ขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจ ต้องมีแผนธุรกิจของ SMEs และแผนโครงการที่ต้องการดำเนินการ


นอกจากนั้นแล้ว อาจมีเอกสารแบบฟอร์มอื่น ๆ ที่แนบมาด้วยเพื่อขอตรวจสอบประวัติเครดิตจากเครดิตบูโร และนำมาวิเคราะห์การให้วงเงินที่เหมาะสม แบบคำขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของผู้ให้กู้ติดต่อ แนะนำสินค้าอื่น หรือให้ข้อมูลแก่ผู้อื่น รวมถึงใบคำขอเพื่อขอสมัครใช้บริการประเภทอื่นๆ เช่น แบบคำยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว คำขอมีบัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล หรือบริการแจ้งเตือน SMS

คำถามและข้อสงสัยที่พบบ่อย

ต้องมีรายได้เท่าไรถึงจะกู้สินเชื่อได้? จะคำนวณวงเงินกู้อย่างไร?

รายได้ขั้นต่ำเริ่มต้นสำหรับผู้ที่ต้องการกู้เงินด่วน หรือกู้เงินธนาคาร คือ 7,500 หรือ 8,000 บาทเป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับวงเงินยื่นขอกู้และประเภทการกู้เงิน มีแหล่งที่มารายได้จากเงินเดือนประจำ หรือรายรับต่อเนื่องที่แสดงในรายการบัญชีเงินฝาก (ฺBank Statement) โดยคำนวณตามอัตราวงเงินที่ใช้ในการประเมินโอกาสที่จะได้รับพิจารณาอนุมัติเงินกู้ ดังต่อไปนี้

 

อัตราส่วนการให้สินเชื่อโดยเทียบกับมูลค่าหลักประกัน (Loan-to-value : LTV) หรืออัตราส่วนการคำนวณวงเงินกู้ที่คาดว่าจะได้รับอนุมัติจากธนาคาร โดยคำนวณจากวงเงินกู้ที่ยื่นขอมา เปรียบเทียบกับมูลค่าของหลักประกัน (หลักทรัพย์) ที่กำลังจะซื้อ ซึ่งเงื่อนไขในการอนุมัติจะเเตกต่างกันออกไปตามประเภทของหลักทรัพย์ และเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร

 

อัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ (Debt Service Ratio : DSR) หรืออัตราส่วนในการคำนวณภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) ของผู้ยื่นขอกู้เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้ คำนวณจากภาระหนี้ที่ต้องชำระต่อเดือนทั้งหมดของผู้กู้ รวมกับภาระหนี้ในปัจุบันก่อนการขอยื่นขอกู้เงินครั้งนี้ และภาระหนี้ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น หากได้รับอนุมัติเงินกู้ในครั้งนี้ หารด้วยรายได้รวมของผู้กู้ ทั้งในส่วนของรายได้คงที่ (เงินเดือน ค่าจ้างประจำ โบนัส) และรายได้ที่ไม่คงที่ (โอที คอมมิชชั่น เบี้ยเลี้ยง) โดยผู้กู้ควรมีสัดส่วนภาระหนี้สินต่อรายได้ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน ทั้งนี้ หากต้องการเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติวงเงินกู้เพิ่มจากกรณีอาจได้รับอนุมัติวงเงินไม่เพียงพอตามที่ต้องการ


อาจเลือกใช้วิธีการเก็บเงินก้อนเพิ่มเพื่อชดเชยในวงเงินส่วนที่ไม่ได้รับพิจารณาอนุมัติ เพิ่มหลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกัน หรือหาผู้กู้ร่วม โดยเฉพาะบุคคลใกล้ชิดในครอบครัวที่มีสายเลือดเดียวกัน หรือคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

ทำฟรีแลนซ์/อาชีพอิสระ หรือเป็นเจ้าของกิจการไม่มีสลิปเงินเดือน จะกู้เงินด่วนได้หรือไม่?

