นอนละเมอ เรื่องตลกร้าย ที่อันตรายกว่าที่คิด

ถ้าใครเคยเห็นคนนอนละเมอกับตา คงจะรู้สึกตลกอยู่ไม่น้อยเลยนะคะ ก็คนนอนละเมอมักจะพูดจาเพ้อเจอ ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง หรือบางทีก็ลุกขึ้นมาทำอะไรแปลกๆ อย่าง ออกกำลังกาย เต้นแอโรบิก หรือทำกับข้าวทั้งที่ยังหลับอยู่ก็มีนะคะ ถึงแม้บางการกระทำของคนนอนละเมอจะน่าขำขัน แต่จริงๆแล้วการนอนละเมอมีอันตรายกับชีวิตของคุณมากกว่าที่คิดนะคะ

นอนละเมอ1

ทำไมคนเราถึงนอนละเมอ

อาการนอนละเมอ (Sleepwalking) มักจะเกิดขึ้นกับเด็กที่มีอายุ 4-8 ปี และจะหายเป็นปกติเองเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ส่วนในผู้ใหญ่นั้น ถึงแม้จะพบการนอนละเมอได้ทั่วไป แต่มักจะอันตรายมากกว่าในเด็ก เพราะ มันอาจจะส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติในการนอนหลับอื่นๆตามมาได้

สาเหตุของการนอนละเมอ

การที่คนเรานอนละเมอ อาจจะมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น

  • ภาวะขาดการนอนหลับหรือถูกรบกวนขณะนอนหลับ
  • ความเหน็ดเหนื่อยละสม
  • ความเครียด และความวิตกกังวล
  • ภาวะซึมเศร้า
  • เป็นไข้
  • การใช้ ยาบางชนิด หรือ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นอกจากนั้น อาการนอนละเมอยังอาจจะมีสาเหตุมาจากโรคหรือความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนหลับอื่นๆ เช่น

  • ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (Obstructive Sleep Apnea)
  • ภาวะง่วงเกิน (Narcolepsy)
  • กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข (Restless Legs Syndrome)
  • โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease: GERD)
  • ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism)
  • ปวดหัวไมเกรน

อาการนอนละเมอ เป็นอย่างไร

การนอนละเมอมักจะเกิดขึ้นหลังจากที่นอนหลับไปแล้วประมาณ 1-2 ชั่วโมง และจะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ซึ่งแต่ละคนจะมีพฤติกรรมการนอนละเมอที่แตกต่างกันไป เช่น

  • ลุกเดินไปรอบๆ หรือลุกขึ้นนั่งลืมตา
  • ลุกมาทำกิจกรรมที่เคยทำในชีวิตประจำวัน เช่น เข้าห้องน้ำ แต่งตัว หรือพูดคุย
  • ขณะที่ละเมอ จะไม่มีการตอบสนอง
  • เมื่อละเมอเสร็จแล้ว จะกลับมานอนต่อได้เร็วมาก
  • เมื่อตื่นขึ้นมาจะรู้สึกสับสนชั่วขณะ และไม่สามารถจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้

สำหรับคนที่ละเมอเป็นประจำ อาจจะทำให้เกิดปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจาก การละเมอเป็นการรบกวนการนอนหลับอย่างหนึ่ง และอาจจะกลัวการนอนไปเลยก็ได้ เนื่องจากไม่อยากนอนละเมอนั่นเอง

อันตรายของการนอนละเมอ

เนื่องจากคนที่นอนละเมอจะไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ และไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายของตัวเองได้ ทำให้ในบางรายที่เป็นหนักๆ อาจจะละเมอทำกิจกรรมที่อันตรายโดยไม่รู้ตัว เช่น กระโดดลงมาจากที่สูง ออกไปขับรถคนเดียว ทานของที่ไม่ควรกินเข้าไป หรือหนักกว่านั้นอาจจะมีการทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่นโดยไม่รู้ตัวได้

ละเมอบ่อยแค่ไหน ถึงเรียกว่า ผิดปกติ

จริงๆแล้วอาการละเมอเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป และคนส่วนใหญ่ก็เคยละเมอกันทั้งนั้น แต่ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัว มีอาการละเมอที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ละเมอติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือมีอาการ เช่น

  • ละเมอมากกว่า 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
  • ง่วงระหว่างวัน มากและบ่อย
  • เกิดอันตรายจากการละเมอ เช่น หกล้ม เดินออกจากบ้าน
  • รบกวนการนอนของผู้อื่นหรือผู้ละเมอเกิดความอับอาย
  • มีอาการละเมอจากสาเหตุอื่นๆ เช่น เป็นโรคเกี่ยวกับการนอนหลับ

ถ้าคุณพบตัวเองหรือคนรอบตัวที่มีอาการแบบนี้ มันอาจจะเป็นสัญญาณว่า ร่างกายของคุณกำลังมีความผิดปกติเกิดขึ้น และคุณควรเข้าไป ปรึกษาแพทย์ เพื่อขอรับคำแนะนำต่อไปค่ะ

นอนละเมอ

นอนละเมอ มีวิธีรักษาและป้องกันอย่างไร

โดยทั่วไปแล้ว เราไม่จำเป็นจะต้องรักษาอาการนอนละเมอ เนื่องจาก การนอนละเมอในวัยเด็กนั้น มักจะหายไปเองเมื่ออายุมากขึ้น แต่สำหรับคนที่มักจะนอนละเมอบ่อยๆ เราสามารถ ป้องกันได้ ดังนี้

1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

2. ทำให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลายก่อนนอน เช่น อ่านหนังสือ ดื่มน้ำอุ่น

3. หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นก่อนนอน เช่น การดูทีวี หรือเล่นโทรศัพท์มือถือ

4. ทำให้ห้องนอนมีความมืดที่เหมาะสมกับการนอน และกำจัดเสียงรบกวนอื่นๆให้มากที่สุด

5. งดเครื่องดื่มที่มีคาแฟอีน ก่อนการนอน

  • การดูแลคนที่นอนละเมอ

คนเรามักจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองนอนละเมอ นอกเสียจากว่าคนรอบข้างจะบอกกับเราในภายหลัง ดังนั้น ถ้าใครมีคนใกล้ชิดที่มีอาการนอนละเมอ ก็ควรจะต้องเรียนรู้วิธีจัดการ เพื่อช่วยป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย เช่น

1. เก็บของอันตรายออกจากบริเวณที่ผู้นอนละเมอมักจะเดินผ่าน

2. ล็อกประตูและหน้าต่างให้เรียบร้อยก่อนนอน

3. ไม่ให้เด็กที่นอนละเมอนอนบนเตียง 2 ชั้น

4. กรณีที่ละเมอเวลาเดิมทุกคืน ควรปลุกให้ผู้ที่นอนละเมอลุกขึ้นมาเดินในเวลานั้น ๆ ประมาณ 15 นาที จากนั้นยังคงให้ตื่นอยู่อีกประมาณ 5 นาที แล้วจึงค่อยให้นอนหลับต่อ

  • เราไม่ควรปลุกคนนอนละเมอจริงหรือไม่?

เคยมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า เราห้ามปลุกคนนอนละเมอ ระหว่างที่เขากำลังละเมออยู่เด็ดขาด เนื่องจากมันอาจจะทำให้เขาตกใจอย่างรุนแรงและเกิด อาการหัวใจวาย ได้

แต่จาก การวิจัยในประเทศอิตาลี ระบุว่า การปลุกคนนอนละเมอ ไม่ได้อันตรายถึงขั้นหัวใจวาย แต่อาจจะทำให้เขาเกิดอาการสับสนอย่างรุนแรงชั่วขณะ และทำร้ายร่างกายตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่รู้ตัวได้นั่นเอง

ดังนั้น ถ้าเราพบคนที่กำลังนอนละเมอ หรือลุกขึ้นมาเดินละเมอ คำแนะนะที่ดีที่สุด คือ ปล่อยเขาไป หรือถ้าเขากำลังจะประสบอุบัติเหตุ ก็ให้ค่อยๆนำทางเขากลับมายังที่นอนอย่างปลอดภัยแทนค่ะ

บทความทั้งหมด

โซเดียม
ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง

กินเค็ม หวาน มันเกินไป เสี่ยงเป็นโรคร้ายอะไรได้บ้าง

ต้องยอมรับว่า ด้วยภาวะที่ต้องแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา ทำให้หลายคนที่ต้องทำงานนั้นต้องเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เวลารับประทานอาหารไม่ได้สิ่งที่ดีมีประโยชน์หรือมีคุณภาพเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะกินอาหารรสจัดเกินไป เค็มเกินไป หวานเกินไป หรือมันจนเกินไป ยิ่งถ้ากินเป็นระยะเวลาเนิ่นนานจะทำให้เกิดการสะสมจนนำไปสู่โรคร้ายแรงตามมาได้ ซึ่งมีโรคอะไรบ้างตามไปดูกันเลย  โรคร้ายที่เกิดจากกินเค็ม หวาน มัน มีอะไรบ้าง  โรคอ้วนและโรคเบาหวาน ใครที่ชื่นชอบการกินอาหาร หรือขนมติดหวานบ่อย ๆ หรือพวกไขมันมากจนเกินไปทำให้อ้วนได้ และถ้ายิ่งไม่ควบคุมอาจลามไปส่งโรคต่าง

ถั่งเช่า
บริการอื่น ๆ

ถั่งเช่า ดีต่อสุขภาพจริงหรือภัยเงียบ ?

ช่วงนี้สิ่งที่กำลังเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในประเด็นสุขภาพเห็นจะหนีไม่พ้น “ถั่งเช่า” เพราะธุรกิจอาหารเสริมที่มีถั่งเช่าเป็นส่วนประกอบหลักกำลังเป็นที่แพร่หลายในท้องตลาดอย่างมาก มีโฆษณาสรรพคุณเกินจริงทางเคเบิลทีวีแทบทุกช่อง ทำให้บรรดาลูกหลานต่างเป็นห่วงผู้หลักผู้ใหญ่ที่บ้านว่าจะหลงซื้อมารับประทาน ซึ่งก็ได้มีผู้สูงอายุจากหลายครอบครัวหลงเชื่อและสั่งมารับประทานกันมากมาย ที่น่าเสียใจก็คือบางคนได้รับอันตรายจนถึงแก่ชีวิต จึงทำให้หลาย ๆ คนเริ่มสงสัยว่าถั่งเช่าคืออะไรกันแน่ ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินใครออกมาพูดถึงอันตรายของมัน สรุปแล้วมันมีประโยชน์จริงหรือเป็นภัยเงียบต่อสุขภาพของคนเรา หากอยากรู้ ติดตามได้ในบทความเลยค่ะ ถั่งเช่าคืออะไร ? ถั่งเช่า หรือที่หลายคนรู้จักกันในนามของ “ไวอะกร้าแห่งเทือกเขาหิมาลัย” เรียกในภาษาจีนกลางว่า

ชาอู่หลง
ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง

ประโยชน์จากชาอู่หลง ที่ป้องกันโรคร้ายได้จริงหรือ?

ปัจจุบันคนใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย หรืออาหารสุขภาพ รวมถึงเครื่องดื่มที่ได้จากธรรมชาติ อย่าง “ชาอู่หลง” ก็ยังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคทั่วโลก เพราะถือว่าเป็นชาเพื่อสุขภาพมีสรรพคุณที่ร่ำลือว่า ดื่มแล้วช่วยปรับสมดุลของร่างกายได้เป็นอย่างดี และเป็นอีกหนึ่งอาหารเสริมที่จะช่วยบำรุงร่างกายได้ รวมถึงช่วยยับยั้งโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งมีโรคอะไรบ้างนั้นตามไปดูกันเลย    สรรพคุณร่ำลือ “ชาอู่หลง” รักษาโรคได้  ชาอู่หลง เป็นชาจีนที่คนชื่นชอบนอกจากจะมีรสชาติที่กลิ่นหอมละมุน และประกอบไปด้วยวิตามินและเกลือแร่หลากชนิด

icon image icon image
Back to top