6 ทริคดีๆ ช่วยหลีกเลี่ยง อาการวิตกกังวล ในที่ทำงาน

หลายๆ คน ทำงานหนักตั้งแต่เช้าจรดเย็น บางทีก็งานเยอะ จนต้องทำโอทีล่วงเลยไปถึงดึกดื่นเที่ยงคืน แล้วไหนจะต้องมีประชุมงานกับคนนั้นคนนี้มากมายไปหมด แถมยังจะต้องรับมือกับความกดดันที่ต้องเร่งทำงานให้เสร็จทันตามกำหนดอีก แล้วบางทีความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน หรือความสัมพันธ์กับหัวหน้า ก็ไม่ค่อยจะราบรื่นนัก

ปัญหาจุกจิกในแต่ละวันแบบนี้ล่ะค่ะ ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุที่อาจจะทำให้คุณรู้สึกว่า งานมันหนักเกินไป และเกิดเป็นความเครียดสะสม หรือมีอาการวิตกกังวลในที่ทำงานได้ค่ะ

อาการวิตกกังวล เพื่อนร่วมงาน

อาการวิตกกังวล โรคยอดฮิตของคนออฟฟิศ

โรควิตกกังวล (Anxiety Disorder) มักจะเกิดขึ้นเมื่อคนเราถูกกระตุ้นโดยสถานการณ์รอบตัว เช่น ใกล้สอบ หรือต้องนำเสนองานต่อหน้าคนเยอะๆ ทำให้เกิดอาการตื่นเต้น ใจสั่น เหงื่อไหลขึ้นมา และบางครั้งอาจจะเกิดความคิดล่วงหน้าที่เป็นเชิงลบ เช่น ถ้าทำข้อสอบผิดต้องสอบตกแน่ๆ หรือถ้าพูดผิดต้องโดนคนอื่นมองไม่ดีแน่นอน

ถ้าเป็นคนปกติ ความคิดเหล่านี้มักจะหายไปเองเมื่อทำงานนั้นจนเสร็จลุล่วงไปแล้ว แต่สำหรับคนที่เป็นโรควิตกกังวล ความคิดเหล่านี้จะยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่หายไปไหน และจะยิ่งเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ

การวิตกกังวลเล็กน้อยถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะมันจะทำให้เรารู้สึกตื่นตัว และรู้จักเตรียมพร้อมที่จะรับมือเหตุการณ์ตรงหน้าได้ดีมากขึ้น แต่ถ้ากังวลมากเกินไป ก็อาจจะส่งผลต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวันได้เช่นกันค่ะ

อาการวิตกกังวล เพื่อนร่วมงาน

โรควิตกกังวลถือเป็นโรคทางจิตเวชโรคหนึ่ง

ถ้าพิจารณาโรควิตกกังวลตาม เกณฑ์การวินิจฉัยโรคทางจิตเวช จะแบ่งออกมาเป็น 7 โรค ด้วยกัน ได้แก่

  • โรคกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder)
  • โรคแพนิก (Panic Disorder)
  • โรคกลัวอย่างจำเพาะเจาะจง (Specific Phobia)
  • โรคกลัวการเข้าสังคม (Social Phobia)
  • โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive Compulsive Disorder)
  • ภาวะผิดปกติทางจิตใจจากเหตุการณ์วินาศภัย (Post Traumatic Stress Disorder)
  • ภาวะกังวลต่อการแยกจาก (Separation Anxiety Disorder)

ซึ่งอาการวิตกกังวล  หรือความเครียดในที่ทำงาน อาจเป็นสาเหตุของอาการหรือโรคต่างๆ ในอนาคต เช่น ปวดหัวไมเกรน นอนไม่หลับ หรือเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้

แล้วเมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์?

อย่างที่บอกว่า การวิตกกังวลเล็กน้อยถือเป็นเรื่องดี แต่ถ้าคุณรู้สึกวิกตกกังวลมากกว่าปกติ จนส่งผลต่อการทำงาน เช่น ไม่มีสมาธิในการทำงาน ไม่สามารถทำงานที่เคยทำได้ หรือความสัมพันธ์กับเพื่อร่วมงานแย่ลง

รวมถึงถ้ามีอาการทางกาย เช่น ใจสั่น นอนไม่หลับ ปวดท้องบ่อยๆ ร่วมด้วย มันคงถึงเวลาที่คุณควรจะไปปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อประเมินโรควิตกกังวลต่อไปค่ะ

การการวิตกกังวลอาจจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานของคุณลดลงได้ แต่แทนที่เราจะยอมให้มันมาทำให้เรารู้สึกแย่ วันนี้ Rabbit Care มี 6 ทริคดีๆ ที่จะช่วยลดและหลีกเลี่ยงความวิตกกังวลในที่ทำงานมาฝากกันด้วยค่ะ

อาการวิตกกังวล เพื่อนร่วมงาน

6 ทริคช่วยหลีกเลี่ยงอาการวิตกกังวลในที่ทำงาน

1.นั่งสมาธิทุกวัน

มีงานวิจัยหลายชิ้น ที่ยืนยันว่า คนที่ฝึกสมาธิเป็นประจำทุกวัน ไม่ว่าจะเล่นโยคะ หรือนั่งสมาธิก็ตาม จะมีความเครียดน้อยกว่าคนปกติ

ซึ่ง การนั่งสมาธิ จะช่วยให้คุณมีสติและสมาธิในการทำงานมากขึ้น และช่วยให้คุณรู้ว่าอะไรที่ควรปล่อยวางลงไปบ้างเพื่อที่จะทำให้การทำงานของคุณมีสมดุลและมีความสุขมากขึ้นด้วย

อาการวิตกกังวล เพื่อนร่วมงาน

2.อย่ารับปากคนอื่นมากจนเกินไป

การที่มีคนเลือกมาขอความช่วยเหลือจากคุณ แสดงว่า เขาเชื่อใจคุณและคาดหวังว่าคุณจะทำงานชิ้นนั้นออกมาได้ดีอย่างแน่นอน ก่อนที่จะรับปากใครสักคน เราอยากให้คุณแน่ใจก่อนว่า คุณสามารถทำสิ่งนั้นได้จริงๆ

เพราะถ้าคุณรับปากแล้ว ทำไม่ทันกำหนดส่ง หรืองานออกมาไม่เต็มที่ มันจะส่งผลต่อทั้งความเชื่อใจที่เพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้ามีให้กับคุณ และยังจะส่งผลให้คุณรู้สึกผิดหวังในตัวเอง และก่อเกิดเป็นความเครียดหรือวิตกกังวลขึ้นมาได้อีกด้วยค่ะ

ดังนั้น จะรับปากใครก็เอาแต่พอดี รับแค่ที่ตัวเองสามารถทำได้ไหว และรักษาคำพูดทุกๆ ครั้งด้วยนะคะ

อาการวิตกกังวล เพื่อนร่วมงาน

3.ใช้เวลาพักเบรกเพื่อชาร์จแบตให้ตัวเอง

การนั่งอยู่กับโต๊ะทำงานนานๆ และละเลยเวลาพักเบรกไป ไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของคุณเพิ่มขึ้นได้เลย

อันที่จริง การพักสายตา พูดคุยสนทนากับเพื่อนร่วมงาน หรือการออกไปเดินเล่นรับอากาศดีๆ ระหว่างทำงานบ้าง จะช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการทำงานและช่วยให้คุณรู้สึกกระปรี่กระเปร่าและสามารถโฟกัสกับงานตรงหน้าได้มากขึ้นค่ะ

แต่ก็มีข้อควรระวังนะคะ เพราะบางทีคนส่วนใหญ่เลือกจะใช้เวลาตรงนี้ในการพักดื่มกาแฟ หรือสูบบุหรี่ ซึ่งถึงแม้มันจะเป็นการพักเบรกจริง แต่มันก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

