อสังหาริมทรัพย์

สิ่งที่ควรพิจารณา เมื่อตัดสินใจขอรีไฟแนนซ์บ้าน

ผู้เขียน : IN-Wsible
Published November 10, 2017
รีไฟแนนซ์บ้าน
การรีไฟแนนซ์ (Refinance) คือการกู้ยืมเงินสินเชื่อก้อนใหม่เพื่อไปใช้คืนเงินกู้ก้อนเก่า ไม่ว่าจะเป็นการขอกู้เงินจากธนาคารเดิมที่เคยขอสินเชื่อ หรือสถาบันการเงินแห่งใหม่ โดยจุดประสงค์ก็คือเพื่อขยายระยะเวลาการผ่อนบ้านให้เหลือเวลามากขึ้น นานขึ้น และมีค่างวดน้อยลง กับอีกกรณีคือ เพื่อให้ผ่อนหมดเร็วขึ้นก่อนจะรีไฟแนนซ์บ้าน ผู้ที่กู้เงินจะต้องคิดให้ดีว่าจะได้ประโยชน์อะไรจากเงินก้อนใหม่บ้าง เช่น ได้ดอกเบี้ยที่ราคาต่ำลงกว่าเดิม, สามารถลดเงินต้นได้เร็วขึ้น เงินงวดต่อเดือนถูกลงแต่นอกเหนือจากนี้ ยังมีเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการรีไฟแนนซ์ ที่หลายคนอาจจะมองข้าม แต่แท้จริงแล้วเป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรพิจารณา หากขอรีไฟแนนซ์บ้าน จะมีอะไรบ้างมาดูกัน

รีไฟแนนซ์บ้าน

รีไฟแนนซ์เพื่ออะไร?

ก่อนที่เราจะตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้านนั้น เราต้องถามตัวเองก่อนว่าเราต้องรีไฟแนนซ์เพื่ออะไร จุดประสงค์ของการรีไฟแนนซ์ของเราคืออะไร เช่น เพื่อให้ได้ดอกเบี้ยที่ถูกลง, เพื่อให้ยืดระยะเวลาการผ่อนนานออกไป หรือเพื่อผ่อนต่อเดือนน้อยลงเพื่อให้ผ่อนหมดเร็วขึ้นเพราะจุดประสงค์ของการรีไฟแนนซ์ของเราจะเป็นตัวกำหนดรูปแบบของการรีไฟแนนซ์ว่าสินเชือใหม่ที่เราจะกู้นั้น เราจะต้องผ่อนเท่าเดิม ผ่อนมากขึ้น หรือผ่อนน้อยลง และเราต้องผ่อนนานขึ้น หรือหนี้จะหมดเร็วขึ้น

ความคุ้มค่าที่ได้จากการรีไฟแนนซ์

การรีไฟแนนซ์นั้นมีค่าใช้จ่าย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าและประโยชน์จากการรีไฟแนนซ์ เพื่อให้คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่เราจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นด้วย

ยกตัวอย่างเช่น

ถ้าเรารีไฟแนนซ์เพื่อต้องการได้ดอกเบี้ยที่ถูก เราก็ต้องคำนวณให้ดีว่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดตลอดระยะเวลาสัญญาที่เหลือนั้นต้องคุ้มค่าจริงๆ และเราจะไม่ขาดทุน ไม่ใช่เพียงอัตราเบี้ยจูงใจระยะแรก 1 – 2 ปีเท่านั้น แต่ต้องลองคำนวณในระยะยาวดูด้วย ดังนั้น เราจึงควรนำค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์มาหักลบเพื่อคำนวณความคุ้มค่าจากดอกเบี้ยที่ลดลงด้วย

รีไฟแนนซ์บ้าน

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์

การรีไฟแนนซ์นั้นแม้ว่าจะเป็นการช่วยในเรื่องของหนี้ได้ แต่ก็มีค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกัน ซึ่งค่าใช้จ่ายจากการรีไฟแนนซ์นั้นผู้ขอสินเชื่อมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินในส่วนนี้ โดยค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการรีไฟแนนซ์บ้าน มีดังนี้
  • ค่าปรับกรณีไถ่ถอนหลักประกันก่อนกำหนด

สถาบันการเงินมักมีข้อกำหนดในเรื่อง ค่าปรับกรณีไถ่ถอนหลักประกันก่อนกำหนด โดยส่วนมากจะเป็นเวลา 3 ปี ถ้าเราตัดสินใจรีไฟแนนซ์ก็อาจจะต้องเสียค่าปรับให้กับสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ปัจจุบัน ในอัตราประมาณ  2 – 3% ของยอดหนี้คงเหลือ
  • ค่าใช้จ่ายในการขอสินเชื่อใหม่

เป็นค่าใช้จ่ายกับสถาบันการเงินแห่งใหม่ที่เราทำเรื่องรีไฟแนนซ์ เช่น ค่าใช้จ่ายในการประเมินมูลค่าหลักประกัน, ค่าธรรมเนียมในการใช้อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่, ค่าธรรมเนียมการทำประกันอัคคีภัย (หากมีการทำประกันอัคคีภัยกับสถาบันการเงินเดิม สามารถเปลี่ยนผู้รับผลประโยชน์เป็นสถาบันการเงินใหม่ได้)
  • ค่าใช้จ่ายกรมที่ดิน

