ประกันชีวิตออมทรัพย์และการลงทุน

‘โทษประหาร’ มรดกตกทอดจากอดีต ที่ส่งผลถึงปัจจุบัน

ผู้เขียน : V.yada
Published June 28, 2018
เรื่องราวของ #โทษประหารชีวิต ได้กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังจากที่กรมราชทัณฑ์ได้บังคับโทษประหารชีวิต แก่นักโทษเด็ดขาดชายในคดีฆ่าชิงทรัพย์ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ด้วยการฉีดยาสารพิษ ซึ่งถือเป็นนักโทษประหารคนแรก ในรอบ 9 ปี และเป็นครั้งที่ 7 ที่ประเทศไทยบังคับโทษประหารชีวิตด้วยวิธีนี้ตามหน้าอินเตอร์เน็ต เราจะเห็น การถกเถียงกัน ในหลายๆ มิติ ถึงเรื่องราวที่ว่า ประเทศของเรายังควรมีการประหารชีวิตกันอยู่หรือไม่ บางคนมองว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งถือว่าเป็นบทลงโทษที่เหมาะสมแล้ว แต่ในหลายคน ก็ยังมองว่า มันขัดกับหลักมนุษยธรรมและไม่มีมนุษย์คนไหนที่สมควรตาย หรือมีสิทธิ์ที่จะกำหนดความตายของบุคคลอื่นได้เหมือนกันโทษประหาร 1
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรเพื่อรณรงค์ ปกป้อง และส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ได้เปิดเผยข้อมูลว่า ในปี พ.ศ. 2560 ได้เกิดการประหารชีวิตขึ้นอย่างน้อย 993 ครั้ง ซึ่งลดลงจากปีก่อน 4% โดย จีน อิหร่าน และซาอุดิอาระเบีย คือ 3 ประเทศที่มีการบังคับใช้โทษอันหนักหน่วงนี้มากที่สุด
ปัจจุบันมี 56 ประเทศ ที่ยังคงมีกฎหมายและโทษประหารชีวิตอยู่ แต่มีเพียง 23 ประเทศเท่านั้น ที่บังคับใช้มันในรอบปีที่ผ่านมา และจากสถิติ ถึงแม้ตัวเลขของการประหารชีวิตจะลดลงในหลายๆ ภูมิภาค แต่ก็ยังมีนักโทษที่อาจจะต้องนอนรอโทษประหารอยู่ ถึง 21,919 คน เลยทีเดียว

วันนี้ Rabbit Care จึงอยากจะชวนทุกคน มาย้อนรอยดูประวัติศาตร์ของโทษประหารกัน เพื่อที่จะอาจจะได้เข้าใจมากขึ้น ว่าทำไมโทษอันร้านแรงนี้จึงถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่แรกค่ะ


โทษประหาร 2

ย้อนรอยประวัติศาสตร์  “โทษประหารชีวิต”

  • Code of Hammurabi จุดเริ่มต้นของการประหารชีวิต

หลักฐานแรกของโลก ที่เกี่ยวข้องกับการประหารชีวิต คือ Code of Hammurabi หรือ ประมวลกฏหมายฮัมบูราบี ซึ่งเป็นบทบัญญัติกฎหมายของอาณาจักรบาบิโลเนียน (ประเทศอิรักในปัจจุบัน) เมื่อประมาณ 1700 ปีก่อนคริสตกาล ที่ระบุให้มีประหารนักโทษใน 25 คดี เช่น การคบชู้ ช่วยทาสหลบหนี โจรกรรม ซึ่งไม่มี การฆาตกรรม อยู่ใน 25 คดีนี้
พระเจ้าฮัมบูราบี กษัตริย์ของบาบิโลเนียน ได้ระบุโทษแห่งความตายไว้ในกฎหมายโบราณนี้ ด้วยความเชื่อที่ว่า เขาได้รับอำนาจมาจาก เทพเจ้ามาร์ดุก (Marduk God) เทพแห่งความชอบธรรม ให้ทำลายคนชั่ว และผู้กระทำผิด เพื่อที่ผู้แข็งแกร่งกว่า จะได้ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อ่อนแอ
วิธีการประหารในช่วงแรกๆ นั้น จะค่อนข้างโหดร้ายและมีความแตกต่างกันไปตามกฎหมายในแต่ละพื้นที่ เช่น การดื่มยาพิษ การฝั่งทั้งเป็น การตีจนตาย หรือแม้แต่การถูกประณามในที่สาธารณะ โดยการจับถ่วงทะเลในถุงที่มีทั้ง สุนัข ไก่ งู และลิงอยู่ในนั้น เป็นต้น
โทษประหาร 3
  • อิทธิพลของอังกฤษต่อการบังคับใช้กฎหมายประหารชีวิต

