ประกันสังคม เพิ่มคลินิกทำฟัน งดสำรองจ่ายทั่วประเทศ

ต้อนรับเดือนแห่งความรัก ด้วยข่าวดีจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน ที่ทำเอาหนุ่มสาววัยทำงานต้องดีอกดีใจกันยกใหญ่ เพราะประกันสังคมได้เพิ่มคลินิกทำฟัน โดยไม่ต้องสำรองจ่ายหลายแห่ง ทั่วประเทศ

อย่างนั้นเรามาเช็กไปพร้อมๆ กันเลยว่า จะมีคลินิกทำฟันที่ใดบ้าง ที่เราสามารถเข้ารับการรักษาโดยไม่ต้องสำรองจ่าย รับรองว่า งานนี้วัยทำงานอย่างเราๆ ได้สุขภาพช่องปากดีขึ้นอย่างแน่นอน

ประกันสังคม เพิ่มคลินิกทำฟัน โดยไม่ต้องสำรองจ่าย 1,352 แห่ง

เมื่อไม่นานมานี้ นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน ได้กล่าวถึงความสำเร็จของระบบทันตกรรมประกันสังคมแบบ “ไม่ต้องสำรองจ่าย” ว่า

ในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา มียอดผู้ประกันตนใช้บริการแล้วกว่า 1,311,927 ครั้ง สำนักงานประกันสังคมจ่ายประโยชน์ทดแทนไปแล้ว 880,981,002.78 ล้านบาท

ทั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของปัญหา สุขภาพในช่องปาก ของผู้ประกันตน รวมถึงความต้องการ และความพึงพอใจในการเข้ารับบริการกรณีทันตกรรมของผู้ประกันตน

และปัจจุบันได้มีการเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีทันตกรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้เพิ่มอัตราค่าบริการทางการแพทย์กรณี

1. อุดฟัน

2. ถอนฟัน

3. ขูดหินปูน

4. ผ่าฟันคุด

ให้แก่ผู้ประกันตน เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นแต่ไม่เกิน 900 บาทต่อคนต่อปี จากเดิม 600 บาทต่อคนต่อปี

คลินิกทำฟัน ประกันสังคม

สำหรับการขอรับบริการทันตกรรม ผู้ประกันตนสามารถใช้บัตรประชาชนเป็นหลักฐานเข้ารับบริการกรณีทันตกรรมกับสถานพยาบาล หรือคลินิกทำฟัน โดยไม่ต้องสำรองจ่ายเงิน วงเงินไม่เกิน 900 บาทต่อคนต่อปี
และในปี 2561 มีจำนวน สถานพยาบาลเอกชน หรือคลินิกทำฟัน เข้าร่วมให้บริการจำนวน 1,352 แห่ง รวมถึงสถานพยาบาลรัฐทั่วประเทศ โดยสังเกตป้ายสติ๊กเกอร์ที่ระบุว่า

“สถานพยาบาลแห่งนี้ให้บริการผู้ประกันตนกรณีทันตกรรม “ทำฟัน” ไม่ต้องสำรองจ่าย”

ส่วนกรณีผู้ประกันตน เข้ารับบริการกรณีทันตกรรมในคลินิกทำฟัน ที่ไม่ได้ทำความตกลงเรื่องการเบิกจ่าย ผู้ประกันตนสามารถนำหลักฐานประกอบด้วย

1. ใบเสร็จรับเงิน

2. ใบรับรองแพทย์

3. สำเนาสมุดบัญชีธนาคารของผู้ประกันตน

มายื่นต่อสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ หรือจังหวัด หรือสาขาทั่วประเทศ เพื่อยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนตามกฎหมายประกันสังคมได้ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่เข้ารับบริการที่ระบุไว้ในใบรับรองแพทย์

คลินิกทำฟัน ประกันสังคม
ขอขอบคุณภาพจาก www.yalestationdentalgroup.com

เช็ก! ผู้ประกันตนที่มีสิทธิใช้บริการ คลินิกทำฟัน ไม่ต้องสำรองจ่าย

ก่อนที่เราจะไปเช็กกันว่า ผู้ประกันตนที่ได้สิทธิประสังคม ในการใช้บริการทันตกรรม ที่สถานพยาบาล หรือคลินิกทำฟัน เรามาทำความความรู้จักกับ “ผู้ประตน” คืออะไร และมีอะไรบ้าง ?

“ผู้ประกันตน” คือ บุคคลที่มีการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ประกันตน มีทั้งหมด 3 ประเภท ดังนี้

[rabbitads slug=full-screen]

1. ผู้ประกันตนภาคบังคับ (มาตรา 33)

คือ ลูกจ้างที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ และมีอายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ ในวันเข้าทำงาน และทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง ตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป

2. ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ (มาตรา 39)

คือ บุคคลที่เคยเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33 มาก่อนแล้วลาออก และได้มีการสมัครเข้าใช้สิทธิประกันสังคมในมาตรา 39 ซึ่งการสมัครประกันสังคมในกลุ่มนี้ มีเงื่อนไขว่า

ต้องเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33 มาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 เดือน และลาออกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และต้องไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จะได้รับความคุ้มครอง

3. ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ (มาตรา 40)

คือ บุคคลที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างในบริษัทเอกชนตามมาตรา 33 และไม่เคยสมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 39