ผู้ที่ไม่ได้ทำงานประจำ ผู้มีอาชีพอิสระ เช่น พ่อค้าแม่ค้า ฟรีแลนซ์ พนักงานลูกจ้างรายวัน รับจ้างทั่วไป ค้าขายออนไลน์ แม่บ้าน รวมถึง​​ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น แพทย์ ผู้สอบบัญชี นักกฎหมาย วิศวกร สถาปนิก นักแสดง ตัวแทนสินค้าขายตรง ตัวแทนประกันชีวิต ฯลฯ หรืออาชีพที่ทำงานโดยอาจไม่ได้มีสถานะเป็นพนักงานหรือลูกจ้างประจำ และมีรายรับไม่เท่ากันทุกเดือน รวมถึงเจ้าของกิจการ เจ้าของธุรกิจ สามารถใช้เอกสารแสดงแหล่งที่มาของรายได้ประเภทอื่นๆ นอกเหนือจากสลิปเงินเดือนประจำ (Payslip) ได้

 

กรณีเป็นสัญญาจ้าง อาจใช้สำเนาสัญญาว่าจ้างและหลักฐานการจ่ายเงินค่าจ้าง บัญชีเงินฝาก พร้อมใบแจ้งยอดบัญชี หรือสเตทเมนต์ (Statement) ของบัญชีเงินฝากของตนเองหรือของกิจการย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบทวิ 50) พร้อมหลักฐานรายได้หรือทรัพย์สินอื่นๆ เช่น ใบหุ้น พันธบัตรรัฐบาล บัญชีเงินฝากธนาคาร รวมถึงกรณีเป็นแพทย์ ทนายความ ผู้สอบบัญชี วิศวกร สถาปนิก ควรแสดงใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามแต่กรณีร่วมด้วย

 

หรือเลือกยื่นขอเงินด่วนประเภทอื่นๆ ที่ไม่ต้องใช้หลักฐานสลิปเงินเดือนประจำในการกู้ยืม หรือเลือกใช้ทรัพย์สินปลอดภาระที่ผ่อนชำระหมดแล้วของตนเอง เช่น บ้าน รถ ที่ดิน อาคารพาณิชย์ สวนเกษตร หรือบุคคลค้ำประกันที่มีเงินเดือนประจำ หรือมีรายได้รวมต่อเดือนตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนดในการค้ำประกันวงเงินกู้แทน เช่น สินเชื่อรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ สินเชื่อบ้านและที่ดิน หรือบัตรกดเงินสด

ขอสินเชื่อเงินสดด่วน ธนาคารพิจารณาอะไรบ้าง?

เกณฑ์ที่สถาบันการเงินใช้พิจารณาอนุมัติการกู้เงินจะขึ้นอยู่กับนโยบายและหลักเกณฑ์ของผู้ให้กู้แต่ละราย เช่น  ผู้ให้กู้บางรายอาจกำหนดว่าผู้ยื่นขอกู้ต้องไม่มีประวัติการค้างชำระในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง หรืองดให้กู้แก่ลูกค้าใหม่ในกลุ่มอาชีพหรือกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง โดยทั่วไปแล้วมีปัจจัยหลัก ๆ ที่ใช้ประกอบการพิจารณา คือ วัตถุประสงค์ในการขอกู้ เช่น ซื้อที่ดินอาคาร ซื้อห้องชุด ไถ่ถอนจำนอง ลงทุนทำธุรกิจ ขยายธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ ทุนหมุนเวียน ขยายโรงงาน ชำระหนี้ หรือไม่ระบุวัตถุประสงค์ ซึ่งจะเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต

 

คุณลักษณะและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ขอกู้ ประกอบด้วย สถานภาพ การศึกษา อาชีพ สถานะบัญชีสินเชื่อ เงินเดือนประจำ แหล่งที่มารายได้อื่นๆ (คอมมิชชั่น หรือโบนัส) อายุงาน ตำแหน่งงาน สถานที่ทำงาน และประวัติเครดิตบูโร

 

หลักประกันและการค้ำประกัน หรือหลักฐานรับประกันความเสี่ยงให้กับธนาคารและสถาบันทางการเงิน กรณีผู้ขอกู้เงินไม่สามารถชำระหนี้ต่อไปได้ จะสามารถยึดหลักประกันมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ที่คงค้างอยู่ หรือให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้แทน โดยหลักทรัพย์ที่นิยมนำมาเป็นหลักประกัน เช่น เงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงิน หุ้นกู้ และอสังหาริมทรัพย์ ในกรณีสินเชื่อที่มีบุคคลค้ำประกัน สถาบันการเงินก็จะพิจารณาถึงคุณสมบัติ และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันร่วมด้วย

กู้เงินธนาคาร/กู้เงินด่วนต้องมีคนค้ำ หรือใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันไหม?

