เปิดมาตรการหักเงินเดือนลูกหนี้ กยศ. เริ่ม 26 ก.ค. นี้

การศึกษา ถือเป็นตัวผลักดันชั้นยอดในการพัฒนาความรู้ ความคิด จนไปถึงการพัฒนาประเทศชาติ ด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้ผู้คนทั่วโลกตระหนัก ให้ความสำคัญ และลงทุนกับการศึกษาเรื่อยมา

อย่างประเทศไทยของเรา ก็ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาของเยาวชน ในประเทศชาติเช่นเดียวกัน โดยดูได้จากมาตราการต่างๆ ที่คอยส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษาโดยเฉพาะ เช่น กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หรือกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) 

กยศ. VS กรอ.

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ กองทุนการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา อย่าง กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) กันมาบ้างแล้ว แต่มีใครบ้างที่สามารถอธิบายความแตกต่างของกองทุนทั้ง 2 ประเภทนี้ ? วันนี้ Rabbit Care จะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักความแตกต่างของทั้งสองกองทุนนี้กันค่ะ

  • กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)  คือ

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2538 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2539

ให้เริ่มดำเนินการกองทุนในลักษณะเงินทุนหมุนเวียน ตามนัยมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491 ต่อมารัฐบาล ได้พิจารณาเห็นความสำคัญ ของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษามากขึ้น

จึงได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ในปี พ.ศ. 2541 มีผลให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา มีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยอยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง

มีวัตถุประสงค์ให้กู้ยืมเงินแก่นักเรียน หรือนักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการครองชีพระหว่างศึกษา

  • กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) คือ

กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) เกิดขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2547 ซึ่งมีมติเห็นชอบในหลักการการปฏิรูปการเงินเพื่อการอุดมศึกษา ดังนี้

  • ยุติการให้กู้ยืมกับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

โดยจัดให้มีกองทุนแบบให้เปล่า หรือการช่วยเหลือในรูปแบบอื่นตามความจำเป็น และความเหมาะสมต่อไป

  • ให้เงินกู้ยืมกับนักศึกษาระดับอุดมศึกษา

ทั้งภาคปกติ ภาคพิเศษ รวมทั้งการศึกษาประเภทอาชีวศึกษา

สำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นผู้รับผิดชอบการบริหารจัดการกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) และกองทุนเงินให้เปล่า สำหรับนักเรียนที่ยากจน และนักเรียนที่เรียนดีเพื่อความเป็นเลิศ

โดยมีวัตถุประสงค์ให้กู้ยืมเงินแก่นักเรียน หรือนักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการครองชีพระหว่างศึกษา เช่นเดียวกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

แต่ทั้งนี้ จะแตกต่างกันที่ คุณสมบัติ ของผู้ขอกู้ และเงื่อนไขการชำระหนี้

https://www.youtube.com/watch?v=kbsSInIPkyg

หนี้ กยศ. กับปัญหาการศึกษาเรื้อรังระดับชาติ

เมื่อไม่นานมานี้ นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุน เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ได้ออกมาแถลงถึงปัญหา หนี้ กยศ. ว่า

ปัญหา หนี้ กยศ. นี้เรื้อรังมานาน ทั้งที่จุดประสงค์ของการตั้งกองทุน มาจากการช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทางการศึกษาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 จนปัจจุบันกว่า 22 ปี

มีผู้กู้แล้ว 5.2 ล้านราย เงินกู้ยืม 5.5 แสนล้านบาท ทั้ง กยศ.และ กรอ.

