ประกันสุขภาพ IPD-OPD

ส่องหลังปรับโฉม มีสิทธิ์บัตรทองอะไร ที่เราเสียไปไหมนะ ?

ผู้เขียน : คะน้าใบเขียว
Published December 14, 2020
สิทธิ์บัตรทอง

เป็นที่ชวนตกอกตกใจไม่น้อย กับ ประเด็นของการทุจริตเรื่องบัตรทอง หรือที่เรารู้จักกันดีในนาม บัตร 30 บาท รักษาทุกโรค ทำให้เกิดเหตุการรื้อระบบ ปรับโฉมใหม่ ว่าแต่ระบบใหม่นี่ สิทธิ์ต่างๆ จะยังคงอยู่ไหมนะ แล้วมีสิทธิ์อะไรที่เราต้องเสียไปบ้างหรือเปล่า มาตามเช็ก และอัปเดตกับเรากันเถอะ!

บัตร30บาท

 

ส่องหลังปรับโฉม มีสิทธิ์บัตรทองอะไร ที่เราเสียไปไหมนะ ?

 

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับบัตรทอง

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า บัตรทองนั้น คือหนึ่งในสวัสดิการด้านสุขภาพ โดยผู้ที่ถือบัตรทอง จะได้รับสิทธิในค่าใช้จ่ายครั้งละ 30 บาท ให้กับโรงพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ต้องเป็นระดับโรงพยาบาลชุมชนขึ้นไป หรือสถานพยาบาลที่มี 10 เตียงขึ้นไป เพื่อบริการสาธารณสุข  ได้แก่

  1. การสร้างเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค

  2. การตรวจ การวินิจฉัย การรักษาพยาบาล ตั้งแต่โรคทั่วไป เช่น ไข้หวัด จนถึงการรักษาโรคเรื้อรัง โรคเฉพาะทางที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง ไตวายเรื้อรัง โรคหัวใจ เอดส์ วัณโรค 

  3. การคลอดบุตร สามารถใช้สิทธิได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

  4. บริการทันตกรรม เช่น อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน การให้ฟลูออไรด์เสริมในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคฟันผุ การรักษาโพรงประสาทฟันน้ำนม การเคลือบหลุมร่องฟัน ผ่าฟันคุด ใส่เพดานเทียมเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ และการทำฟันปลอมฐานพลาสติก

  5. ค่ายา และเวชภัณฑ์ ค่าอาหาร

  6. การจัดส่งต่อ

  7. บริการแพทย์แผนไทย

  8. บริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ ให้แก่ คนพิการ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟู เช่น กายภาพบำบัด จิตบำบัด พฤติกรรมบำบัด กิจกรรมบำบัด ฟื้นฟูการได้ยิน ฟื้นฟูการมองเห็น และรับอุปกรณ์เครื่องช่วยตามประเภทความพิการได้ตามเกณฑ์ที่ สปสช. กำหนด

 

ประกันสุขภาพออนไลน์

แต่ถึงแม้จะครอบคลุมบริการด้านสุขภาพหลักๆ แล้ว ก็ยังมีข้อยกเว้นบางประการที่ไม่ได้ครอบคลุมอยู่ เช่น

 

  1. ภาวะการมีบุตรยากหรือการผสมเทียม ในภาวะที่มีบุตรยาก

  2. ศัลยกรรมความงามที่ไม่มีการบ่งชี้จากแพทย์ และการแปลงเพศ 

  3. การดำเนินการใดๆ ทางการแพทย์โดยปราจากการบ่งชี้ทางการแพทย์

  4. การดำเนินการรักษาด้วยวิธีการหรือขั้นตอนที่ยังเป็นการทดลองอยู่ 

  5. อาการเจ็บป่วยซึ่งเป็นผลจากอุบัติเหตุทางยานพาหนะ แต่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาายที่บริษัทหรือกองทุนเป็นผู้จ่าย

  6. การรักษาหรือขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่ติดสารเสพติด ยกเว้นกรณีเฉพาะที่ประกาศจากคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเท่านั้น 

  7. ผู้ปวยในที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมากกว่า 180 วัน ด้วยโรคเดียวกัน ยกเว้นภาวะแทรกซ้อนที่จำเป็นต้องรักษาอย่างต่อเนื่องหรือมีข้อบ่งชี้ทางการเแพทย์ 

  8. การปลูกถ่ายอวัยวะขึ้นอยู่กับการประกาศจากคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เช่น การปลูกถ่ายตับกับเด็กไม่เกิน 18 ปี หรือการปลูกถ่ายไต เพื่อรักษาโรคไตวายเรื้อรังในระยะสุดท้าย

 

ทั้งนี้ บัตรทองนั้นจะสามารถทำได้นั้น จะต้องไม่ได้เป็นข้าราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ รวมถึงไม่ได้อยู่ในกองทุนประกันสังคม 

 

ส่วนเด็กที่พ่อแม่ซื้อประกันสุขภาพไว้ให้ หรือลูกของข้าราชการที่มีอายุไม่เกิน 20 ปี ก็จะไม่ได้รับสิทธินี้ เนื่องจากสามารถใช้สิทธิข้าราชการของพ่อแม่ได้ และจะยกเว้นให้สามารถรับสิทธิ์บัตรทองได้ ต่อเมื่อกรณีเป็นลูกคนที่สี่ นอกจากนี้ข้าราชการที่เกษียณก่อนกำหนด และไม่รับ บำเน็จ-บำนาญ ก็เข้าเกณฑ์ด้วยเช่นกัน

 

ซื้อประกันสุขภาพ

 

สรุปเหตุการณ์ เกิดอะไรขึ้นกับบัตรทองกัน ? 

จะเห็นได้ว่า สิทธิ์บัตรทองนั้น ได้สร้างสวัสดิการให้กับคนไทยที่ไม่มีสวัสดิการจาก ประกันสังคม หรือสวัสดิการอื่นๆ จากหน่วยงานรัฐฯได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยแบ่งเบาภาระด้านการเงินลงได้มาก แต่หากใครที่ทันติดตามข่าว จะทราบว่า มีการยกเลิกสิทธิ์บัตรทองลงในบางสถานพยาบาล ทั้งนี้ เนื่องมาจากการทุจริตเงินบัตรทอง ทำให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพิกถอนสัญญาคลินิก และโรงพยาบาล 64 แห่ง

ทำให้ประชาชนที่มีสิทธิบัตรทองกว่า 800,000 ราย ไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้ จนเกิดเป็นความอลมานไปชั่วขณะ เนื่องจากผู้ป่วยหลายรายยังมีปัญหาด้านการเงิน บางคนไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้ บางคนมีรายชื่อที่หลุดออกจากระบบ

 

ล่าสุด สปสช. ได้ออกแจ้งว่า ได้เร่งหาหน่วยบริการแห่งใหม่เข้ามารองรับ และจะมีการปรับปรุงบัตรทองต่างๆ โดยเริ่มต้นนำร่องที่กรุงเทพฯ ก่อน ซึ่งได้เริ่มต้นไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2563 ที่ผ่านมา 

 

ผู้ป่วยใน

 

โดยการยกเครื่อง ปรับปรุง บัตร 30 บาท สามารถสรุปใจความหลักๆ ได้ ดังนี้

 

  • ประชาชนสามารถรับรักษาพยาบาลที่ใดก็ได้ (โดยเริ่มทดลองใช้กับกรุงเทพฯก่อน) ซึ่งประชาชนสามารถรับบริการที่หน่วยบริการชุมชนอบอุ่น ประกอบด้วย คลินิกชุมชนอบอุ่น และหน่วยบริการเฉพาะทางชุมชนอบอุ่นทุกแห่ง 

 

  • ผู้ป่วยสามารถนัดหมายการเข้ารับบริการล่วงหน้าได้ มีการพัฒนาระบบร่วมกับแอพเป๋าตัง เริ่มให้บริการกับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน และจะขยายไปยังกลุ่มผู้ป่วยนอกในอนาคต

  • ผู้ป่วยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว หากผู้ป่วยไปรับบริการในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพแล้ว โรงพยาบาลวินิจฉัยว่าต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล ผู้ป่วยสามารถรับการรักษาได้ทันที โดยที่ไม่ต้องไปรับใบส่งตัวอีก เนื่องจากมีการทำระบบออนไลน์เชื่อมต่อข้อมูลไว้แล้ว 

  • สามารถแจ้งย้ายหน่วยบริการเมื่อใด สามารถรักษาที่ใหม่ได้ทันที ผู้ป่วยเป็นมะเร็งจะได้รับการรักษาโรงพยาบาลที่ไม่แออัดและมีศักยภาพในการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งการปรับระบบใหม่ เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นมะเร็ง ทางหน่วยบริการจะส่งข้อมูลมายังสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. เพื่อให้จัดหาโรงพยาบาลที่ไม่แออัดและมีศักยภาพในการรักษาโรคมะเร็งได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

 

โดยประชาชนที่อยู่ในกรุงเทพฯ สามารถรับบริการได้ที่ไหนก็ได้ที่ใกล้บ้าน ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์บริการสาธารณสุขของกทม. เป็นแม่ข่าย และหน่วยบริการ ร่วมกับเครือข่ายหน่วยบริการต่างๆ แบ่งเป็น 

หน่วยบริการปฐมภูมิ มีประมาณ 50 แห่ง แต่ละหน่วยจะดูแลประชากรละ 10,000 คน

คลินิกร่วมบริการ ซึ่งเป็นคลินิกเวชกรรม และคลินิกเฉพาะทางเปิดบริการตอนเย็น ประมาณ 63 แห่ง

 

ทาง สปสช. ได้ให้คำแนะนำว่า หากไม่มั่นใจว่าสามารถรักษาจุดไหนได้บ้าง สามารถสอบถามมาทางสายด่วนสปสช. 1330 หรือผ่านแอปพลิเคชันก้าวใหม่ สปสช. ได้ทันที

 

ข่าวบัตรทอง

 

แล้วแบบนี้ มีสิทธิ์บัตรทองอะไรที่เราต้องเสียไหม ?

