ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

11 Checklists ที่คุณควรรู้ก่อนและหลัง ทำประกันชีวิต

ผู้เขียน : V.yada
Published February 16, 2018
11-Checklists-ควรรู้ก่อนและหลังทำประกันชีวิต
กว่าจะตกลงใจทำประกันชีวิตสักฉบับหนึ่ง หลายคนคงคิดแล้วคิดอีก คิดไปห้าตลบหกตลบ ว่าเราได้ความคุ้มครองที่ต้องการแน่ๆหรือเปล่า แล้วประกันที่เราซื้อมา มันจะดีที่สุดแล้วหรือยัง?ซึ่งวันนี้ rabbit finance ขอเสนอ  11 Checklists ก่อนและหลังทำประกันชีวิต ที่คุณควรตรวจสอบดูสักนิดเมื่อตัดสินใจทำประกันชีวิตค่ะประกันชีวิต1

6 Checklists “ก่อนตกลงทำประกันชีวิต

  • เช็กที่ 1 : ตรวจสอบใบอนุญาตตัวแทนประกันให้เรียบร้อย

ขั้นแรกที่สำคัญสุดๆของการซื้อประกันชีวิต คือ เราควรจะซื้อประกันจาก ตัวแทนที่มีใบอนุญาต ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ถึงแม้เราจะรู้จักมักจีกับตัวแทนคนนั้นมาก่อน แต่ถ้าเขาไม่มีใบอนุญาตก็ห้ามซื้อประกันจากเขาเด็ดขาดนะคะเพราะ ถ้ากรมธรรม์มีปัญหาในภายหลัง หรือเราต้องการจะ เคลมประกันชีิวิต ขึ้นมา ถ้าเกิดเขาเป็นประกันเถื่อนขึ้นมา อาจจะเจอจ่ายเบี้ยฟรีแต่ไม่ได้รับการคุ้มครองก็เป็นได้นะคะ
  • เช็กที่ 2 : ต้องเข้าใจ ว่าเรากำลังจะซื้อประกันชีวิตแบบไหน

ประกันชีวิตนั้นมีหลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีรายละเอียดและความคุ้มครองที่แตกต่างกัน ซึ่งก่อนจะตัดสินใจเลือกแบบไหน เราควรจะศึกษาข้อมูลของประกันชีวิตแต่ละแบบให้ละเอียดถี่ถ้วนซะก่อน

โดยเราสามารถแบ่งประกันชีวิตได้ง่ายๆ 4 แบบ คือ

1. ประกันแบบคุ้มครองชีวิต : จะให้ความคุ้มครองในการณีที่เสียชีวิต2. ประกันสะสมทรัพย์ : ให้ความคุ้มครองชีวิต พร้อมรับเงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา3. ประกันสุขภาพ และ ประกันอุบัติเหตุ : จ่ายค่าชดเชยเมื่อเกิดอุบัติเหตุและเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล4. ประกันเกษียณ : ให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต และมีเงินคืนเมื่ออายุครบ 55 หรือ 60 ปี
  • เช็กที่ 3 : รู้ลึกถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ

นอกจากจะรู้ว่า ประกันตัวนั้นคุ้มครองอะไรบ้าง เรายังต้องรู้ว่า เราจะได้รับผลประโยชน์จากอะไรและเท่าไหร่บ้างด้วย เช่น เจ็บป่วยจ่ายเท่าไหร่ เงินชดเชยกรณีนอนโรงพยาบาลมากแค่ไหน เงินคืนระหว่างสัญญาจะได้เท่าไหร่ ซึ่งทั้งหมดสามารถดูได้จาก ตารางผลประโยชน์ในกรมธรรม์ นั่นเองค่ะประกันชีวิต2
  • เช็กที่ 4 : รู้ว่าแต่ละปีเราจะต้องจ่ายเบี้ยประกันเท่าไหร่