ผู้ที่จะสมัครประกันสังคมในมาตรา 40 ได้นั้น ต้องเป็น ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ หรือแรงงานนอกระบบ มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 60 ปี หรือที่ใครหลายคนเรียกว่า อาชีพฟรีแลนซ์นั่นเอง

สำหรับ “ผู้ประกันตน” ที่มีสิทธิทำฟันประกันสังคมได้ โดยไม่ต้องสำรองจ่ายนั้น จะต้องเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ 39 เท่านั้น ไม่รวมผู้ประกันตนมาตรา 40

โดยผู้ประกันตนจะต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมให้ครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนเดือนที่เข้ารับบริการทำฟัน โดยจะเป็นช่วงเดือนใดก็ได้

เมื่อทางสำนักงานประกันสังคม ได้มอบสิทธิพิเศษดีๆ อย่างนี้ ก็อย่าลืมไปใช้สิทธิเข้ารับบริการกรณีทันตกรรม ที่สถานพยาบาล หรือคลินิกทำฟันใกล้บ้านกันนะคะ เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีตลอดทั้งปี

หรือหากใครมีข้อสงสัย หรือคำถามเกี่ยวกับ มาตราการทันตกรรมประกันสังคมแบบ “ไม่ต้องสำรองจ่าย” ก็สามารถเข้าไปสอบได้ที่เว็บไซต์ของ สำนักงานประกันสังคม ได้เลยค่ะ  

บทความทั้งหมด

แสบตา
ประกันสุขภาพ IPD-OPD

ระวัง! อาการแสบตา สัญญาณเตือนเสี่ยงเป็นโรคเอ็มจีดี

ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก อาทิเช่น การใช้โทรศัพท์มือถือที่เปรียบเสมือนอวัยวะชิ้นที่ 33 ของเราไปซะแล้ว อาจส่งผลให้เมื่อต้องใช้เป็นเวลานาน ๆ เกิดอาการแสบตาได้ จนกลายเป็นโรคตาแห้ง ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเอ็มจีดีได้ในที่สุด ซึ่งโรคดังกล่าวมีความร้ายแรงต่อดวงตาของเราอย่างไรบ้าง วันนี้ Rabbit Care มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาฝากกัน ผลสำรวจเกี่ยวกับโรคเอ็มจีดี อาการแสบตา เป็นสัญญาณของโรคตาแห้ง หรือ

หม้อน้ำรั่ว
ประกันรถยนต์

หม้อน้ำรถยนต์รั่วกลางทาง ต้องรับมืออย่างไร

ใครขับรถเก่าที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป คงต้องประสบพบเจอกับปัญหาเครื่องยนต์ที่ร้อนจัด เนื่องจากหม้อน้ำรั่ว ทำให้รถสตาร์ทไม่ติด ซึ่งเราที่เป็นเจ้าของรถจะมีวิธีการสังเกตและวิธีการจัดการแก้ไขได้อย่างไร วันนี้ Rabbit Care นำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาฝากสำหรับผู้ขับขี่ที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเครื่องยนต์มากนัก ว่าถ้าเกิดปัญหาดังกล่าวจะรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ได้อย่างไร  วิธีสังเกตอาการหม้อน้ำรั่ว โดยปกติแล้วรถยนต์ทุกคันจะต้องมีหม้อน้ำ ซึ่งเป็นอุปกรณ์หนึ่งของรถยนต์ที่จะช่วยในการระบายความร้อนนั่นเอง เพื่อไม่ให้เครื่องยนต์มีอุณหภูมิสูงจนเกินไป และถ้าวันหนึ่งวันใดหากเกิดปัญหาผิดปกติของระบบอาจทำให้หม้อน้ำรั่วได้ โดยอาการต่าง ๆ อาจสังเกตได้ดังนี้  

เกียร์ออโต้
ประกันรถยนต์

วิธีใช้รถยนต์เกียร์ออโต้ ฉบับนักขับมือใหม่

อย่างที่นักขับทุกท่านทราบกันดีว่ารถยนต์ที่วางจำหน่ายในประเทศเราตอนนี้มีทั้งแบบเกียร์กระปุก และแบบเกียร์ออโต้ แต่ผู้ขับขี่ยานยนต์ที่เป็นคนยุคใหม่นั้นก็นิยมเลือกใช้งานรถยนต์ที่เป็นระบบเกียร์อัตโนมัติ หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่าเกียร์ออโต้ ซึ่งเกียร์ออโต้นั้น ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ ด้วยวิธีการใช้งานที่ง่าย ไม่ซับซ้อนเมื่อเทียบกับเกียร์กระปุก ถึงแม้จะบอกว่าใช้งานง่าย แต่ก็อย่าประมาทในการใช้งานเชียวนะ โดยเฉพาะมือใหม่หัดขับที่เพิ่งจะได้ลองจับพวงมาลัยมาเป็นเวลาไม่นาน ควรมาทำความเข้าใจกับการใช้งานรถยนต์เกียร์ออโต้กันสักหน่อย เพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย และรักษาสภาพของเครื่องยนต์เอาไว้ได้นาน ต้องทำยังไงบ้าง ตามมาอ่านกันได้เลย ใช้งานรถยนต์เกียร์ออโต้ให้ปลอดภัย ฉบับมือใหม่หัดขับ

icon image icon image
Back to top