การลงทุน

สงครามการค้าสุดเดือด จีนปะทะสหรัฐฯ เศรษฐกิจไทยอ่วม!

ผู้เขียน : ใบไม้ร่าเริง
Published July 09, 2018
สงครามการค้า
ปัญหา สงครามการค้า ระหว่างประเทศสหรัฐฯ และประเทศจีน ยังส่งผลกระทบต่อทั่วโลก ซึ่งสะท้อนได้จากการทิศทางค่าเงินหยวนของประเทศจีนที่อ่อนค่าลง เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับมาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้า 25% ของสหรัฐฯ และจีน ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้โดยตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนหลายกลุ่ม เช่น โทรคมนาคม สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ IT เครื่องบิน และเครื่องจักร คิดเป็นมูลค่าการค้าราว 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 9% ของมูลค่านำเข้าสินค้าทั้งหมดจากจีนในปี 2560 ทั้งนี้หสรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีกับประเทศจีน เพราะต้องการตอบโต้การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของจีน รวมถึงจีนสนับสนุนการบุกรุกทางไซเบอร์เข้าเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของสหรัฐฯ เพื่อเข้าถึงข้อมูลทางธุรกิจสงครามการค้าอย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยหลายด้าน ที่โดนเข้าไปตรงๆ เห็นทีจะเป็นส่งออก ที่ศูนย์วิจัยธนาคารกสิกรไทยประเมินว่า การส่งออกของไทยอาจเสียหายถึง 149,800 ล้านบาท หากสงครามการค้ายืดเยื้อจนเลยสิ้นปีนี้ เนื่องจากไทยเองส่งสินค้าไปขายยังประเทศจีนและสหรัฐฯ เป็นจำนวนมากในแต่ละปี นอกจากนี้แล้วการท่องเที่ยว ที่ถือว่าเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญของไทย ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะค่าเงินบาทอ่อนตัวลง รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่ติดลบต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ ส่วนผลกระทบด้านอื่นๆ เริ่มมีบ้างแล้ว เช่น ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนตัว และกระทบถึงดัชนีตลาดหุ้นไทย โดยช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยหลุด 1,500 จุด

ตลาดหุ้นทั่วโลก เจอแรงกดดัน สงครามการค้า 

สงครามการค้านายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงกดดันต่อตลาดหุ้นทั่วโลกเป็นระยะ  อย่างไรก็ดีมองว่า ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นทั้งสองฝ่ายจะหาทางออกร่วมกันได้ และได้บทสรุปที่ชัดเจน ดังนั้นการพิจารณาลงทุนในตลาดหุ้นช่วงนี้ ควรเน้นเรื่องของปัจจัยพื้นฐานเป็นหลักและมีผลต่อตลาดอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้าคือ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ เฟด และการยุติมาตรการ QE ของธนาคารกลางยุโรปในปีนี้

สงครามการค้า กระทบทองคำ

สงครามการค้าด้านบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำว่า ราคาทองคำศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 2.97 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงระมัดระวังในการเข้าซื้อทองคำจนกว่าจะเกิดปัจจัยบวกใหม่ๆ ประกอบกัน อาทิ สงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นพร้อมๆ กับความผันผวนในตลาดหุ้น และสัญญาณในเชิงพิราบ (Dovish) จากเฟด ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงในวันศุกร์ที่ผ่านมา จำนวน -1.18 ตัน สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

บทความการลงทุน

Rabbit Care Blog Image 71059

เรื่องราวดี ๆ จากพันธมิตรของเรา

ส่อง Top 3 crypto Bitcoin Dogecoin และ Ethereum เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงฮิต?

นาทีนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักกับสกุลเงินเงินดิจิทัล หรือเจ้าเหรียญคริปโต อย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะได้รับความสนใจในฐานะค่าเงินแห่งอนาคตแล้ว
คะน้าใบเขียว
19/07/2021
Rabbit Care Blog Image 71063

เรื่องราวดี ๆ จากพันธมิตรของเรา

สกุลเงินดิจิทัล Block Chain และ Bitcoin เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

ปัจจุบัน กระแสการลงทุนในเทคโนโลยี Blockchain ไม่ใช่เฉพาะ Cryptocurrency หรือเงินดิจิทัลเท่านั้น แต่สามารถทำประโยชน์อะไรได้มากมายหลายอย่าง โดยเฉพาะ Blockchain และ Bitcoin
คะน้าใบเขียว
15/07/2021