สินเชื่อส่วนบุคคล

รู้ยัง? จ่ายแค่บาทเดียว ก็โหลดเพลงเต็มอัลบั้มแบบถูกกฎหมายได้!

ผู้เขียน : IN-Wsible
Published July 12, 2018
เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการโหลดฟรีดูฟรี เทปผีซีดีเถื่อนเกลื่อนเมืองแบบนี้ ค่ายเพลงก็จำเป็นต้องหาทางออกด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีการนำเสนอผลงานของศิลปิน เพื่อช่วยกระตุ้นยอดดาวน์โหลดเพลงแบบถูกกฎหมายให้เพิ่มขึ้น และเพื่อความอยู่รอดของค่ายเพลงรวมทั้งตัวศิลปินเอง แต่มีศิลปินกลุ่มหนึ่งที่กล้าทำสิ่งท้าทายในวงการเพลง และเป็นแนวทางใหม่ที่จะช่วยกระตุ้นยอดขายและสร้างผลกำไรให้กับผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลงได้อีกครั้ง แนวทางนี้เรียกว่า "Pay what you want" หรือ จ่ายเท่าไรก็ได้ตามใจคุณ จะเป็นยังไงมาดูกัน [caption id="attachment_30705" align="aligncenter" width="800"]โหลดเพลง CR : GizmodoUK[/caption]

Pay What You Want โหลดเพลง “เต็มอัลบั้ม” จ่ายเงินตามใจคุณ

ในขณะที่ศิลปินและค่ายเพลงจำนวนมากกำลังประสบปัญหาด้านรายได้อันเกิดจากผลกระทบของการดาวน์โหลดเพลงฟรี แต่มีศิลปินกลุ่มหนึ่งที่กล้าทำสิ่งท้าทายแบบไม่กลัวขาดทุน ศิลปินที่เรากำลังกล่าวถึงอยู่ก็คือ วงดนตรี Radiohead นั่นเอง
Radiohead เป็นวงดนตรีแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อกจากประเทศอังกฤษ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปีค.ศ.1986 ผลงานอัลบั้มแรก “Pablo honey” ที่ปล่อยออกมาในปีค.ศ.1993 ก็ประสบความสำเร็จและได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นศิลปินที่อยู่มาตั้งแต่ยุคเทปคาสเซ็ทจนถึงยุค MP3 บอกเลยว่าเรื่องความเก๋าก็ไม่เป็นรองใคร
Radiohead ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเสมอมา หลังจากหมดสัญญากับต้นสังกัดอย่างค่าย EMI ก็ได้ออกมาผลิตผลงานเพลงเอง โดยมีชื่ออัลบั้มว่า “In The Rainbow” ถูกปล่อยออกมาในเดือนตุลาคม ปีค.ศ.2007
ซึ่งวง Radiohead ได้ปล่อย  10 ผลงานเพลง แบบถูกลิขสิทธิ์เต็มอัลบั้ม ให้แฟนๆ ได้กดดาวน์โหลดในโลกออนไลน์โดยที่จะจ่ายเงินค่าอัลบั้มนี้เท่าไรก็ได้ คุณก็จะได้ฟัง 10 เพลง เท่ากัน ราคาต่ำสุดอยู่ที่ 1 ยูโร หรือ 0.5 บาท เท่านั้น ถูกเหลือเชื่อ!
กลยุทธ์แบบนี้ถือว่าไปได้สวยสำหรับ Radiohead เพราะเพียงแค่วันแรกที่ปล่อยเพลงก็มียอดดาวน์โหลดในเว็บไซต์มากกว่า 1 ล้านคน นอกจากนี้ยังมีการผลิต CD Boxset ออกมาจำหน่ายด้วย ซึ่งก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าอีกเช่นกัน ไม่ใช่แค่นั้น! อัลบั้ม In The Rainbow ยังได้รับรางวัลแกรมมี่ในสาขา “อัลบั้มอัลเทอร์เนทีฟยอดเยี่ยม” เป็นครั้งที่ 3 (ครั้งแรก อัลบั้ม OK Computer, 1997 ครั้งที่ 2 อัลบั้ม Kid A, 2000) ถือว่าเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ที่ท้าทายความซบเซาของวงการเพลงให้กลับมารุ่งเรืองได้อีกครั้ง กับแนวทางกระตุ้นยอดขายแบบใหม่ๆ [caption id="attachment_30707" align="aligncenter" width="800"]โหลดเพลง CR : bandcamp[/caption]

Pay What You Want ยังมีอยู่ไหม?