การนำทรัพย์สินทั้งที่เป็นสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์มาเป็นหลักประกันในการกู้ยืม รวมถึงบุคคลที่มีเงื่อนไขตามที่ธนาคารหรือสถาบันทางการเงินกำหนดนั้น จะขึ้นอยู่กับนโยบายการพิจารณาสินเชื่อเงินสดด่วนของแต่ละผู้ให้บริการ มักต้องใช้หลักฐานค้ำประกันข้างต้นในการยื่นขอกู้สินเชื่อส่วนบุคคล หรือสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ไม่ระบุวัตถุประสงค์การกู้เพื่อใช้อุปโภคบริโภค ท่องเที่ยว ซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ หรือใช้ในการประกอบอาชีพ ตัวอย่างหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น

 

ที่อยู่อาศัยเป็นชื่อของตนเอง และไม่ติดภาระจำนองใด ๆ เช่น บ้านพร้อมที่ดิน ทาวเฮ้าส์ ตึกแถว คอนโดมิเนียม และอื่นๆ โดยผู้ขอกู้ยังสามารถพักอาศัยได้ตามปกติ แต่ต้องจดจำนองที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน ทั้งกรณีสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยที่ต้องใช้เงินกู้เพื่อชำระค่าซื้อที่อยู่อาศัย หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่เป็นการเอาที่อยู่อาศัยมาเป็นหลักประกันเพื่อนำเงินไปใช้ประโยชน์ในทางอื่น

 

รถยนต์ส่วนบุคคล หรือรถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลที่เป็นชื่อของตนเอง และได้ผ่อนชำระหนี้ที่กู้มาเพื่อซื้อรถยนต์หมดแล้ว โดยผู้กู้ยังสามารถเป็นเจ้าของและนำรถใช้งานได้ตามปกติ แต่ต้องนำเล่มทะเบียนประจำรถมายื่นเป็นหลักประกันกับธนาคารหรือสถาบันทางการเงินที่มีสินเชื่อจำนำทะเบียนรถให้บริการ และฝากไว้จนกว่าจะชำระหนี้ครบตามสัญญาเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติ

 

บัญชีเงินฝากที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินในบัญชีนั้นเพื่อการดำรงชีวิตประจำวัน เนื่องจากเงินในบัญชีที่ใช้เป็นหลักประกันจะไม่สามารถถอนออกมาใช้จ่ายได้ตามปกติจนกว่าจะชำระหนี้ครบตามจำนวนที่กำหนด ในขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารอาจให้โอนออกมาใช้จ่ายได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถาบันทางการเงิน

ขั้นตอนการขอสินเชื่อกู้เงินด่วน หรือกู้เงินธนาคารมีอะไรบ้าง?

ขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจะแตกต่างตามนโยบายในการพิจารณาอนุมัติเงินกู้ของแต่ละธนาคาร ประเภทสินเชื่อ (เช่น สินเชื่อเงินสดด่วน หรืออื่นๆ) วงเงินยื่นของกู้ และข้อมูลของผู้ยื่นขอกู้เงินธนาคาร แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีขั้นตอนการพิจารณาคำขอสินเชื่อไม่แตกต่างกัน ดังนี้

 

เริ่มต้นยื่นคำขอสินเชื่อที่ธนาคาร พร้อมยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาตามที่แต่ละธนาคารกำหนดได้ที่สาขาธนาคารหรือช่องทางออนไลน์ โดยพนักงานประจำสาขาจะพิจารณาคำขอกู้เงินเบื้องต้นจากการสัมภาษณ์ และเอกสารที่นำมายื่น เพื่อให้คำแนะนำและประเมินความสามารถในการผ่อนชำระเบื้องต้น หลังจากนั้น จะนำส่งเอกสารไปยังสำนักงานใหญ่ เพื่อสรุปวิเคราะห์และนำเสนอคำขอกู้เงินเบื้องต้นพร้อมเอกสารประกอบเพื่อรอการพิจารณาอนุมัติ

 