อังกฤษ ถือเป็นชนชาติที่มีโทษประหารชีวิตมาอย่างยาวนาน และยังเผยแพร่มันไปยังประเทศอาณานิคมอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะ สหรัฐอเมริกา ในช่วง 450 ปีก่อนคริสตกาล วิธีประหารที่นิยมที่สุด คือ การจับโยนลงหลุม จนในช่วง ค.ศ. 1000 จึงมีการเริ่มใช้วิธีแขวนคอ และมีการพัฒนาวิธีการประหารที่บวกเพิ่มความทรมานก่อนตายเข้าไปด้วย เช่น การกดทับด้วยหินจนว่าจะ เสียชีวิต หรือการเผาทั้งเป็นในยุคนั้น บทลงโทษแห่งความตายนี้ มักจะถูกใช้กับข้อหาใหญ่ๆ อย่าง การฆาตกรรม ข่มขืน การก่อบาป หรือการใช้มนต์ดำ แต่มันก็ยังถูกใช้กับคดีเล็กๆ อย่างเช่น การขโมยของ ตัดต้นไม้ หรือปลอมแปลงแสตมป์ภาษีด้วย จึงทำให้เริ่มมีการเรียกร้องให้ปรับเปลี่ยนกฎหมายและยกเลิกโทษประหารอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ขึ้นในยุคนั้น
โทษประหาร 4
  • โทษประหารในสหรัฐอเมริกา

นักโทษประหารคนแรกที่ถูกบันทึกไว้ ตั้งแต่ที่อังกฤษเข้ามาล่าอาญานิคมใน อเมริกา คือ George Kendall ซึ่งถูกประหารชีวิตโดยการแขวนคอ ด้วยข้อหาเป็นกบฎในปี ค.ศ. 1608 ภายใต้กฎหมายของรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นรัฐอาณานิคมของอังกฤษ
กฎหมายและบทลงโทษในแต่ละรัฐ จะมีความแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่แล้ว จะบังคับใช้โทษประหารกับคดีใหญ่ๆ คือ ฆาตกรรม, การสมสู่แบบวิตถาร (เช่น การร่วมเพศทางถวารหนักหรือกับสัตว์), โจรกรรม, การลอบวางเพลิง, การข่มขืน และ การกบฎ
ซึ่งในยุค ค.ศ. 1776-1800 ที่เริ่มมีการปรับเปลี่ยนโทษประหารอย่างจริงจัง โดย Thomas Jefferson ได้เป็นผู้นำในการเแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการประหารชีวิตของรัฐเวอร์จิเนีย แต่ก็ภายแพ้ต่อเสียงโหวตของสภานิติบัญญัติไปเพียง 1 เสียงเท่านั้นในปี ค.ศ. 1833-1853 โทษประหารเริ่มถูกมองว่าเป็น ความโหดร้าย” มากกว่าเป็นความยุติธรรม เพราะ ในยุคนั้น เวลาจะมีคนถูกประหารทีนึง มีคนมามุ่งดูมากมายเป็นหมื่นๆ คน มีพ่อค้ามา ตั้งร้านขายของ ขายเหล้าแถวนั้น ลามไปถึงมีการทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จนเคยมีเหตุที่ทำให้การประหารต้องถูกยกเลิก และให้นักโทษกลับไปใช้แรงงานในคุกต่อนานถึง 1 ปี กว่าจะได้กลับมาพิจารณาโทษอีกครั้งหนึ่ง
เพราะเหตุนี้เอง ในปี ค.ศ. 1897 การเรียกร้องเพื่อยุติความรุนแรงนี้ก็ประสบความสำเร็จ โดยสหรัฐได้ผ่านร่างกฎหมาย ที่จะช่วยลดจำนวนของโทษประหารชีวิตลง และยังส่งผลให้หลายๆ รัฐทำการยุติการใช้โทษประหารอย่างถาวรไปด้วย
โทษประหาร 5
  • จุดกำเนิดของ วิธีการประหารแบบใหม่

ถึงแม้โทษประหารจะมีจำนวนน้อยลงจากเมื่อก่อน แต่มันก็ยังมีผลบังคับใช้ในหลายๆพื้นที่ ในยุคใหม่ จึงได้มี กฎห้ามใช้การลงโทษที่โหดร้ายและผิดปกติออกมา (Cruel and Unusual Punishment) ทำให้มีวิธีการประหารชีวิตแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่าง การใช้เก้าอี้ไฟฟ้า และ การรมแก๊สทั้ง 2 อย่าง ถือว่าเป็นวิธีที่ “มีมนุษยธรรม” มากกว่าแต่ก่อน แต่มันก็ก่อให้เกิดความผิดพลาดในการประหารขึ้น เช่น การใช้เก้าอี้ไฟฟ้าไม่ได้ทำให้นักโทษเสียชีวิตในทันที หรือ การที่ห้องที่ใช้รมแก๊สมีจุดรั่วไหล เป็นต้น ซึ่งมันเป็นการละเมิดกฎ ที่ห้ามการลงโทษที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดทางร่างกาย และ จิตใจ เนื่องจาก มันทำให้นักโทษต้องรู้สึก “ทรมาน” ก่อนตาย จึงได้มีการใช้ วิธีฉีดยา ในการประหารชีวิตแทน และยังเป็นวิธีที่นิยมใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้
โทษประหาร 6