การรีไฟแนนซ์ก็คล้ายๆ กับการกู้สินเชื่อก้อนใหม่เพื่อนำมาปิดหนี้ก้อนเก่า ดังนั้นจึงต้องเสียค่าธรรมเนียมในการจดจำนองใหม่ ในอัตรา 1% ของวงเงินกู้ และมีค่าอากรแสตมป์อีก 0.05% ของวงเงินกู้ด้วย

สิ่งที่ควรระวัง 

คือ ค่าใช้จ่ายจากการรีไฟแนนซ์อาจมีมูลค่ารวมกันสูงจนถึงหลักแสนบาทได้ และเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย ณ ช่วงเวลาที่เรารีไฟแนนซ์บ้านทันที ดังนั้น หากคุณคิดจะรีไฟแนนซ์บ้านก็ต้องมั่นใจว่าจะมีเงินก้อนหนึ่งสำรองไว้เป็นค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วย

รีไฟแนนซ์บ้าน

ยอดหนี้และระยะเวลาที่เหลือ

สำหรับบ้านที่เหลือยอดหนี้ในจำนวนไม่มาก หรือเหลือระยะเวลาในการผ่อนอีกไม่นาน (ไม่เกิน 1 – 2 ปี) หากเป็นเช่นนั้นแล้ว การรีไฟแนนซ์ส่วนมากจะไม่คุ้ม เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ตามที่กล่าวข้างต้น ในกรณีนี้ควรเลือกที่จะผ่อนกับสถาบันการเงินเดิมต่อ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าและคุ้มค่ากว่าการรีไฟแนนซ์

มีแผนจะขายบ้านในอนาคตอันใกล้

หากเรามีการวางแผนหรือโครงการไว้ว่า ต้องการที่จะขายบ้าน ออกไปในอนาคตอันใกล้นี้ เช่น ภายใน 2 – 3 ปี ก็ไม่ควรที่จะไปรีไฟแนนซ์บ้าน เนื่องจากการรีไฟแนนซ์บ้านก็เหมือนเป็นการเริ่มต้นนับระยะเวลาหนี้ใหม่ ทำให้เมื่อมีการปิดหนี้เร็วกว่ากำหนดในสัญญาตามเงื่อนไขของธนาคารก็จะถูกคิดค่าปรับในอัตรา 2 – 3% ของยอดหนี้ที่เหลืออยู่ด้วย

ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้าน อย่าลืม!

ตรวจสอบประวัติการผ่อนชำระเงินของตนเองดูก่อน ว่ามีประวัติการค้างชำระติดต่อกันมากกี่เดือน หากมากกว่า 2 เดือน คุณอาจหมดสิทธิในการรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารหรือสถาบันการเงินบางแห่งได้ เพราะสถาบันการเงินบางที่มีการกำหนดชัดเจนว่าต้องการรับรีไฟแนนซ์จากบุคคลที่มีประวัติการผ่อนชำระที่ดีติดต่อกันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 12 เดือน ดังนั้น คุณอาจมีตัวเลือกของผู้รับรีไฟแนนซ์บ้านน้อยลงการลงทุนมีความเสี่ยง การรีไฟแนนซ์บ้านก็เช่นกัน เพราะฉะนั้น อย่าลืมศึกษาหาข้อมูลให้ดีๆ และคำนวณอัตราดอกเบี้ยผ่อนชำระให้ดี เพื่อที่จะได้ไม่ตัดสินใจผิดพลาดนะคะ

ปรึกษาก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้าน คลิก

บทความอสังหาริมทรัพย์

Rabbit Care Blog Image 28923

อสังหาริมทรัพย์

จะเช่าหอพักทั้งที ต้องเช็กอะไรบ้างนะ ?

เชื่อว่ามีหลายคนที่ตัดสินใจเลือก เช่าหอพัก ไปก่อน มากกว่าที่จะซื้อคอนโดในทันที เพราะปัจจัยที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น ยังไม่ลงหลักปักฐาน,
คะน้าใบเขียว
14/11/2020
Rabbit Care Blog Image 61081

อสังหาริมทรัพย์

แต่งคอนโดยังไง? ให้มินิมอลเหมือนหลุดมาจากซีรี่ส์

ดูหนัง-ดูซีรี่ส์สนุก ๆ หลายคนก็คงอยากจะแต่งห้องเหมือนเหล่าพระเอกนางเอก เพราะดีไซน์ชิค ๆ บรรยากาศห้องก็สวยเก๋ไม่ซ้ำใคร โดยเฉพาะธีมห้องแบบมินิมอลใส ๆ
คะน้าใบเขียว
04/08/2020
Rabbit Care Blog Image 61037

อสังหาริมทรัพย์

เลือกคอนโดที่ใช่ ยังไง ให้พื้นที่ห้องเหมาะกับไลฟ์สไตล์

สำหรับการอยู่อาศัยในเมือง เราคงปฎิเสธไม่ได้เลยว่าจะซื้อบ้านสักหลังช่างยากลำบาก คอนโดมิเนียมจึงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความสนใจมากกว่า แล้วแบบนี้
คะน้าใบเขียว
29/07/2020