เมื่อผ่านพิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระได้ตามวงเงินที่ยื่นขอกู้ เจ้าหน้าที่จะส่งเรื่องต่อให้ฝ่ายประเมินหลักทรัพย์ และบริษัทประเมินราคาหลักประกัน จะเข้าไปประเมินมูลค่าหลักประกันตามวันและเวลาที่ตกลงกันกับผู้ขอกู้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะสรุปข้อมูลทั้งอีกครั้งก่อนส่งให้ผู้อนุมัติพิจารณาต่อไป จากนั้นธนาคารจะแจ้งผลการพิจารณาอนุมัติให้ทราบภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับใบคำขอกู้เงิน พร้อมเอกสารประกอบครบถ้วน จากนั้นเตรียมนัดวันทำสัญญากู้เงิน และสัญญาจดจำนอง ที่สาขาของธนาคาร และนัดวันทำนิติกรรม ณ กรมที่ดิน สาขาที่หลักประกันหรือโฉนดที่ดินดทะเบียนไว้อยู่

กู้เงินธนาคารจะได้วงเงินเท่าไร? วงเงินกู้เงินด่วนสูงสุดเท่าไร?

สินเชื่อส่วนบุคคลอเนกประสงค์หรือสินเชื่อเงินสดด่วน วงเงินอนุมัติสูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ สูงสุด 800,000 - 1,000,000 บาท โดยวงเงินอนุมัติเป็นไปตามเกณฑ์ธนาคาร นอกจากนั้นยังมีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเฉพาะกลุ่มอาชีพหรือบุคคลตามเงื่อนไขนโยบายของธนาคาร เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบุคลากรภาครัฐ สินเชื่อที่อยู่อาศัยสําหรับผู้สูงอายุ ตัวอย่างเช่น

 

สินเชื่อกู้ซื้อบ้านใหม่ (บ้านใหม่พร้อมที่ดิน หรือห้องชุดคอนโดมิเนียม) จากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือโครงการทั่วไปที่เป็นคู่สัญญาตามที่ธนาคารกำหนด จะได้รับวงเงินอนุมัติเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 100% ของราคาซื้อขาย หรือราคาประเมินธนาคาร แล้วแต่ราคาใดต่ำกว่า หากซื้อบ้านจากโครงการทั่วไปจะได้รับพิจารณาวงเงินอนุมัติสูงสุดไม่เกิน 95% ของราคาซื้อขาย หรือ ราคาประเมินธนาคาร แล้วแต่ราคาใดต่ำกว่า

 

ในขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัย (ซื้อบ้านมือสอง) ธนาคารจะให้กู้ไม่เกิน 70-90% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย เนื่องจากต้องหักค่าความสึกหรอ และความเสื่อมโทรมของหลักประกัน (บ้าน) รวมถึงพิจารณาทำเลที่ตั้งของหลักประกันร่วมด้วย ผู้ขอกู้เงินธนาคารประเภทนี้จึงควรสำรองเงินสดเพื่อใช้จ่ายค่าส่วนต่างที่จะเกิดขึ้น ประมาณ 10-30% ของราคาซื้อขายบ้านมือสอง

 

นอกจากนั้นยังมี สินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้านในที่ของตนเอง วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 100% ของราคาค่าจ้างปลูกสร้างตามสัญญาว่าจ้าง (กรณีที่ดินปลอดภาระ) โดยวงเงินกู้รวมสูงสุดต้องไม่เกิน 90% ของราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีกู้เงินซื้อที่ดินพร้อมขอกู้ปลูกสร้างบ้าน วงเงินกู้จะได้ไม่เกิน 90% ของราคาซื้อขายที่ดินรวมกับราคาค่าก่อสร้างตามสัญญาว่าจ้าง และไม่เกิน 90% ของราคาประเมินที่ดินพร้อมบ้าน หรือสินเชื่อซื้อที่ดินอีกด้วย

กู้เงินด่วน/กู้เงินธนาคารดอกเบี้ยเท่าไร? ผ่อนได้นานแค่ไหน?

อัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระกู้เงินธนาคาร หรือกู้เงินด่วนจะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้ขอกู้และเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด มีอัตราอยู่ที่ 25% - 28% ต่อปี (กรณีไม่แบ่งชำระรายเดือน) สามารถเลือกชําระเงินคืนเต็มจํานวน หรือผ่อนชําระขั้นต่ำ 3% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ ในแต่ละรอบบัญชีได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 300 บาท หรือจำนวนเงินขั้นต่ำที่แต่ละสถาบันทางการเงินกำหนด

 

โดยมีอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้น (Effective Rate) หรือดอกเบี้ยที่คำนวณอัตราดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือที่แท้จริงในแต่ละงวด ในรูปแบบที่เมื่อเงินต้นลดลง อัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็จะลดลงไปตาม ทำให้การผ่อนชำระค่างวดแต่ละครั้งจะมีเงินงวดที่ต้องชำระแตกต่างกันไปตามจำนวนของเงินต้นที่เหลืออยู่ สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อจำนำทะเบียนรถแบบไม่โอนเล่มโดย