การคำนวณเบี้ยประกันที่เราต้องจ่ายในแต่ปีมีความสำคัญมาก เพราะ ถ้าเราวางแผนการเงินไม่ดี เกิด ค้างชำระเบี้ยประกัน ขึ้นมา เราอาจจะโดนปิดกรมธรรม์และหมดความคุ้มครองไปโดยอัติโนมัติได้เลยค่ะนอกจากนั้น ประกันชีวิตแต่ละแบบก็จะมีค่าเบี้ยประกันและระยะเวลาจ่ายเบี้ยไม่เท่ากัน คุณจึงต้องเลือกวิธีและระยะเวลาจ่ายเบี้ยให้เหมาะสม กับสถานะทางการเงินของคุณด้วยนะคะ (แอบบอกว่าถ้าจ่ายเบี้ยเป็นรายปี จะถูกกว่าแบบรายเดือนด้วยนะเออ)
  • เช็กที่ 5 : ถ้าเป็นประกันสุขภาพ ต้องรู้ว่าเบิกค่ารักษาพยาบาลได้เท่าไหร่

ประกันสุขภาพส่วนใหญ่ จะแยกการเบิกค่ารักษาเป็นแบบ ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ซึ่งแต่ละอย่างก็จะมีเงื่อนไขในการเบิกค่ารักษาที่ไม่เหมือนกัน และวงเงินจ่ายยังไม่เท่ากันอีกด้วยคุณจึงต้องรู้สิทธิ์การเบิกของคุณอย่างถี่ถ้วน เพื่อที่จะได้เบิกได้ครบตามสิทธิ์ที่คุณได้รับนั่นเอง
  • เช็ก 6 : เมื่อจ่ายเบี้ยประกัน อย่าลืมว่าต้องได้รับ “ใบรับเงินชั่วคราว”

ใบรับเงินชั่วคราว เป็นหลักฐานการชำระเงินค่าเบี้ยประกันให้กับตัวแทนประกันชีวิต โดยในเอกสารจะต้องระบุข้อมูลแบบประกันที่ซื้อ จำนวนเบี้ยประกันชีวิต และวันที่ชำระเงิน ให้ครบถ้วน เพื่อประโยชน์ในการรับความคุ้มครองนั่นเองค่ะซึ่งถ้าใครยังไม่ได้ใบนี้ รีบทวงเลยนะคะ เพราะ ถ้าเกิดปัญหาในภายหลังเราจะได้มีหลักฐานไว้ยืนยันกับบริษัทประกันนั่นเองค่ะประกันชีวิต3

5 Checklists  “ภายหลังการทำประกันชีวิต”

  • เช็กที่ 1 : ทำประกันแล้ว ต้องได้รับเล่มกรมธรรม์

เล่มกรมธรรม์ เปรียบเสมือนหลักฐานว่าเราได้ทำประกันแล้วนะ ซึ่งในนั้นก็จะมีข้อมูลทั้งหมดของกรรมธรรม์ประกันชีวิตของเรา ทั้งการคุ้มครอง ผลประโยชน์ และวิธีการเคลมต่างๆซึ่งเมื่อเราได้รับเล่มกรมธรรม์มาแล้ว อย่าลืมตรวจสอบด้วยนะคะว่า ข้อมูลส่วนตัว ชื่อผู้เอาประกัน แบบประกัน เบี้ยประกัน ทุนประกัน และชื่อผู้รับผลประโยชน์ถูกต้องหรือไม่ ถ้าเกิดมีข้อผิดพลาดแล้ว ต้องรีบแจ้งตัวแทนหรือปริษัทประกันทันทีเลยนะคะ
  • เช็กที่ 2 : อย่าลืมจ่ายเบี้ยประกันในปีถัดไป