แต่ปรากฏว่า ในจำนวนลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ 3.5 ล้านราย

จ่ายหนี้ปกติเพียง 1.3 ล้านราย หรือ 36% ขณะที่ผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้มีสูงถึง 2 ล้าน 2 แสนราย  หรือ 64% จนทำให้สถานะกองทุน มีเงินค้างชำระหนี้คืนกว่า 68,800 ล้านบาท

และแม้ทางกองทุน จะได้ยื่นข้อเสนอต่างๆ ทั้งกำหนดให้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 1% ต่อปี และถ้าใครสามารถจ่ายหนี้ทั้งหมดได้ภายใน 2 ปี  กองทุนจะไม่คิดดอกเบี้ยเลย ก็ยังไม่สามารถเป็นแรงจูงใจที่ดีพอ ให้ลูกหนี้มาชำระ หนี้ กยศ. ได้

พ.ร.บ. กยศ. 2560 แก้ปัญหาเบี้ยวหนี้ กยศ.

จากปัญหาลูกหนี้ กยศ. ผิดนัดชำระหนี้เป็นจำนวนมาก ทำให้ทางกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้ออก พ.ร.บ. กยศ. 2560 หรือมาตราการ “หักบัญชีเงินเดือน” ลูกหนี้ กยศ. โดยบังคับใช้เป็นกฏหมาย

เพราะที่ผ่านมาปัญหานี้ ส่งผลไปถึงสถานะกองทุนจนไม่สามารถหมุนเวียนให้กับนักศึกษารุ่นต่อไปได้ ทำให้ผู้มีสิทธิ์ได้ทุนลดลงไปด้วย

เห็นได้จากปีการศึกษา 2559 ผู้มีสิทธิ์กู้ยืม เพียง 458,389 คน จากปี 2554 ที่มีผู้มีสิทธิ์กู้ยืม 892,159 คน

ดังนั้น พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 จึงเป็นเสมือนเครื่องมือสำคัญวิธีหนึ่ง ที่จะทำให้กองทุน กยศ.กลับมามีสภาพคล่องที่ดีขึ้น สามารถส่งต่อถึงรุ่นต่อรุ่นได้

[rabbitads slug=banner3]

โดยกำหนดไว้ชัดเจน ให้นายจ้างหักเงินเดือนจากรายได้ของพนักงาน หรือลูกจ้างที่เป็นลูกหนี้ของกองทุน เพื่อนำส่งกรมสรรพากรเช่นเดียวกับการหักภาษี ณ ที่จ่ายในแต่ละเดือน

ซึ่ง พ.ร.บ. มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค. นี้ แต่ ทาง กยศ. จะเริ่มมาตรการหักเงินเดือนตั้งแต่ไตรมาส 1/2561 โดยเริ่มที่พนักงานข้าราชการ ในเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมา

กลุ่มแรกคือ ข้าราชการกรมบัญชีกลาง 100 ราย จากนั้นจะขยายสู่กระทรวงต่างๆ ซึ่งมีข้าราชการที่เป็นลูกหนี้ กยศ. ประมาณ 2 แสนราย ส่วนพนักงานเอกชนจะเริ่มตุลาคมนี้

หลังจากที่ทางกองทุน ได้ข้อมูลของผู้กู้ผู้จากหน่วยงานต่างๆ และจะแจ้งนายจ้างให้ทราบต่อไปเพื่อนำไปสู่การหักเงินเดือนของผู้กู้ยืมเงิน

นอกจากนี้ พ.ร.บ. กยศ. 2560 จะกำหนดมาตรการเข้มงวดมากขึ้นสำหรับผู้กู้รายใหม่ในปีการศึกษา 2561  คือ

1. จะรวมกองทุน กรอ. และ กยศ.เข้าด้วยกัน

2. ให้กู้ยืมกับลูกหนี้ที่เข้าเกณฑ์ 4 ลักษณะ คือ

  • นักเรียน
  • นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์
  • ผู้เรียนในสาขาวิชาความต้องการหลัก ต่อการพัฒนาประเทศ ในสาขาวิชาที่ขาดแคลน หรือมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ
  • ผู้ที่เรียนดี เพื่อสร้างความเป็นเลิศ

โดยอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 7.5% ต่อปี จากเดิม 1% ต่อปี

และ กยศ.สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้กู้ได้ ทั้งสถานที่ทำงาน และข้อมูลเงินเดือนจากเดิมที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนสำคัญ เพราะทำให้ไม่ทราบข้อมูลลูกหนี้ได้เลย

มาตราการ “หักบัญชีเงินเดือน” ลูกหนี้ กยศ. หรือ พ.ร.บ. กยศ. 2560 ถือเป็นการเริ่มต้นในการจัดการปัญหา หนี้ กยศ. ได้อย่างน่าสนใจทีเดียว หากใครมีข้อสงสัยสามารถเข้าไปสอบถามได้ที่เว็บไซต์ของกองทุนได้โดยตรง www.studentloan.or.th หรือโทรศัพท์ 0-2016-4888

บทความทั้งหมด

เติมน้ำมัน
บัตรเครดิต

มันไม่ได้! สิ่งที่ห้ามทำ เมื่อเข้าปั๊ม เติมน้ำมัน

เชื่อว่า หลายๆ คนอาจจะสงสัยบ้าง ไม่มากก็น้อย เพราะทุกครั้งที่เราเข้าปั๊มน้ำมัน เหล่าพนักงานประจำปั๊มจะนำป้ายมาวางไว้ที่กระโปรงหน้ารถยนต์ โดยป้ายเหล่านั้นจะบอกถึงสัญลักษณ์ รวมถึงข้อปฎิบัติต่างๆ ที่ควรทำในปั๊มน้ำมัน ว่าแต่ จำเป็นมากน้อยแค่ไหนที่ต้องปฎิบัติตาม มาหาคำตอบกันดีกว่า    มันไม่ได้! สิ่งที่ห้ามทำ เมื่อเข้าปั๊มเติมน้ำมัน   ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งที่เติมน้ำมัน เป็นข้อห้ามที่าหลายคนมักจะปฎิบัติตาม แต่ก็มีหลายคนเหมือนกันที่ละเลย

rabbit care ประกันออนไลน์
ข่าวประชาสัมพันธ์

รู้จักกับ “น้องแคร์” ผู้ช่วยคนใหม่ที่จะช่วยให้คุณได้ความคุ้มครองที่ตรงใจ

ในช่วงเวลาที่ทุกคนต่างต้องเผชิญกับปัญหาในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการงาน การเงิน หรือเรื่องของสุขภาพ เชื่อเหลือเกินว่าปัญหาเหล่านี้คงบั่นทอนกำลังใจของหลาย ๆ คน ไปไม่น้อยเลย จะดีกว่าไหม? ถ้ามีใครสักคนที่เข้าใจความต้องการของคุณ และพร้อมที่จะช่วยเหลือ คลี่คลายปัญหาหนักให้เบาลง เป็นเพื่อนคู่ใจที่คอยดูแลคุณ Rabbit finance ขอแนะนำ “น้องแคร์” ผู้ช่วยสุดน่ารัก ใจดี และเป็นมิตรกับทุกคน

เงินฝากดอกเบี้ยสูง
ประกันชีวิต

เก็บออมเงินรูปแบบไหน ที่ไม่ต้องเสียภาษี

อยากจะเก็บออมเงิน แต่หันไปทางไหนก็สุ่มเสี่ยงกับการเสียภาษีทั้งนั้น แม้แต่การออมเงินก็ยังมีการเสียภาษี! แล้วแบบนี้มีการออมเงินดีๆ ที่ไม่ต้องเสียภาษีบ้างไหมนะ ? วันนี้ Rabbit Care ก็มีรูปแบบการออมดีๆ แถมไม่ต้องเสียภาษีมาฝากกัน   เก็บออมเงินรูปแบบไหน ที่ไม่ต้องเสียภาษี    ฝากประจำ หนึ่งในการออมเงินยอดฮิต ที่หลายต่อหลายคนแนะนำให้ออมเงิน เพราะการฝากประจำ คือบัญชีเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนต่อปีสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาทั่วไป

icon image icon image
Back to top