จริงอยู่ ที่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ทำให้สะดวกสบายมากขึ้นในการรักษาผู้ป่วย รวมถึงไม่ต้องยุ่งยากกับการใบขอย้ายตัว แต่แท้จริงแล้ว ในหมู่ผู้ป่วยที่ต้องการประวัติรักษาที่คลินิกเดิม แต่ถูกปฏิเสธ หรือไม่อยู่ในหน่วยบริการที่แจ้งมา ก็จะทำให้ผู้ป่วยรายนั้นต้องเสียค่ารักษาพยาบาลเองทั้งหมด เพราะถือว่าออกจากโครงการไปแล้ว ทำให้ผู้ป่วยบัตรทองหลายคนมีการรักษาที่ขาดช่วง ไม่ต่อเนื่อง

รวมไปถึงปัญหาที่มีหลายคนมีรายชื่อที่หลุดออกจากระบบบัตร 30 บาท ทำให้ต้องเสียเวลาในการสมัครใหม่ บางรายไม่สามารถกลับไปสมัครได้ที่สถานพยาบาลที่คุ้นเคย ต้องรอใบส่งตัว 15 วัน เช่นเดิม โดยมีการแนะนำให้เช็กรายชื่อสิทธิ์บัตรทองตั้งแต่ช่วงนี้ ไม่เช่นงั้นอาจเกิดปัญหาในการส่งตัวรักษาได้

นอกจากนี้ แม้จะไม่ใช่ส่วนที่เสียสิทธิ์ แต่เป็นส่วนที่หลายคนเข้าใจผิด ถึงจะแจ้งว่า ผู้ป่วยบัตรทองสามารถไปรับบริการแพทย์ได้นั้น ไม่จำกัดแค่คนละคลินิกอย่างที่ผ่านมา แต่แท้จริงแล้ว ยังมีข้อจำกัดอยู่ เพราะไม่รอบรับโรงพยาบาลการแพทย์เฉพาะทางไม่ได้ 

โดยทุกอย่าง ยังต้องทำตามขั้นตอน มีการผ่านหน่วยบริการปฐมภูมิดูแลรักษาก่อน ถ้าเกินขีดความสามารถของโรงพยาบาลในพื้นที่แล้ว จึงค่อยส่งต่อไปรักษาโรงพยาบาลประจำจังหวัด หรือโรงพยาบาลใหญ่ๆ 

ที่สำคัญ ยังต้องใช้ใบส่งตัวอยู่ (ซึ่งยังต้องรอ 15 วัน ตามเดิม) ส่วนกรณีที่ยกเว้น คือ ถ้าเป็นผู้ป่วยในอยู่แล้ว หรือได้รับการรับตัวเข้าเป็นผู้ป่วยใน หรือเป็นมะเร็ง กรณีนี้ไม่ต้องมารอใบส่งตัวย้อนหลัง สามารถยื่นรายชื่อได้เลย

 

จะเห็นได้ว่า ลำพังการพึงบัตรทองอย่างเดียว แม้จะครอบคลุมการรักษาขั้นพื้นฐาน แต่ในบางโรคภัยอาจจะไม่เพียงพอ หรือเจอข้อจำกัดต่างๆ  ดังนั้น การเลือกซื้อประกันสุขภาพเพิ่มเติม อาจจะช่วยคุณได้มากกว่า!

 

คลิกเลย กับ ประกันสุขภาพ จาก Rabbit Care ที่ให้คุณเลือกความคุ้มครองได้อย่างที่ใจอยาก! 

 

 

บทความประกันสุขภาพ IPD-OPD

Rabbit Care Blog Image 70693

ประกันสุขภาพ IPD-OPD

สัญญาณสุขภาพ ที่สื่อสารผ่านปัญหาผิวของคุณ

เมื่อคนเรามีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ดี สิ่งเหล่านั้นจะแสดงออกมาผ่านทางสุขภาพจิตที่ดี ร่างกายที่รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีความพร้อมที่จะกระทำสิ่งต่าง
IN-Wsible
31/05/2021
Rabbit Care Blog Image 70497

ประกันสุขภาพ IPD-OPD

7 สมุนไพรกินแก้ร้อนใน ดับกระหายคลายร้อน

บ้านเราต้องยอมรับว่า เป็นเมืองร้อนที่อากาศอบอ้าว ในบางครั้งถ้าได้รับความร้อนเข้าสู่ร่างกายอาจทำให้เกิดความไม่สมดุลได้ ส่งผลให้เกิดโรคตามช่องปากตามมา
ใบไม้ร่าเริง
13/05/2021
Rabbit Care Blog Image 70432

ประกันสุขภาพ IPD-OPD

อาการสายตาพัง Computer Vision Syndrome ที่คนยุคดิจิทัลต้องระวัง!

เมื่อโลกของเราเริ่มมีการเปลี่ยนผ่านจากยุคอนาล็อกมาสู่ยุคดิจิทัล พฤติกรรมของคนเราก็เริ่มปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ
IN-Wsible
11/05/2021