การที่เราทำประกันชีวิต มันก็เท่ากับเราจะมี ความรับผิดชอบทางการเงิน เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง ซึ่งคนส่วนใหญ่จะจ่ายเบี้ยประกันแค่ปีละครั้ง จึงทำให้อาจเกิดอาการหลงลืมได้โดยไม่รู้ตัวดังนั้น คุณต้อง ห้ามลืมจ่ายเบี้ยประกันเด็ดขาดเลยนะคะ เพราะถ้าจ่ายช้าอาจโดนค่าปรับหรือโดนปิดกรมธรรม์ได้เลยนะ แต่ถ้าใครกลัวลืมจริงๆ ก็สามารถแจ้งกับบริษัทประกันให้หักเงินผ่านบัญชีเงินฝากหรือบัตรเครดิตไว้ก็ได้ค่ะประกันชีวิต4
  • เช็กที่ 3 : ตรวจสอบผลประโยชน์จากกรมธรรม์ตามเวลาที่กำหนด

ถ้าแบบประกันชีวิตของคุณ เป็นแบบประกันที่มีการคืนเงินระหว่างสัญญา เมื่อถึงเวลาก็อย่าลืมตรวจสอบนะคะ ว่าได้เงินคืนหรือได้รับผลประโยชน์อื่นๆครบตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์หรือไม่ซึ่งถ้าได้ไม่ครบก็อย่านิ่งนอนใจค่ะ เข้าไป แจ้งบริษัทประกัน ได้เลย เพื่อรักษาสิทธิ์ของเรานั่นเอง
  • เช็กที่ 4 : ติดต่อบริษัทประกันเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในกรมธรรม์

สำหรับใครที่ไปเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนที่อยู่ หรือมีความต้องการจะเปลี่ยนแบบประกันหรือผู้รับผลประโยชน์ สิ่งที่สำคัญมากๆ คือ อย่าลืมแจ้งบริษัทประกันเด็ดขาดเลยนะคะ ไม่อย่างนั้นถ้าถึงเวลาเคลมหรือรับผลประโชน์ขึ้นมา ข้อมูลไม่ตรงกับในกรมธรรม์ บริษัทก็ไม่สามารถให้ความคุ้มครองคุณได้นะคะ
  • เช็กที่ 5 : เก็บเอกสารสำคัญทุกอย่างให้เป็นระเบียบ และแจ้งคนในครอบครัวให้เรียบร้อย

จุดมุ่งหมายหลักของการทำประกันชีวิต คือ การมีเงินเหลือเป็น มรดก เล็กน้อยไว้ให้ลูกหลาน ซึ่งถ้าคุณไม่บอกพวกเขาว่าคุณทำประกันชีวิตไว้ เขาก็ไม่สามารถไปแจ้งรับผลประโยชน์จากกรมธรรม์ของคุณได้ค่ะเพราะฉะนั้น อย่าลืมบอก ครอบครัว ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ และเก็บเอกสารทุกอย่างไว้ให้เป็นระเบียบ เพื่อที่วันไหนถึงเวลาเคลมมันจะได้รวดเร็วและสะดวกมากขึ้นนั่นเองและนี่ก็คือ 11 Checklist ก่อนและหลังทำประกันชีวิตที่คุณควรรู้ เพื่อที่จะได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่ และได้รับความคุ้มครองอย่างสูงสุดนั่นเองค่ะ ทำประกันชีวิตครั้งหน้า อย่าลืมนำ  Checklists เหล่านี้ไปใช้กันนะคะ

บทความประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

Rabbit Care Blog Image 26917

ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

เรื่องของการ ลดหย่อนภาษี ที่มนุษย์เงินเดือนยังไม่เก็ท

เดี๋ยวนี้ อะไรๆ ก็ต้อง ลดหย่อนภาษี จึงจะน่าสนใจ เราจะได้เห็นเคล็ดลับเพื่อคนที่ต้องการลดหย่อนภาษีออกมาเป็นจำนวนมาก
IN-Wsible
18/11/2020
Rabbit Care Blog Image 61748

ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

น้องใหม่มาแรง! กองทุน SSF ตัวช่วยลดหย่อนภาษี 2563

ปีนี้จะเป็นปีแรกที่กองทุนรวมน้องใหม่อย่าง กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว หรือ Super Saving Fund (SSF) มาแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่สิ้นสุดไปเมื่อช่วงสิ้นปี 2562
ใบไม้ร่าเริง
27/08/2020