ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

เคล็ด(ไม่)ลับ ประหยัดเบี้ยประกัน ฉบับคนมีคู่

ผู้เขียน : V.yada
Published June 01, 2018
ประหยัดเบี้ยประกัน

เมื่อเราแต่งงานและเริ่มใช้ชีวิตคู่กับคนที่เรารัก มันหมายความว่า นอกจากตัวเองแล้ว ยังรับต้องรับผิดชอบและดูแลชีวิตของอีกคนหนึ่งควบคู่กันไปด้วยถูกมั้ยล่ะคะ

การทำประกันใดๆ ก็ตาม โดยเฉพาะ ประกันชีวิต เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือบริหารความเสี่ยงในชีวิต ที่ทำให้เราสามารถมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าเราจะอยู่กับเขาหรือไม่ คนที่เรารักจะไม่ต้องลำบากและได้รับการดูแลที่ดีที่สุดค่ะ

สำหรับคู่รักที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกัน วันนี้ Rabbit Care มีเคล็ด (ไม่) ลับ สำหรับการประหยัดเบี้ยประกันประเภทต่างๆ มาฝากกัน เผื่อจะได้เอาไปปรับใช้ ให้คนโสดเขาอิจฉาตาร้อนกันดูค่ะ

ประหยัดเบี้ยประกัน

3 เคล็ด(ไม่)ลับ ประหยัดเบี้ยประกัน ฉบับคนมีคู่

1.เบี้ยประกันรถยนต์

ตอนที่คุณยังโสด บริษัทประกันก็มองว่า คุณมีความเสี่ยงที่จะ ขับรถอย่างประมาท และเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าคนมีคู่ ดังนั้น คนโสดอย่างเราเลยจำใจต้องจ่ายเบี้ยประกันที่แพงกว่าคนที่แต่งงานแล้ว เพราะสำหรับบริษัทประกัน คนที่แต่งงานมีครอบครัว มักมีแนวโน้มขับรถอย่างระมัดระวังมากกว่านั่นเองค่ะ

ดังนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณ เปลี่ยนสถานะ แล้ว ให้รีบโทรแจ้งบริษัทประกันโดยด่วนเลยค่ะ เพราะประกันรถยนต์จะลดราคาเบี้ยประกันที่คุณต้องจ่ายแบบทันที ทำให้คุณจ่ายเบี้ยน้อยลงแต่ยังได้รับความคุ้มครองเต็มที่เหมือนเดิมเลย เมื่อจ่ายเบี้ยน้อยลง คุณอาจจะลองอัพเกรดจากประกันชั้น 2 มาเป็นชั้น 1 ดูก็ยังได้เลยค่ะ

นอกจากนั้น ถ้าคุณและแฟนต่างมีรถยนต์เป็นของตัวเอง แต่ทำประกันรถยนต์ไว้คนละบริษัท ก็ให้ย้ายประกันมาอยู่บริษัทเดียวกันจะดีกว่าค่ะ เพราะคุณอาจได้รับส่วนลดอื่นๆ เพิ่มเติมทำให้ยิ่งประหยัดเบี้ยประกันมากขึ้นตามไปด้วยค่ะ

ประหยัดเบี้ยประกัน

2.เบี้ยประกันชีวิต

สภานภาพ เป็นปัจจัยสำคัญที่บริษัทประกันชีวิตใช้เพื่อ คำนวณเบี้ยประกัน ที่คุณต้องจ่ายไปจนถึงทุนประกันที่คุณจะได้รับเลยค่ะ และแน่นอนว่าเมื่อคุณเปลี่ยนสถานะจาก โสด มาเป็น แต่งงานแล้ว เบี้ยประกันชีวิตของคุณก็จะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกันค่ะ

เมื่อคุณแต่งงาน รายได้ของคุณจะเพิ่มขึ้นจากหนึ่งเป็นสองทาง แต่กลับกันภาระความรับผิดชอบของคุณเองจะถูกหารลงเหลือครึ่งหนึ่งด้วย ทำให้คุณอาจไม่ต้องการ ทุนประกันชีวิตสูงๆ เหมือนตอนที่อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไป

คุณสามารถปรับเปลี่ยนกรมธรรม์ประกันชีวิตของคุณ ให้สอดคล้องกับภาระทางการเงินใหม่ที่มาพร้อมกับชีวิตคู่ได้ค่ะ โดยคุณทั้งคู่สามารถช่วยกันจ่ายเบี้ยประกันชีวิตได้ แถมยังช่วยกันปลดหนี้ได้เร็วขึ้นอีกด้วยค่ะ

สมมุติว่า ก่อนแต่ง คุณและแฟนเคยเช่าคอนโดอยู่คนละห้อง แต่พอแต่งงานแล้วย้ายต้องมาอยู่ด้วยกัน คุณก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเช่าคอนโด 2 ห้องอีกต่อไป มีง่ายเหลือมากขึ้น และหนี้สินน้อยลง ยิ่งหากใครคนใดคนนึงเกิดเป็นอะไรขึ้นมา อีกคนก็จะไม่ต้องลำบากมากเหมือนตอนอยู่คนเดียวด้วยค่ะ

ประหยัดเบี้ยประกัน

3.เบี้ยประกันสุขภาพ

สมมุติว่า คุณและแฟนต่างคนต่างทำงาน และทั้งคู่ต่างได้รับสวัสดิการเป็นประกันสุขภาพกลุ่มของบริษัทที่ตัวเองงานอยู่ หลังแต่งงาน เราแนะนำให้คุณยุบรวม ประกันสุขภาพ ให้เหลือแค่ 1 กรมธรรม์ และให้คุณใส่ชื่ออีกคนนึงเป็น คู่สมรสแทนค่ะ เพราะ แบบนั้นคุณทั้งคู่ก็จะได้รับความคุ้มครองเหมือนเดิม แต่ประหยัดเบี้ยประกันลงได้เยอะเลยล่ะค่ะ

แต่ข้อควรระวัง คือ หลายๆบริษัทอาจไม่อนุญาตให้คุณยกเลิกประกันสุขภาพของบริษัทค่ะ และประกันแบบนี้เองก็ให้ความคุ้มครองเฉพาะกรณีเจ็บป่วยเล็กน้อย ไม่ได้ให้ความคุ้มครองพวกโรคร้ายแรงต่างๆสักเท่าไหร่ค่ะ

ซึ่งถ้าคุณอยากได้ประกันที่คุ้มครองได้มากกว่า คุณทั้งคู่สามารถทำ ประกันสุขภาพ แยกเป็นของตัวเองได้ แต่ถ้าจะให้ประหยัด เราแนะนำว่า ให้คุณลองดูสิทธิรักษาพยาบาลที่คุณมีอยู่ก่อน เช่น ประกันสังคม หรือบัตรทอง แล้วทำประกันแค่ส่วนที่ขาดพอค่ะ แบบนี้เบี้ยประกันที่ต้องจ่ายก็น้อยลงแล้วค่ะ

รู้ความลับแบบนี้แล้ว จะช้าอยู่ทำไมล่ะคะ อย่าลืมลองเอาไปปรับใช้กันดู และ Rabbit Care  ขอให้คุณมีความสุขกับชีวิตคู่นะคะ

บทความประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

Rabbit Care Blog Image 26917

ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

เรื่องของการ ลดหย่อนภาษี ที่มนุษย์เงินเดือนยังไม่เก็ท

เดี๋ยวนี้ อะไรๆ ก็ต้อง ลดหย่อนภาษี จึงจะน่าสนใจ เราจะได้เห็นเคล็ดลับเพื่อคนที่ต้องการลดหย่อนภาษีออกมาเป็นจำนวนมาก
IN-Wsible
18/11/2020
Rabbit Care Blog Image 61748

ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

น้องใหม่มาแรง! กองทุน SSF ตัวช่วยลดหย่อนภาษี 2563

ปีนี้จะเป็นปีแรกที่กองทุนรวมน้องใหม่อย่าง กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว หรือ Super Saving Fund (SSF) มาแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่สิ้นสุดไปเมื่อช่วงสิ้นปี 2562
ใบไม้ร่าเริง
27/08/2020