 

ตัวอย่างเช่น กรณีพนักงานบริษัทที่มีบัญชีเงินเดือนผ่านธนาคารผู้อนุมัติเงินกู้ อาจได้รับอัตราดอกเบี้ย 17% - 25% ต่อปี และมีระยะเวลาการผ่อนชำระ 12, 18, 24, 36, 48, 60 เดือน กรณีพนักงานบริษัททั่วไป ผู้มีเงินเดือน ผู้มีรายได้ประจำ มีอัตราดอกเบี้ยปกติ 19% - 25% ต่อปี และมีระยะเวลาการผ่อนชำระ 12, 18, 24, 36, 48, 60 เดือน และกรณีทำธุรกิจส่วนตัว เจ้าของกิจการ อาชีพอิสระ มีอัตราดอกเบี้ยปกติ 21% - 25% ต่อปี และมีระยะเวลาการผ่อนชำระ 12, 18, 24, 36, 48, 60 เดือน

 

อย่างไรก็ตาม กรณีได้รับการอนุมัติเงินด่วน วงเงินระหว่าง 6,000 - 20,000 บาท อาจเลือกระยะเวลาผ่อนชำระได้ 12, 18 หรือ 24 เดือนเท่านั้น รวมถึงสินเชื่อเงินสดด่วนสามารถเลือกผ่อนชำระเงินเริ่มต้น 300 บาทต่อเดือน คิดจากดอกเบี้ย 17% เงินต้น 6,000 บาท ผ่อน 24 เดือนโดยมีอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามเกณฑ์ธนาคาร

กู้สินเชื่อเงินสดด่วน หรือกู้เงินธนาคาร เช็คบูโรหรือไม่?

การพิจาณาข้อมูลเครดิตบูโรของผู้ยื่นคำขอกู้เงินด่วน หรือกู้เงินแบอื่นๆ ก่อนพิจารณาปฏิเสธหรืออนุมัติวด้วยข้อมูลเครดิต หรือข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการชำระหนี้ของลูกค้าซึ่งถูกเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลของ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) และจะปรากฏในรายงานข้อมูลเครดิตเมื่อมีผู้ขอเรียกดู ซึ่งได้แก่ ข่อมูลบ่งชี้ตัวตน (ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด สถานภาพการสมรส อาชีพ เลขที่บัตรประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล จะประกอบด้วย ชื่อ สถานที่ตั้ง เลขที่ทะเบียนนิติบุคคล เป็นต้น) และข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ ประวัติการชำระวงเงินการใช้บัตรเครดิต รวมทั้งสถานะบัญชี

 

จะขึ้นอยู่กับนโยบายการพิจารณาอนุมัติวงเงินของสถาบันทางการเงินหรือผู้ประกอบการในแต่ละแห่งที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการเรียกดูข้อมูลเครดิตบูโรจะช่วยทำให้สถาบันการเงินในฐานะผู้ให้กู้หรือเจ้าหนี้ มีระบบการบริหารความเสี่ยงในการให้กู้ยืม ป้องกันการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาความไม่มั่นคงแก่สถาบันทางการเงินของประเทศ และส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ผ่านการใช้ข้อมูลเครดิตบูโร

 

รวมถึงใช้เพื่อตรวจเช็กภาระหนี้สินที่มีอยู่กับสถาบันการเงินอื่นในขณะใดขณะหนึ่งและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ขอกู้เงิน หลักประกันความเสี่ยงของผู้ขอกู้ เช่น หลักทรัพย์ค้ำประกัน/ผู้ค้ำประกันความเสี่ยงหรือโอกาสในการผิดนัดชำระหนี้ และประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมาเพื่อวิเคราะห์หรือทบทวนก่อนพิจารณาอนุมัติหรือปฏิเสธการให้กู้เงินธนาคาร

ติดบูโร มีประวัติค้างชำระจะกู้เงินด่วนได้หรือไม่?

