ประกันสุขภาพ IPD-OPD

ซาดิสม์ มาโซคิสม์ สัมพันธ์รักแสนสุขที่แลกกับความทรมาน

ผู้เขียน : เฟิ้ม
Published June 26, 2018
พฤติกรรมเรื่องเพศที่แต่ละคนแสดงออกนั้นมีความหลากหลายและแตกต่างกันไป แต่ว่าคนในสังคมส่วนมากจะยึดเอาพฤติกรรมที่ผู้คนส่วนใหญ่ปฎิบัติกันถือเป็นสิ่งที่ถูกที่ควร และใช้เป็นเกณฑ์การตัดสินพฤติกรรมของตนที่แสดงออกมาแตกต่างนั้นผิดปกติจากคนอื่นทั่วไป แน่นอนว่าเรื่องของพฤติกรรมทางเพศนั้นเกี่ยวข้องกับรสนิยม และความชอบส่วนบุคคล ซึ่งในวันนี้ทาง Rabbit Care จะขอพูดถึงซาดิสม์กับมาโซคิสม์กัน ลองมาติดตามกันดีกว่าว่าพฤติกรรมทางเพศทั้ง 2 แบบนี้ เป็นอย่างไร

ซาดิสม์ (Sadism)

มีหลายคนที่คิดว่าซาดิสม์มักจะเกิดขึ้นกับผู้ชายมากกว่า แต่ความจริงแล้วผู้หญิงก็สามารถเป็นได้เช่นกัน ซึ่งคนที่เป็นซาดิสม์ จะรู้สึกตื่นเต้น มีความสุข และพอใจทางเพศ เมื่อทำให้คู่นอนของตัวเองนั้นเจ็บปวดทางร่างกายหรือจิตใจได้ โดยการกระทำต่างๆ ของคนที่เป็นซาดิสม์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความแค้นส่วนตัวใดๆ ทั้งสิ้น

แบบไหนเรียก 'ซาดิสม์' 

การทำร้ายให้คู่นอนเกิดความเจ็บปวดทางร่างกาย เช่น การใช้กำลังของตัวเองทุบ ตบ ตี ต่อย ต่างๆ นานา หรือบางคนก็ใช้อุปกรณ์เสริมและเครื่องมือต่างๆ เข้ามาช่วยในการทำร้ายร่างกาย ทำให้คู่นอนรู้สึกทรมานที่สุด ส่วนการทำร้ายให้เกิดความเจ็บปวดทางจิตใจด้วยการใช้คำพูดเสียดสี ด่าทอ ดูถูก เหยียดหยามคู่นอนของตน สิ่งที่พวกเขาทำไปก็เพื่อเป็นการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศของตัวเองให้พลุ่งพล่าน และทำให้ฉากรักนั้นเผ็ดร้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะไม่ยอมหยุดจนกว่าตัวเองพึงพอใจ หรือคู่นอนแสดงออกให้เห็นความเจ็บปวดทรมานจนถึงขีดสุดแล้วจริงๆ ถ้าหากคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ ก็อาจเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนคู่นอนรับไม่ไหวและเสียชีวิตได้

ทำไม? ถึงกลายเป็น 'ซาดิสม์'

ความรุนแรงต่างๆ ที่คนเป็นซาดิสม์แสดงออกมานั้นมักจะเกิดจากจิตใต้สำนัก ที่มีความก้าวร้าว อยากเป็นผู้ชนะ แต่ลึกๆ แล้วพวกเขามีความรู้สึกกลัวแฝงอยู่ด้วย จึงต้องทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บปวด เพื่อให้มั่นใจว่าตัวเองนั้นเหนือกว่าคู่นอนของตนและไม่จำเป็นต้องกลัวอีกต่อไป ส่วนสาเหตุที่ทำให้กลายเป็นคนซาดิสม์ มีดังนี้
  • มีปม

ทุกคนต่างก็มีปมอยู่ในใจ แต่บางคนที่มีปมขนาดใหญ่ เช่น ถูกทอดทิ้งตั้งแต่เด็ก โดนทำร้ายร่างกาย หรือกลั่นแกล้งเป็นประจำ ถูกล้อเลียน จี้ใจดำ จากเรื่องรูปร่างหน้าตา เชื้อชาติ นิสัย หรืออื่นๆ จากคนรอบข้างบ่อยๆ ก็อาจทำให้กลายเป็นคนซาดิสม์ เพราะไม่สามารถปล่อยวางได้
  • เก็บกด

จากปมในใจที่คลายไม่ได้สักที ทำให้กลายเป็นความเก็บกด จึงต้องทำการปกป้องความรู้สึกตัวเอง ซึ่งบางคนอาจระบายด้วยคำพูด ทำร้ายสัตว์ ทำร้ายเด็กหรือคนที่อ่อนแอกว่า จนในที่สุดความเก็บกดต่างๆ ที่เขาต้องเจอก็ผลักดันให้กลายเป็นคนซาดิสม์ในที่สุด
  • ปัญหาครอบครัว

บางครอบครัวที่คนในครอบครัวทะเลาะกันแทบทุกวัน มีคนติดเหล้า ติดยาเสพติด มีการนอกใจ หรือมีชีวิตที่ลำบากยากแค้น ซึ่งเป็นปัญหาครอบครัวที่ทำร้ายจิตใจแบบค่อยๆ ซึมลึกเข้าไปเรื่อยๆ ก็ทำให้กลายเป็นคนก้าวร้าว อารมณ์รุนแรง และกลายเป็นคนซาดิสม์ เพื่อระบายสิ่งต่างๆ ออกมาอย่างมีความสุขใส่คู่นอนตัวเอง
  • แรงกดดัน

ทุกคนต่างก็มีแรงกดดันด้วยกันทั้งนั้น อย่างเช่น แรงกดดันจากเรื่องหน้าที่การงาน ภาระทางบ้านที่ตัวเองต้องแบกรับ การถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบ หรืออื่นๆ อีกมากมาย เมื่อได้รับแรงกัดดันมหาศาลจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว อีกทั้งคนรอบข้างก็เอาแต่เพิ่มแรงกดดันให้ สุดท้ายแรงกดดันที่ได้รับก็นำไปสู่การเป็นซาดิสม์
  • ถูกปลูกฝัง

บางคนถูกอบรมมาตั้งแต่เด็กว่าเรื่องทางเพศเป็นสิ่งน่ารังเกียจ สกปรก ผิดศีลธรรม หรืออื่นๆ อีกมากมาย ก็อาจจะมาปลดปล่อยความโกรธเคืองภายในใจที่ต้องมาทำเรื่องแบบนี้ด้วยการลงโทษต่อคู่นอนแทนการลงโทษตัวเอง แต่บางคนที่ชื่นชอบความรุนแรงโดยไร้สาเหตุ ก็มีอยู่เช่นกัน

แก้ปัญหา 'ซาดิสม์'

คนที่เป็นซาดิสม์บางคนยังพอควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ รู้จักหยุดและพอ เมื่อตัวเองรู้สึกพึงพอใจแล้วหรือคู่นอนของตัวเองแสดงความจำปวดขั้นสุดให้เห็น แต่สำหรับบางคนที่เป็นหนักๆ จนถึงขั้นทำให้คู่นอนบาดเจ็บสาหัสนั้น ถือเป็นพฤติกรรมผิดปกติที่ต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งมีอยู่ 2 ทาง ได้แก่
  • เข้ารับการรักษา

1.ถ้าถึงขั้นควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากจิตแพทย์ด้วยวิธีจิตบำบัด หรือบางคนที่ยังควบคุมตัวเองได้ แต่ต้องการหายจริงๆ เพราะคนรักหรือคู่นอนไม่ชอบ หรือมองว่ามันเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ควรทำให้มันหายไป ก็สามารถเข้ารับการรักษาได้เช่นกัน 2.หากไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลเสียตามมาหลายอย่าง เช่น ปัญหาครอบครัว ภรรยาหรือสามีตัวเองอาจขอหย่าหรือแยกกันอยู่ เนื่องจากทนการถูกทรมานไม่ไหว หรือหากเกิดการทำร้ายรุนแรงจนเสียชีวิต ก็เท่ากับเป็นการก่ออาชญากรรมทันที ซึ่งถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้รับการแก้ไข พฤติกรรมนี้จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
  • จัดการกันเอง

1.กรณีที่คนรักหรือคู่นอนของตัวเองยังทนและรับได้ ซึ่งอาจเพราะยังไม่เกินขีดจำกัดความอดทนของเขา เข้าใจในสิ่งเป็น หรือความซาดิสม์ที่แสดงออกมานั้นยังควบคุมได้ ก็อาจไม่ต้องไปรักษากับจิตแพทย์ เนื่องจากเป็นสิ่งที่คนสองคนสามารถจัดการกันเองได้อยู่ 2.สำหรับคนที่ไม่ชอบความซาดิสม์ ควรบอกกับคนรักหรือคู่นอนไปตรงๆ เลยว่าไม่โอเคกับความรุนแรงที่เขาแสดงออกมา เพราะถ้าทนไปเรื่อยๆ จะโดนเข้าใจว่าชอบหรือมีความสุขด้วยเหมือนกัน เมื่อเวลาผ่านไปแล้วเกิดไม่ยอมขึ้นมา คงเป็นปัญหาแน่ๆ หรือถ้าทุกๆ อย่างยังไม่ดีขึ้น ก็ควรจะพาตัวเองออกมาจากจุดที่เจ็บปวดตรงนั้น ซึ่งน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดแล้ว อย่างไรก็ตามทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจส่วนตัวทั้งสิ้น แต่ถ้าคนรักหรือคู่นอนเกิดรู้สึกชอบและมีความสุขที่โดนกระทำล่ะก็ พวกเขาอาจเป็น 'มาโซคิสม์' ก็เป็นได้

มาโซคิสม์ (Masochism)

เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับซาดิสม์ สามารถเกิดได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งจะบอกว่ามันเป็นพฤติกรรมที่เกิดมาเป็นคู่แท้ปาฏิหาริย์กับซาดิสม์เลยก็ว่าได้ เพราะคนที่เป็นมาโซคิสม์จะรู้สึกตื่นเต้น มีความสุข และพอใจทางเพศ เมื่อตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ ถูกคู่นอนทำให้เจ็บปวดและทรมาน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่ไม่ถึงขั้นเจ็บเจียนตาย

แค่ไหนเรียก 'มาโซคิสม์'

ชอบการถูกคู่นอนทำร้ายจนเกิดความเจ็บปวดทางร่างกาย เช่น โดนใช้กำลังทุบ ตบ ตี ต่างๆ มากมาย หรือโดนใช้เครื่องมืออุปกรณ์เสริมต่างๆ ก็ยิ่งเพิ่มความเร้าใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ไม่เว้นแม้แต่การโดนด่าทอ เสียดสี ดูถูก เหยียดหยาม ความอัปยศอดสูต่างๆ นานา จากคู่นอนของตัวเอง บางคนก็ชอบโดนกระทำเพราะเป็นการปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศของตัวเองให้เพิ่มขึ้น ประมาณว่ายิ่งเจ็บยิ่งมีอารมณ์ร่วมมากกว่าเดิม ซึ่งความเจ็บปวดเหล่านั้น อาจเกิดจากคู่นอนที่เป็นซาดิสม์ หรือบางคนก็เรียกร้องให้คู่นอนของตัวเองที่ไม่ได้เป็นซาดิสม์นั้นกระทำความเจ็บปวดต่างๆ ให้ก็มีเช่นกัน
นอกจากนี้ก็มีบางคนที่ใช้จินตนาการเข้าช่วยระหว่างที่กำลังมีเพศสัมพันธ์ หรือในขณะที่สำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง เช่น คิดภาพว่าตนเองถูกข่มขืน ถูกมัด ถูกตี และถูกทรมานต่างๆ เพื่อเพิ่มความสุขทางเพศให้กับตัวเอง เป็นต้น 

 สาเหตุที่เป็น 'มาโซคิสม์' 

ส่วนใหญ่เป็นปมหรือบาดแผลที่เกิดขึ้นและสั่งสมมาตั้งแต่วัยเด็ก และระบบจิตใต้สำนึกของตนเองสร้างความคิดที่ว่าตนเองไม่เป็นที่ต้องการของใครๆ ตนเองไร้ค่า ไม่ควรได้รับสิ่งดีๆ ในชีวิต และมักจะชอบคบอยู่กับคนที่ทำร้าย หรือพูดร้ายๆ กับเขาโดยที่ตนเองไม่รู้ตัว ซึ่งแบ่งเป็นสาเหตุต่างๆ ดังนี้
  • ประสบการณ์วัยเด็ก

วัยเด็ก บางคนอาจได้รับความสุข ความพึงพอใจ หรือได้รับรางวัลต่างๆ หลังจากที่ตัวเองได้รับความเจ็บปวด ทำให้สิ่งนี้ฝังอยู่ในจิตสำนึกของตัวเอง พอโตขึ้นมาก็อาจทำให้กลายเป็นมาโซคิสม์ได้
  • เอาใจคู่นอน

บางคนที่ยอมรับทุกข์ทารุณจากคู่นอนของตัวเอง ก็อาจไม่ได้ต้องการแบบนั้นจริงๆ แต่ยอมเพื่อเป็นการเอาใจฝ่ายตรงข้ามที่เป็นซาดิสม์ เพราะกลัวจะถูกทอดทิ้ง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนที่ไม่เป็นมาโซคิสม์ มักจะทนไม่ไหว หรือบางคนก็ไม่กล้าขัดใจ เพราะกลัวว่าจะยิ่งรุนแรงกว่าเดิม
  • ถูกกระทำบ่อยๆ

การใช้ชีวิตในแต่ละวัน เวลาเล่าเรื่องต่างๆ ให้คนอื่นฟัง แล้วชอบโดนต่อว่าด่าทอกลับ ด้วยคำพูดดูถูก เสียดสี เหยีดหยาม อยู่บ่อยๆ จนบางครั้งรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่า แต่ก็ยอมเพื่อให้เข้ากับคนอื่นได้ พอทำสิ่งเหล่านี้เป็นประจำ นานๆ เข้าก็ทำให้ตัวเองชอบที่จะถูกกระทำหนักขึ้นๆ จนในที่สุดก็กลายเป็นมาโซคิสม์

แก้ปัญหา 'มาโซคิสม์'

สำหรับคนที่เป็นมาโซคิสม์ ส่วนใหญ่แล้วถึงจะรู้ว่าอันที่จริงมันเป็นความผิดปกติอย่างหนึ่ง แต่เจ้าตัวก็รู้สึกมีความสุขกับมัน ทำให้คนที่เป็นมาโซคิสม์ส่วนใหญ่เลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจ และไม่ยอมไปพบกับจิตแพทย์ เพื่อรับการรักษา เพราะมองว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำให้เจ็บปวด ไม่ได้เป็นฝ่ายไปทำให้คนอื่นเจ็บปวด
หากปล่อยไว้นานอาจจะสายเกินแก้ก็ได้ เพราะบางคนอาจได้รับอันตรายจนถึงกับชีวิต โดยเฉพาะคนที่มีอาการรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หรือเพิ่มขึ้นช่วงที่มีความเครียด และต้องการได้รับความเจ็บปวดมากๆ ยิ่งถ้าไปจับคู่กับคนที่เป็นซาดิสม์ด้วยแล้ว ยิ่งเสี่ยงต่อชีวิตมากขึ้นกว่าเดิม
ทางที่ดีที่สุดสำหรับคนเป็นมาโซคิสม์แนะนำว่าควรไปรับการรักษาจากจิตแพทย์ เพื่อให้อาการดีขึ้นหรือหายไป เพราะคนที่เป็นมาโซคิสม์นั้นเป็นฝ่ายชอบความเจ็บปวดเอง ดังนั้นถ้าเขาไม่ได้ขอให้คนอื่นทำให้ หรือไม่ได้จับคู่กับคนเป็นซาดิสม์ ถ้าหนักๆ เข้าก็สามารถทำร้ายตัวเองให้รู้สึกเจ็บปวด พร้อมกับเสพความสุขที่ได้รับ จนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซาดิสม์กับมาโซคิสม์ ดูแล้วอาจเป็นสิ่งที่โหดร้ายทารุณ และทำให้หลายคนไม่กล้าที่จะเข้าใกล้ ซึ่งความจริงแล้วพวกเขาไม่ได้น่ากลัวหรือน่ารังเกียจขนาดนั้น แต่การเข้าใจบุคคลทั้ง 2 ประเภท นี้มักมีไปในทางลบ ส่วนใหญ่แล้วมาจากการได้พบเห็นจากละครหรือ ภาพยนตร์ซะมากกว่า และมันก็สื่อออกมาเกินความเป็นจริงนั่นเอง

บทความประกันสุขภาพ IPD-OPD

ประกันสุขภาพ IPD-OPD

สัญญาณสุขภาพ ที่สื่อสารผ่านปัญหาผิวของคุณ

เมื่อคนเรามีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ดี สิ่งเหล่านั้นจะแสดงออกมาผ่านทางสุขภาพจิตที่ดี ร่างกายที่รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีความพร้อมที่จะกระทำสิ่งต่าง
IN-Wsible
31/05/2021

ประกันสุขภาพ IPD-OPD

7 สมุนไพรกินแก้ร้อนใน ดับกระหายคลายร้อน

บ้านเราต้องยอมรับว่า เป็นเมืองร้อนที่อากาศอบอ้าว ในบางครั้งถ้าได้รับความร้อนเข้าสู่ร่างกายอาจทำให้เกิดความไม่สมดุลได้ ส่งผลให้เกิดโรคตามช่องปากตามมา
ใบไม้ร่าเริง
13/05/2021

ประกันสุขภาพ IPD-OPD

อาการสายตาพัง Computer Vision Syndrome ที่คนยุคดิจิทัลต้องระวัง!

เมื่อโลกของเราเริ่มมีการเปลี่ยนผ่านจากยุคอนาล็อกมาสู่ยุคดิจิทัล พฤติกรรมของคนเราก็เริ่มปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ
IN-Wsible
11/05/2021