เราจึงอยากแนะนำให้คุณหากิจกรรมอย่างอื่น เช่น เดินเล่นสูดอากาศ หรือออกกำลังกายเล็กน้อยสัก 10-20 นาที ระหว่างเวลาทำงานดีกว่านะคะ

อาการวิตกกังวล เพื่อนร่วมงาน

4.วางแผนให้ดีและจัดลำดับความสำคัญในชีวิต

คนที่เขาประสบความสำเร็จ  นั่นก็เพราะ พวกเขารู้จักที่จะรักษาสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว โดยการเรียนรู้ที่จะบริหารเวลาที่มีให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

การวางแผนล่วงหน้า ว่าวันนี้เราต้องทำงานอะไรบ้าง ควบคู่ไปกับการแบ่งเวลาส่วนหนึ่งของวันไปใช้กับครอบครัวหรือคนที่เรารัก จะช่วยให้ชีวิตเรามีความสมดุลมากขึ้นไม่เครียดกับงานมากเกินไป แถมยังมีเวลาพักสมองหลังเลิกงานอีกด้วย

ซึ่งการแบ่งเวลาให้เป็นนี่แหละค่ะ ที่จะนำมาซึ่งความสุขในการทำงานและ ความสุขในชีวิต ของเราได้อย่างมากเลย

อาการวิตกกังวล เพื่อนร่วมงาน

5.หลีกเลี่ยงอาหารและผู้คนที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

ทั้งอาหารการกินและผู้คนที่คุณต้องพบเจอในแต่ละวัน ล้วนแล้วแต่มีผลต่อบรรยากาศในการทำงานของคุณในทุกๆ วันด้วยนะคะ

อาหารบางชนิด อย่างกาแฟ อาหารสำเร็จรูป ถ้าทานเข้าไปมากๆ อาจทำให้เกิดความเครียดและวิตกกังวลได้มากขึ้น

ดังนั้น การหันมารับประทานอาหารสุขภาพต่างๆ เช่น ถั่ว ธัญพืช ปลา หรือผลไม้ ระหว่างทำงานแทนพวกขนมขบเคี้ยวหรือลูกอม จะช่วยทำให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรง และ ห่างไกลจากโรควิตกกังวล ได้มากขึ้นค่ะ

เช่นเดียวกับ เพื่อนร่วมงานของคุณ การหลีกเลี่ยงหัวข้อสนทนาบางอย่างที่ก่อให้เกิดความรู้สึกแง่ลบ เช่น การซุบซิบนินทาผู้อื่นหรือการเมืองในออฟฟิศ จะช่วยลดความวิตกกังวลในที่ทำงานของคุณได้และยังช่วยให้คุณมีสุขภาพจิตใจที่ดีขึ้นได้ด้วยค่ะ

อาการวิตกกังวล เพื่อนร่วมงาน

6.ฝึกความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่นและตัวเอง

ถ้าอาการวิตกกังวลของคุณมีผลจากคำตำหนิจากเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า หรือหัวหน้างานของคุณ คุณเองก็จะต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจเจตนาของผู้อื่นและคิดในแง่บวกให้มากขึ้น

คุณควรเรียนรู้ที่จะน้อมรับคำติชมต่างๆ เพื่อไปปรับปรุงการทำงานของตัวเองให้ดีขึ้น และตำหนิตัวเองให้น้อยลง แต่ให้คิดซะว่า เขาติเราเพื่อก่อให้เราเกิดผลงานที่ดีขึ้นในอนาคต ลอง ปรับมุมองเปลี่ยนความคิด ซะบ้าง คุณอาจจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ และได้ทัศนคติใหม่ๆ กลับมาก็เป็นได้นะคะ

หลายๆ ครั้ง อาการวิตกกังวลเกิดจากการที่คุณไม่เชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง เราอยากให้คุณเริ่มต้นโดยการ เชื่อมั่นในความสามารถของคุณก่อน และอย่าให้ความไม่มั่นใจนี้มาส่งผลต่อการทำงานของคุณได้

ถ้าคุณสามารถควบคุมอาการวิตกกังวลในที่ทำงานของคุณได้ จะทำให้คุณเป็นคนน่าเชื่อถือมากขึ้น และยังจะช่วยให้ ทั้งชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานของคุณราบรื่นและมีความสุขมากขึ้นอีกด้วยค่ะ เรียนรู้ทริคดีๆ เหล่านี้แล้วก็อย่าลืมนำไปปรับใช้กันนะคะ

บทความทั้งหมด

เปิดร้าน
สินเชื่อส่วนบุคคล

หน้าร้อนนี้ เปิดร้านขายอะไรดี ให้ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ

ตอนนี้ประเทศไทยของเราก็ก้าวเข้าสู่ฤดูร้อน (Summer) อย่างเป็นทางการแล้ว วันหยุดยาวก็ใกล้เข้ามาด้วย เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงกำลังมองหาโอกาสในการสร้างรายได้ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านเพื่อหารายได้หลัก หรือทำเบา ๆ เป็นรายได้เสริมช่วงหน้าร้อนนี้ แต่กำลังคิดอยู่ว่าจะเปิดร้านอะไร หรือจะหาของแบบไหนมาขายดีนะ? หน้าร้อนนี้ เปิดร้านขายอะไร ให้ลูกค้าเยอะ กำไรแยะ หากต้องการเปิดร้านเพื่อขายของสักอย่างแล้ว ขั้นแรกที่ควรคิดก่อนเปิดร้านก็คือสินค้าแบบไหนที่จะขายได้ แล้วในช่วงที่อากาศร้อน

เด็กแรกเกิด-โรคในเด็ก
ประกันสุขภาพ IPD-OPD

โรคพบบ่อยในเด็กแรกเกิด ที่คุณพ่อคุณแม่ควรระวัง

เด็กแรกเกิดที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้เป็นเวลาไม่นาน เป็นวัยที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ และยังเป็นวัยที่มีภูมิคุ้มกันโรคต่ำ จึงง่ายต่อการติดเชื้อหรือเจ็บป่วย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตอาการของลูกน้อยอย่างสม่ำเสมอ บทความนี้ Rabbit Care จะขอหยิบเอาเรื่องของโรคที่พบบ่อยในเด็กแรกเกิด มาแบ่งปันให้กับทุกครอบครัวที่มีเด็กแรกเกิด เพื่อช่วยกันสังเกตอาการของเด็กทารก หากมีอาการผิดปกติจะได้พาไปรักษาได้อย่างทันท่วงที จะมีโรคอะไรบ้าง เลื่อนลงมาอ่านได้เลย ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในเด็กแรกเกิด คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ เพราะเด็กทารกนั้นยังพูดไม่ได้ แต่สามารถสื่อสารได้จากพฤติกรรม ซึ่งพ่อแม่ต้องหมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูกอยู่ตลอดว่าเป็นอย่างไร

ทิพยประกันชีวิต แรบบิทไฟแนนซ์ ประกันออนไลน์
ข่าวประชาสัมพันธ์

ทิพยประกันชีวิต จับมือ แรบบิท ไฟแนนซ์ ส่งต่อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตให้ถึงมือคนไทยได้ง่ายขึ้น

บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยนายนพพร บุญลาโภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จับมือกับบริษัท แรบบิท อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด โดยนายไมเคิล มัลเฟรด สไตรเบิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกัน“บำนาญ 90/2” และประกัน“คุ้มครองโรคมะเร็ง” เมื่อตรวจพบมะเร็งทุกระยะรับทันทีสูงสุด

icon image icon image
Back to top