การพิจารณาอนุมัติกู้เงินธนาคาร หรือกู้เงินด่วนสินเชื่อเงินสดด่วนสำหรับกรณีผู้ยื่นคำขอกู้ที่มีประวัติค้างชำระหรือผิดนัดชำระหนี้กับสถาบันทางการเงินที่เป็นสมาชิกข้อมูลศูนย์ข้อมูลเครดิต ของ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ทั้งกรณีเคยค้างชำระในอดีต แล้วกลับมาชำระตามปกติ กรณีเคยค้างชำระในอดีต ต่อมาชำระหนี้ทั้งหมด แล้วปิดบัญชี กรณีเคยค้างชำระ ต่อมาเข้าโครงการพักชำระหนี้ หรือกรณีค้างชำระในอดีต ปัจจุบันยังค้างชำระอยู่ จะขึ้นอยู่กับนโยบายการพิจารณาอนุมัติเงินกู้ของธนาคารหรือสถาบันทางการเงินนั้นๆ

 

เครดิตบูโร มีหน้าที่จัดเก็บรักษา รวบรวมประมวลผลข้อมูลสินเชื่อของลูกค้าสถาบันการเงินตามที่สถาบันการเงินหรือบริษัทที่เป็นสมาชิกจัดส่งข้อมูลให้เท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) หรือมีสิทธิอนุมัติร่วมตัดสินใจในการพิจารณาอนุมัติกับสถาบันทางการเงินแต่อย่างใด หากสถาบันการเงินไม่พิจารณาอนุมัติเงินกู้ให้ อาจมีสาเหตุมาจากทั้งกรณีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนด หรือข้อมูลที่ปรากฏในเครดิตบูโรไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่สถาบันการเงินกำหนด

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าธนาคารหรือสถาบันทางการเงินหลายแห่งจะไม่มีนโยบายปฏิเสธการสมัครขอกู้เงินของลูกค้าที่มีประวัติค้างชำระ ผิดชำระหนี้ในระบบเครดิตบูโร แต่ในขณะเดียวกัน จะไม่สามารถรับรองการพิจารณาอนุมัติวงเงินให้ได้ เนื่องจากสถาบันทางการเงินส่วนใหญ่จะมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาสินเชื่อส่วนบุคคลในองค์ประกอบอื่นๆ ร่วมด้วย นอกเหนือจากประวัติการชำระหนี้จากเครดิตบูโร เช่น แหล่งที่มาของรายได้ อาชีพ เป็นต้น

รอผลอนุมัติสินเชื่อบ้านนานเท่าไร? สินเชื่อเงินสดด่วนใช้เวลาอนุมัติกี่วัน?

ระยะเวลาการอนุมัติการกู้เงินธนาคารหรือการกู้เงินด่วนแต่ละธนาคารหรือสถาบันทางการเงินจะมีระยเวลาในการพิจารณาอนุมัติหรือปฎิเสธที่แตกต่างกัน หลายธนาคารจะสามารถแจ้งผลพิจารณาเบื้องต้นทันทีภายใน 3 วันทำการ แต่โดยปกติแล้วจะมีระยะเวลาพิจารณาอย่างน้อย 7-20 วันทำการ หรือประมาณ 2-3 สัปดาห์โดยเฉลี่ย แต่อาจมีบางกรณีที่ใช้เวลานานถึง 1-2 เดือน ได้เช่นกัน เช่น กรณีที่ผู้ยื่นกู้ส่งเอกสารไม่ครบถ้วน หรือมีผู้กู้ร่วมหลายคน รวมถึงกรณีการยื่นขอกู้วงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาท อาจใช้เวลาพิจารณาเงินกู้นานสูงสุดถึง 24 วันทำการ

 

กรณีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารจะแจ้งผลการพิจารณาอนุมัติให้ทราบภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่ยื่นใบคำขอ พร้อมเอกสารประกอบครบถ้วน ทั้งนี้ หากใช้เวลามากว่า 7 วันทำการ อาจมีสาเหตุมาจากไม่สามารถติดต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหลักทรัพย์ได้

 

นอกจากนั้นแล้ว กรณีกู้เงินด่วนจากสินเชื่อเงินสดด่วนออนไลน์จากธนาคารหรือสถาบันทางการเงินบางแห่ง สามารถแจ้งผลพิจารณาอนุมัติได้ทันทีภายใน 5 นาที กรณีเป็นลูกค้าที่รับเงินเดือนผ่านธนาคารที่กำหนด หรือมีรายการเดินบัญชีย้อนหลังผ่านธนาคารที่กำหนดติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือน แต่หากเป็นลูกค้าทั่วไปจะทราบผลการอนุมัติภายใน 1-5 วันทำการ (ไม่นับเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)  นับจากวันทำการล่าสุดที่ทางธนาคารได้รับเอกสารครบถ้วน

หากค้างชำระ ผิดนัดชำระ จะต้องเสียค่าปรับหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่?