ประวัติศาสตร์ของ โทษประหารในไทย

โทษประหารของไทย เริ่มต้นมาจาก กฎหมายตราสามดวง ในสมัยรัชกาลที่ 1 ที่ระบุวิธีการประหารชีวิตไว้ 21 สถาน จนในปี ร.ศ. 127 (พ.ศ. 2451) จึงได้มีการบัญญัติกฎหมายไว้ในมาตรา 13 ว่า "ผู้ใดต้องคำพิพากษาให้ลงอาญาประหารชีวิต ท่านให้เอามันไปตัดศีรษะเสีย" ไทยจึงใช้วิธีการประหารชีวิตด้วย การบั่นคอ โดยใช้ดาบและเพชฌฆาตในการลงมือ จนในปี พ.ศ. 2447 จึงได้มีการยกเลิกวิธีบั่นคอ แล้วเปลี่ยนมาเป็น การยิงเป้าแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา ปี พ.ศ.2499 มาตรา 16ในปี พ.ศ. 2546 รัฐบาลได้ยกเลิกวิธีการประหารด้วยปืน และมีการเสนอแก่ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2546 มาตรา 19 ว่า "ผู้ใดต้องโทษประหารชีวิต ให้ดำเนินการด้วยวิธีฉีดยาหรือสารพิษให้ตาย" มีผลบังคับใช้ในวันที่ 19 กันยายน จึงทำให้ประเทศไทยใช้วิธีการประหารชีวิตด้วยการฉีดยามาจนถึงปัจจุบัน นั่นเองมีการถกเถียงกันมากมาย ถึงข้อดีและข้อเสียของโทษประหารชีวิต ซึ่งมันก็คงมีหลายๆมิติที่ต้องศึกษาและนำมาประกอบการพิจารณากันต่อไป กระแสส่วนใหญ่ ในไทยตอนนี้ ยังคงมีการสนับสนุนให้มีโทษประหารชีวิตอยู่
เรื่องราวนี้ ถือเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน ซึ่ง แต่ละคน ก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป เราควรที่จะต้องเคารพในความเห็นที่แตกต่าง และอย่าใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ ถึงแม้ประเทศของเรายังมีโทษประหารอยู่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องใช้มันเสมอไป มันยังมีวิธีอีกมากมาย ที่สามารถลดหย่อนบทลงโทษนี้ลงได้ เพราะฉะนั้นปล่อยให้กฎหมายเป็นตัวตัดสินจะดีที่สุดค่ะ

บทความประกันชีวิตออมทรัพย์และการลงทุน

Rabbit Care Blog Image 70336

ประกันชีวิตออมทรัพย์และการลงทุน

พ่อแม่มือใหม่ บริหารการเงินอย่างไรให้รุ่งเงินไม่ช็อต

วางแผนออมเงินให้ลูกแบบไหนดี การวางแผนการเงินให้แก่ลูกน้อยนั้นถือว่า เป็นเรื่องที่สำคัญ เช่น เริ่มตั้งแต่ลูกจะเริ่มเรียนอนุบาลที่โรงเรียนอะไร
ใบไม้ร่าเริง
05/05/2021
Rabbit Care Blog Image 67530

ประกันชีวิตออมทรัพย์และการลงทุน

References สำคัญแค่ไหน เมื่อต้องยื่น resume สมัครงานใหม่?

สำหรับคนวัยทำงานแล้ว การสมัครงาน การสัมภาษณ์งาน และการลาออกจากงาน เรียกได้ว่าเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอตลอดชีวิตการทำงาน
IN-Wsible
02/04/2021
Rabbit Care Blog Image 68704

ประกันชีวิตออมทรัพย์และการลงทุน

หารายได้เสริม จากอาชีพยอดฮิตบนโลกออนไลน์ (ฉบับนักศึกษา)

ในโลกแห่งยุคดิจิทัล ที่เราต่างใช้โซเชียลมีเดียในการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย แต่ในอีกมุมหนึ่งก็สามารถค้าขายสร้างรายได้ ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ
ใบไม้ร่าเริง
01/04/2021