จริงๆ แล้ว ก่อนหน้า Radiohead ก็เคยมีศิลปินที่ทำเพลงและใช้กลยุทธ์ Pay What You Want เช่นกัน ศิลปินท่านนั้นคือ Jane Siberry ที่ได้ปล่อยผลงานเพลงผ่านเว็บไซต์ของเธอเอง โดยจะซื้อตามราคาที่เธอตั้งไว้ หรือจะกำหนดราคาเอง หรือจะไม่จ่ายเงินเลยก็ยังได้ ซึ่งก็ได้ใจแฟนเพลงไปเต็มๆ
หลังจากที่ Radiohead ได้นำเอากลยุทธ์นี้มาใช้อีกครั้งในปี 2007 และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ก็เริ่มมีศิลปินหลายท่านหันมาใช้กลยุทธ์นี้บ้าง เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆ ให้กับแฟนเพลง อีกนัยหนึ่งก็เป็นการประหยัดต้นทุนค่าผลิตแพคเกจอัลบั้มไปในตัว
อย่างเช่น เว็บ Bandcamp.com ที่เปิดจำหน่ายเพลงแบบ Pay What You Want โดยเราสามารถเข้าไปเลือกฟังสตรีมมิ่งจากศิลปินหลากหลายท่านได้ และสามารถดาวน์โหลดเพลงทั้งอัลบั้มได้แบบจ่ายเงินตามใจเรา ซึ่งแต่ละศิลปินก็จะกำหนดราคาเริ่มต้นแตกต่างกันไป แต่รับรองว่าเป็นราคาที่จ่ายได้ไม่ทำร้ายเงินในกระเป๋า [caption id="attachment_30708" align="aligncenter" width="800"]โหลดเพลง CR : bandcamp[/caption]

กลยุทธ์ Pay What You Want มันดีจริงๆ หรือ?

เชื่อว่าคนส่วนใหญ่อยากสนับสนุนผลงานเพลงที่ถูกลิขสิทธ์ แต่ผลงานเพลงบางชิ้นก็ราคาสูงเสียเหลือเกิน คนที่จะยอมจ่ายจึงมีเพียงคนกลุ่มน้อยหรือแฟนเพลงที่มีทุนทรัพย์เท่านั้น ส่วนคนฟังที่เหลือก็ต้องไป โหลดเพลง ที่ละเมิดลิขสิทธิ์มาฟังอย่างเสียไม่ได้ แต่กลยุทธ์ Pay What You Want เป็นการกระตุ้นให้คนฟังรู้สึกว่าได้ฟังเพลงที่ถูกลิขสิทธ์ และยังได้สนับสนุนศิลปินที่ชื่นชอบในราคาที่ตัวเองจ่ายไหว
รวมทั้งคนฟังอีกกลุ่มที่อาจไม่ใช่แฟนเพลงตัวยง แต่ก็ดาวน์โหลดเพลงมาฟังด้วยความรู้สึกที่ว่า จ่ายไม่กี่บาทก็ได้เพลงทั้งอัลบั้มแล้ว ลองเอามาฟังดูก็ไม่เสียหายอะไร จึงมีโอกาสที่ยอดดาวน์โหลดจะสูงกว่าการจำหน่ายแบบกำหนดราคาตายตัว
แน่นอนว่าศิลปินก็ใช่ว่าจะเห็นด้วยกับกลยุทธ์นี้ไปเสียทุกคน อย่างเช่นสมาชิกของวงดนตรีชื่อดังอย่างวง Oasis “โนล  กัลลาเกอร์” ที่ออกมาประกาศว่าตนจะไม่เดินตามรอย Radiohead แน่ๆ เพราะกลยุทธ์นี้มันไม่เวิร์คสำหรับเขาเอาซะเลย โดยเขาได้กล่าวว่า “ผมไม่ได้ใช้เวลาทั้งปีในสตูดิโอที่แพงที่สุดในอังกฤษ จ้างโปรดิวเซอร์ที่แพงที่สุดของอเมริกา กับกราฟิกดีไซเนอร์ที่แพงที่สุดในลอนดอน เพื่อจะมาขายของฟรี แบบนั้นมันโคตรแย่ มันเป็นวิธีที่เยี่ยมในการโปรโมทแบบฟรีๆ แต่มันก็ได้ผลสำหรับพวกเขา เพราะพวกเขามันพวกกบฎและเป็นคนนอก” แม้บางคนจะมองว่า กลยุทธ์แบบนี้ทำให้คุณค่าของดนตรีดูลดลง แต่ถ้ามองในแง่มุมของรายได้หรือผลตอบแทนที่ส่งผลต่อความอยู่รอดของศิลปินแล้ว ก็ถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจไม่น้อยเลย โหลดเพลง

โหลดเพลงฟังฟรี ศัตรูตัวฉกาจของวงการเพลง

เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงรู้สึกได้ถึงความซบเซาของวงการเพลงอันเนื่องมาจากปัญหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ จะเห็นได้ว่าพฤติกรรมของผู้ฟังก็เปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนถ้าผู้ฟังอยากฟังเพลง ก็ต้องซื้อเทปหรือแผ่นซีดีอัลบั้มเพลงของศิลปินมาเปิดฟังที่บ้าน แต่เดี๋ยวนี้ เราสามารถหาโหลดเพลงที่อยากฟังได้ง่ายๆ เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตเท่านั้น
กว่าจะผลิตผลงานเพลงออกมาได้แต่ละเพลง ต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก การโหลดเพลงไปฟังฟรีๆ จึงส่งผลให้ศิลปินไม่ได้รับผลประโยชน์ที่ควรจะได้
เมื่อเพลงที่ทำออกมาไม่สร้างผลกำไร โอกาสที่ศิลปินจะได้สร้างผลงานชิ้นใหม่ๆ ออกมาก็ลดน้อยลง เนื่องจากค่ายเพลงต้องขาดทุนมหาศาล [caption id="attachment_30701" align="aligncenter" width="800"]โหลดเพลง CR : freedesignfile[/caption]

ผู้ผลิตขาดทุนแบบนี้ แล้วปรับตัวยังไง?

เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ค่ายเพลงจึงจำเป็นต้องปรับวิธีนำเสนอผลงานเพลงของศิลปิน จะปล่อยเพลงเหมือนเดิมทั้งอัลบั้มก็คงได้ไม่คุ้มเสีย เปลี่ยนเป็นปล่อยเพลงแบบซิงเกิ้ล (Single) คือปล่อยทีละเพลง ถ้าเป็นเพลงฮิตหรือเป็นกระแสก็มีโอกาสปล่อยซิงเกิ้ลใหม่เรื่อยๆ
ถึงแม้ว่าคนจะนิยมโหลดเพลงฟรีไปฟัง แต่ก็ยังมีคนกลุ่มที่ต้องการสนับสนุนผลงานเพลงแบบถูกลิขสิทธิ์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ศิลปิน ซึ่งผู้ฟังสามารถเข้าไปฟังสตรีมมิ่งได้ฟรีๆ และสามารถซื้ออัลบั้มออนไลน์อย่างถูกกฎหมายได้ตามแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น iTunes, JOOX, Spotify
แนวทางการนำเสนอผลงานเพลงของศิลปินไทยในยุคนี้ก็เปลี่ยนไป จากเดิมจะมีรายได้จากการขายอัลบั้มเพลง แต่ปัจจุบันเราจะเห็นว่าค่ายเพลงผลิตซีดีอัลบั้มออกมาจำหน่ายน้อยลง ศิลปินออกอีเว้นท์บ่อยขึ้น และจัดคอนเสิร์ตบ่อยขึ้น ซึ่งค่ายเพลงก็จะมีรายได้จากการจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ต และค่าตัวศิลปินจากการออกงานนั่นเอง
เพลง 1 เพลง อาจใช้เวลาฟังให้จบเพียงไม่กี่นาที แต่กว่าจะออกมาเป็นเพลงได้ก็ต้องผ่านกระบวนการคิด ใช้ความเหน็ดเหนื่อยและความทุ่มเทของผู้ผลิตรวมทั้งศิลปินมาเป็นเวลานับเดือน บางทีเป็นปีเลยก็มี
และแน่นอนต้องใช้เงินทุนจำนวนมากเพื่อสร้างสรรค์บทเพลง ถ้าคนฟังเพลงมีจิตสำนึกและสนับสนุนศิลปินด้วยการติดตามผลงานที่ถูกลิขสิทธิ์ ศิลปินก็จะมีกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานเพลงดีๆ ต่อไปนะคะ

บทความสินเชื่อส่วนบุคคล

สินเชื่อส่วนบุคคล

เคล็ดลับขอสินเชื่อส่วนบุคคล ให้ได้วงเงินสูง กู้ง่ายผ่านฉลุย

เมื่อต้องการเงินสักก้อนมาช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน การขอสินเชื่อส่วนบุคคล ก็อาจจะเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
IN-Wsible
11/06/2021

สินเชื่อส่วนบุคคล

เริ่มต้นธุรกิจเปิดร้านกาแฟ เตรียมตัวอย่างไร ให้ได้กำไรปัง ๆ

สมัยนี้เราจะได้เห็นเรื่องราวของเหล่าเศรษฐีอายุน้อยร้อยล้านกันมากขึ้น จึงเป็น 1 ในแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ที่อยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจ
IN-Wsible
10/06/2021

สินเชื่อส่วนบุคคล

จัดบ้านรับหน้าร้อนอย่างไร ให้ประหยัดค่าไฟฟ้า

เข้าสู่เมษาหน้าร้อนอย่างเป็นทางการ ซึ่งบ้านเรานั้นอย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ว่า อุณหภูมิในช่วงนี้ร้อนตับแตกขนาดไหน ในบางวันความร้อนระอุทะลุไปถึง 40
ใบไม้ร่าเริง
06/05/2021