ในกรณีที่ผู้กู้ค้างชำระ หรือผิดนัดชำระหนี้กู้เงินด่วนจากสินเชื่อเงินสดด่วน หรือกู้เงินธนาคารภายในระยะเวลาที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินอนุโลมผ่อนผันการชำระหนี้ล่าช้าเกินกว่าที่กำหนดไว้ และไม่ติดต่อเพื่อยื่นขอปรับโครงสร้างหนี้ หรือขอพักชำระหนี้ ผู้กู้อาจถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเบี้ยปรับกรณีผิดนัดชำระเพิ่มเติม โดยเพิ่มจากอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาการกู้เงินธนาคารในแต่ละประเภท ไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ดังนี้

 

  • สินเชื่อส่วนบุคคล (P-Loan) เก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ หรือค่าธรรมเนียมใดๆ ต้องไม่เกินร้อยละ 25 ต่อปี และไม่เกินร้อยละ 24 ต่อปี สำหรับสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน
  • สินเชื่อรายย่อยเพื่อประกอบอาชีพ (Nano Finance) เก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ หรือค่าธรรมเนียมใดๆ ต้องไม่เกินร้อยละ 33 ต่อปี
  • บัตรเครดิต (Credit Card) เก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ หรือค่าธรรมเนียมใดๆ ต้องไม่เกินร้อยละ 16 ต่อปี
  • ผลิตภัณฑ์ทางการอื่น ๆ ผู้ให้บริการ (บุคคล หรือนิติบุคคล) ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ ตามประเภทบริการทางการเงินทั้ง 3 ประเภทข้างต้น จะต้องคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี

 

นอกจากนั้นแล้ว กรณีผิดนัดชำระหนี้อาจจะยังค่าปรับเพิ่มเติมที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินอาจเรียกเก็บเพิ่มเติมจากผู้ที่กูได้ไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกานทางศาล (รวมค่าทนายความ) เรียกเก็บตามระยะทางจากศาลถึงสำนักงานผู้ให้บริการงานกฏหมาย, ค่าปรับการชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนด กรณีผ่อนชำระเสร็จสิ้นก่อน 1 ปี (2% ของต้นเงินกู้คงเหลือ), ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ กรณีค้างชำระเงินต้น และ/หรือดอกเบี้ย 1 งวด (150 บาท/สัญญา) หรือค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ กรณีค้างชำระเงินต้น และ/หรือดอกเบี้ย 2 งวด เฉพาะงวดที่ 2 (200 บาท/สัญญา) เป็นต้น

กู้เงินธนาคารหรือกู้สินเชื่อเงินสดด่วน กับ แรบบิท แคร์ ดีกว่าอย่างไร?

ยื่นขอกู้เงินด่วนหรือกู้เงินธนาคารกับ แรบบิท แคร์ ตั้งแต่วันนี้เป็นไป นอกจากจะได้รับความอุ่นใจในการเลือกใช้บริการทางการเงินกับ แรบบิท แคร์ บริษัทโบรคเกอร์นายหน้าประกันภัยชั้นนำของประเทศไทยมาอย่างยาวนานแล้ว  

 

แรบบิท แคร์ ยังมีแบบเงินกู้เงื่อนไขพิเศษ ดอกเบี้ยต่ำ และวงเงินสูงพิเศษเฉพาะลูกค้า แรบบิท แคร์ ครบจากทุกพันธมิตรธนาคารและสถาบันทางการเงินชั้นนำของประเทศที่ได้รับการรับรองจากธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง โดยมีให้เลือกครบทุกความต้องการ หรือทุกวัตถุประสงค์ในการใช้เงิน

 

ทั้งสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถแลกเงิน สินเชื่อเพื่อธุรกิจ บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด หรือขอรับคำแนะนำเบื้องต้นจากผู้เชี่ยวชาญของ แรบบิท แคร์ ที่พร้อมช่วยให้คำแนะนำในการเลือกแบบเงินกู้ที่เหมาะกับทุกความต้องการ พร้อมช่วยประเมินโอกาสในการได้รับอนุมัติก่อนตัดสินใจยื่นกู้จริงได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

บทความแนะนำ

ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเรา