ประกันสุขภาพ, ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง

ระวัง! เท้าบวม จุดเริ่มต้นของโรคร้ายแรง

ผู้เขียน : คะน้าใบเขียว
Published April 29, 2022
เท้าบวม

เคยเป็นบ้างไหม วันดีคืนดีตื่นมาเท้าบวม!? หลายคนอาจจะปล่อยผ่าน เพราะคิดว่าไม่นานก็หาย แต่รู้หรือไม่ อาการเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นที่บ่งบอกว่าร่างกายของคุณกำลังไม่สบาย! แล้วแบบนี้เท้าบวมเกิดขึ้นจากอะไรบ้าง? แบบไหนถึงเรียกว่าเท้าบวม เบาหวาน หรือเป็นโรคร้ายแรงมากกว่านั่น? เท้าบวม วิธีแก้ได้อย่างไรบ้าง? วันนี้เรามีคำตอบ!

 แบบไหนถึงเรียกเท้าบวม?

หลายคนอาจจะสงสัยว่า อาการแบบไหนที่เรียกว่า เท้าบวม กันนะ บอกได้เลยว่าสังเกตได้ไม่ยาก โดยหลัก ๆ จะมีอาการ ดังนี้

  • มีอาการตึงที่เท้า ร่องรอยย่นของผิวหนังหายไป 
  • ในบางรายอาจใส่รองเท้าแล้วคับ หรือใส่กางเกงแล้วติดขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  • ข้อเท้า หรือเท้าทั้งสองข้างขยายขนาดขึ้นจนเห็นได้ชัด 
  • เมื่อสัมผัสบริเวณเท้าอาจจะรู้สึกว่านิ่มผิดปกติ หากลองใช้นิ้วกดลงไปที่เท้าจะเกิดรอยบุ๋มที่เห็นได้ชัด และหากยกนิ้วออกบริเวณที่บุ๋มลงไปจะคืนสู่สภาพเดิมอย่างช้า ๆ ผิดปกติ
  • เกิดรอยพับที่เห็นได้ชัดบนผิวหนังที่บวมเมื่อถอดรองเท้าหรือถุงเท้าออก
  • สีผิวหนังของเท้าที่บวมอาจปกติ หรือซีดกว่าปกติ

ประกันเบาหวาน

เท้าบวมเกิดจากปัจจัยอะไรได้บ้าง?

ก่อนไปเช็กไปรู้จักเท้าบวมที่เป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้าย หรือ เท้าบวม เบาหวาน  มาทำความเข้าใจกันก่อนว่ามีหลายสาเหตุที่ทำให้เราเท้าบวมได้ สำหรับปัจจัยที่ทำให้เท้าบวม มีดังนี้

  • เกิดจากนั่งหรือยืนทำงานนาน ๆ

ลองสังเกตดูว่าหน้าที่การงานในชีวิตประจำวันของคุณต้องยืนบ่อยมากน้อยแค่ไหน เพราะการยืนทำงานต่อเนื่องนาน ๆ รวมไปถึงการนั่งอยู่กับที่ โดยไม่ได้ขยับไปไหน อาจจะทำให้กล้ามเนื้อที่บริเวณน่องและข้อเท้าไม่ถูกใช้งาน เป็นสาเหตุให้เลือดและสารน้ำต่าง ๆ คั่งอยู่ที่ข้อเท้าและเท้า จนเกิดการบวมได้

  • เกิดจากอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า

บางคนอาจจะไม่ทันสังเกตว่าเท้าของเราเกิดอาการบาดเจ็บ เช่น ข้อเท้าพลิก จนเกิดอาการอักเสบในเอ็นข้อเท้า ผิวหนัง  และกล้ามเนื้อได้ โดยเท้าบวม วิธีแก้เบื้องต้น สามารถทำได้ด้วยการใช้ผ้าขนหนูประคบเย็น ชั่วโมงละ 10 นาที โดยประมาณ หรือพันผ้าเพื่อลดการบวม พันจากปลายเท้ามาที่บริเวณน่อง ระวังอย่าพันแน่นเกินไป แต่หากสงสัยว่ากระดูกเท้าหักจนเกิดอาการบวม หรืออาการยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้รีบเข้าแพทย์โดยด่วน

  • เกิดจากถุงน้ำตาตุ่มอักเสบ

การนั่งทับบริเวณตาตุ่มนอก เช่น นั่งพับเพียบนาน ๆ , นั่งขัดสมาธิ รวมไปถึงการใส่รองเท้าที่ขอบรองเท้าเคือง หรือเสียดสีบริเวณตาตุ่ม เช่น รองเท้าคัทชูที่ทรงไม่เหมาะกับเท้าเรา ก็อาจทำให้เกิดอาการข้อเท้าบวมบริเวณตาตุ่มจนดูเท้าบวมได้

  • เกิดจากผลข้างเคียงจากยา

ยาบางตัวก็มีผลข้างเคียงทำให้บวมได้นะ แต่หากมีอาการบวมบ่อย ๆ แนะนำให้ลองปรึกษาแพทย์

  • เกิดจากการตั้งครรภ์

เท้าบวมคือหนึ่งในอาการที่ผู้หญิงตั้งครรภ์พบได้บ่อย และจะเห็นได้ชัดในช่วงเย็นของวัน หรือช่วงที่ออกไปอยู่ข้างนอกท่ามกลางอากาศร้อน ๆ โดยเท้าบวม วิธีแก้ มีคำแนะนำว่าเป็นอาการที่ไม่ได้เป็นอันตรายอะไรกับร่างกาย เพราะจะมีทั้งช่วงบวม และช่วงที่หายบวมไปเองโดยไม่ต้องทำอะไร แต่หากพบว่ามีอาการบวมทั้งมือและเท้ามากผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำปรึกษา และตรวจสุขภาพอย่างละเอียดอีกครั้ง

ประกันสุขภาพ

  • เกิดจากน้ำหนักมากเกินไป

หากคุณเป็นคนที่มีน้ำหนักมาก นี่อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เท้าบวมได้ เนื่องจากเท้าเป็นส่วนที่รับน้ำหนักของร่างกายทั้งหมดเอาไว้ตลอดทั้งวัน โดยทางการแพทย์ให้คำแนะนำไว้ว่าพยายามควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เท้าจะหายบวมได้เอง

  • เกิดจากฮอร์โมนกำลังเปลี่ยนแปลง

รู้หรือไม่ ช่วงทีช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงปั่นป่วน คือช่วงกำลังมีประจำเดือน นอกจากตัวบวมขึ้น หน้าอกใหญ่ขึ้น สิวขึ้น รวมไปถึงเท้าที่อาจบวมขึ้นได้เช่นกัน หากอยากลดเท้าบวม วิธีแก้ ควรดื่มน้ำให้มากขึ้น ลดการทานอาหารที่มีโซเดียมสูง และออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยลดอาการดั่งกล่าวได้

  • เกิดจากการทานโซเดียมมากเกินไป

การทานอาหารที่มีโซเดียมมากจนเกินไป จะทำให้เกิดอาการเท้าบวมได้ นอกจากนี้ยังอาจทำให้หน้าบวมร่วมด้วย ซึ่งการทานอาหารมีโซเดียมสูง ไม่ได้มาจากอาหารแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังแฝงมาในรูปของขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มบางชนิด รวมไปถึงอาหารสำเร็จรูปต่าง ๆ 

ดังนั้น เท้าบวม วิธีแก้จากการทานโซเดียมมากเกินไป ทำได้ง่าย แค่หลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้ได้ก็จะช่วยลดอาการบวมของเท้าจากโซเดียมได้เช่นกัน

แต่หากตรวจสอบอาการต่างๆ ดั่งกล่าวแล้วไม่พบว่ามีข้อใดเข้าข่าย คุณอาจจะกำลังเป็นโรคร้ายแรงอยู่ก็ได้!

โรคร้ายแรง

ทำไมเท้าบวมถึงถูกเรียกว่าสัญญาอันตรายจากโรคร้าย ?

อย่างที่เราได้กล่าวไป อาการเท้าบวมนั่นเกิดได้หลากหลายปัจจัย แต่บางครั้ง อาการเท้าบวมเองก็เป็นอาการที่ร่างกายกำลังประท้วงว่าคุณกำลังเปฺ็นโรคร้ายแรงที่คาดไม่ถึงอยู่ก็ได้!  โดยโรคร้ายแรงที่ทำให้เกิดอาการเท้าบวม จะมีดังนี้

  • โรคหัวใจ 

พบอาการเท้าบวมได้ในภาวะหัวใจวายน้ำท่วมปอด ทำให้มีอาการขาบวมทั้งสองข้าง นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจจะมีอาการ เหนื่อย นอนราบไม่ได้ ต้องใช้หมอนหลายใบร่วมด้วย

  • โรคไต

หากไตไม่สามารถขับของเหลวที่ไม่ต้องการออกจากร่างกายได้ จึงทำให้ร่างกายบวมน้ำ และเป็นสาเหตุของอาการเท้าบวมได้ พบได้บ่อยในภาวะของไตวายเรื้อรังจะมีอาการน้ำเกิน นอกจากขาบวมทั้งสองข้างแล้ว ผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อย นอนราบไม่ได้ ปัสสาวะออกน้อย 

ส่วนในภาวะไตอักเสบ หรือโปรตีนรั่วในปัสสาวะ จะพบว่าขาบวมทั้งสองข้างอาจพบความดันโลหิตสูง ปัสสาวะเป็นฟองร่วมด้วยได้ ถ้าเป็นมากอาจจะมีอาการบวมของหนังตาบนทั้งสองข้างได้

  • โรคตับ

เบื้องต้นแล้วสาเหตุของอาการเท้าบวมจากโรคตับนั้น ใกล้เคียงกับโรคที่เกีย่วข้องกับไต เกิดจากการที่ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงเข้าสู่ภาวะตับแข็ง ส่งผลให้ขาและเท้าบวมได้

  • ภาวะบวมน้ำเหลือง

เมื่อระบบน้ำเหลืองมีอาการผิดปกติ ร่างกายอาจมีอาการเตือนด้วยอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายที่บวมขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วย ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป หรือพบในผู้ป่วยโรคมะเร็ง หรือผู้ป่วยที่กำลังอยู่ในช่วงติดเชื้อได้

  • โรคเส้นเลือดดำอุดตันที่ขา

เมื่อลิ่มเลือดอุดตันทำให้เลือดไหลเวียนได้ลำบาก จนอาจเกิดอาการบวมที่ขา และเท้าได้ อาจเกิดอาการขาบวมข้างใดข้างหนึ่ง มีทั้งแบบที่กดแล้วเจ็บ และกดแล้วไม่เจ็บ รวมไปถึงสีของขา และเท้าอาจเปลี่ยนแปลงเป็นสีที่เข้มขึ้น มักพบในคนไข้ที่ไม่ได้ขยับขา คนไข้หลังผ่าตัด คนไข้นอนติดเตียง หรือคนที่รับประทานยาคุมกำเนิด 

หากมีอาการดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา เนื่องจากลิ่มเลือดอาจหลุดไปอุดตันเส้นเลือดดำที่ปอด ส่งผลให้อันตรายถึงชีวิตได้

  • โรคเท้าช้าง

เกิดจากยุงที่มีเชื้อพยาธิ Brugia Malayi และ Wuchereria Bancrofti ทำให้เชื้อพยาธิเข้าไปอาศัยอยู่ในระบบน้ำเหลืองของมนุษย์ส่งผลให้เกิดอาการบวมโตของอวัยวะ เช่น แขน ขา และอวัยวะสืบพันธุ์ได้

  • โรคเบาหวาน 

เท้าบวมและอักเสบ เป็นภาวะที่เกิดขึ้น เมื่อเกิดการติดเชื้อของโรคเบาหวาน เนื่องจากการลุกลามของเชื้อไปยังบริเวณเส้นประสาทส่วนปลายช่วงเท้าทำให้เกิดแผล เท้าบวม เบาหวาน ไม่ควรปล่อยไว้นานโดยไม่รับการรักษา เพราะอาจเกิดอาการอักเสบรุนแรงขึ้นได้

เบาหวาน

จะเห็นได้ว่า อาการของโรคเท้าบวมนั้นสามารถบ่งบอกได้ว่า ร่างกายของเรากำลังป่วยได้หลากหลายโรค

ทั้งโรคที่ไม่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิต และโรคร้ายแรงที่ถึงชีวิตได้ ดังนั้น จึงไม่ควรละเลยการสังเกตอาการป่วยต่าง ๆ ของตน และควรรีบพบแพทย์ทันที

แต่ไม่ว่าจะเจ็บป่วยแบบไหน แรบบิท แคร์ ก็พร้อมอยู่เคียงข้าง ด้วยประกันสุขภาพที่เราคัดสรรมาเป็นอย่างดี ให้คุณได้อุ่นใจเจ็บไข้ได้ป่วย เบิกเคลมได้สบายใจ นอกจากประกันสุขภาพทั่วไปแล้ว เรายังมี ประกันโรคร้ายแรง ที่พร้อมรับทุกความเสี่ยง เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคยอดฮิตอย่างเบาหวาน ด้วยเบื้ยประกันที่คุณเอื้อมถึง คลิกเลย!

ประกันรถยนต์ราคาดี๊ดี เริ่มต้น 1,000/เดือน

icon angle up or down

    เลือกยี่ห้อรถของคุณ

    ชื่อนามสกุล

    หมายเลขโทรศัพท์

    บทความประกันสุขภาพโรคร้ายแรง

    Rabbit Care Blog Image 79769

    ประกันสุขภาพ

    ส่องแนวโน้มบริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ เทรนด์ฮิตยุค Internet of things

    ในยุคที่อะไร ๆ ก็สามารถถูกเชื่อมต่อเข้าหากันได้ง่ายไปซะหมดแบบนี้ ตัวการสำคัญที่ทำให้เรื่องที่ไม่เคยเป็นไปได้มาก่อนบนโลกใบนี้
    Watcharaporn Phinyo
    22/09/2022
    Rabbit Care Blog Image 79719

    ประกันสุขภาพ

    8 เคล็ดไม่ลับ “กินเจ” อย่างไร ? ให้ปลอดภัย ไม่เสี่ยงเป็นโรค NCDs

    ใกล้เข้าสู่ฤดูกาลถือศีล งดกินเนื้อสัตว์อีกครั้ง กับเทศกาล “กินเจ 2565” ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 26 ก.ย. - 4 ต.ค. 2565 ใครที่เป็นสายบุญ ก็จะได้อิ่มบุญกันถ้วนหน้าถึง 9 วัน 9
    Watcharaporn Phinyo
    16/09/2022
    Rabbit Care Blog Image 79355

    ประกันสุขภาพ

    New Health Standard คปภ.บังคับใช้ คืออะไร? รู้ไว้ก่อนซื้อประกันสุขภาพ

    เรียกได้ว่าเป็นการปรับปรุงมาตรฐานการประกันสุขภาพครั้งใหญ่ ที่มีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดย คปภ. เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา
    Watcharaporn Phinyo
    09/09/2022