ประกันรถยนต์

เหตุผลที่ควรมี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2

ผู้เขียน : 9 Tails
Published December 12, 2017
ประกันรถชั้น 2

ต่างคนย่อมมีความคิดที่ต่างกัน บางคนชอบรถใหม่ป้ายแดง เพราะรถที่ได้มาไม่เคยเป็นของใครมาก่อน ถือเป็นรถใหม่ที่ได้มาพร้อมประกันชั้น 1 แต่บางคนก็เห็นว่า ซื้อรถมือสอง ไม่ใช่รถเก่าอายุ 10 ปีเสมอไป อาจเป็นรถใหม่ปีล่าสุดก็ได้ ที่เจ้าของขายทิ้งเพื่อไปซื้อรถคันใหม่กว่าก็เท่านั้น

ประกันรถ ก็เหมือนจะเข้าข่ายอยู่หน่อยๆ หลายคนเข้าใจว่า “ซื้อประกันรถ ออกจะสิ้นเปลือง” ค่างวดรถก็ต้องจ่าย ค่าบำรุงรักษารถก็ด้วย ค่าน้ำมัน ฯลฯ ยังต้องมาจ่ายค่าประกันรถอีกเหรอเนี่ย ประกันรถชั้น 2 ยิ่งแล้วใหญ่ ราคาครึ่งกลางๆ จะแพงก็ไม่จะถูกก็ไม่ แค่ขับรถให้ดี ระมัดระวังไม่ต้องซื้อประกันรถ ก็น่าจะพอแล้ว

ประกันรถชั้น 2

ขับรถดี ต้องมีประกันรถชั้น 2 อยู่ไหม

ถ้าเอาตามความเป็นจริง การซื้อประกันชั้น 2 หรือชั้น 1 ก็ถือว่าเป็นการจัดการความเสี่ยงรูปแบบหนึ่ง เราไม่รู้ได้เลยจริงๆ ว่า อีก 1 กิโลเมตร เราจะเจออุบัติเหตุอะไรไหม ฝนจะตกหนักจนทำให้รถเสียหลักหรือเปล่า หรือจะมีคนเขาขับรถมาชนเราหรือไม่

ประกันรถยนต์ ไม่ได้ป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ แต่ ประกันรถจะช่วยจัดการความเสี่ยงให้เรา และความเสี่ยงที่ว่าก็คือ “เงิน” ที่จะต้องจ่าย หรือซ่อม หรือรักษาตัว

คำถามต่อมาก็คือ

  • ขับรถดีมากๆ ขับมาหลายปีแล้ว ไม่เคยชนใคร หรือใครมาชนเลย แล้วแบบนี้จะต้องทำประกันรถอีกไหม
  • ยอมรับว่าขับรถชนบ้าง อย่างมากก็ รถเฉี่ยวกัน  เบี้ยประกันครึ่งๆ กลางๆ อย่างประกันรถยนต์ประเภท 2 น่าจะไม่คุ้ม ซ่อมเองดีกว่า

https://youtu.be/k2WBjdVS280

แต่ถ้ามองย้อมกลับไปอีกที ก็คงจะเจอคำพูดเดิมๆ หรือประโยคเดิมๆ ว่า “เราไม่สามารถรู้อนาคตได้เลย” สิ่งที่จะบอกก็คือ อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ตลอด มีไว้ไม่ได้ใช้ ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มี เหตุผลที่ควรมีประกันรถยนต์ ชั้น 2 ชั้น3 หรือประกันรถประเภท ไหนๆ ก็คือ 

  • ซื้อเวลา

ทุกคนไม่ชอบการสาย ไม่ชอบการเสียเวลากับเรื่องอะไรสักอย่างด้วยเวลานานๆ ซึ่งรถชนกัน เป็นอะไรที่ยาวนานมากๆ ถ้าเคลียร์กันไม่ได้สักที ในข่าวที่เห็นบ่อยๆ รถชนนิดเดียว เฉี่ยวกันนิดเดียว ก็มีเรื่องใหญ่โต (เช่น กราบรถกู )

การใช้ประกันรถยนต์จึงเป็นการซื้อเวลาและยังปกป้องเราที่ดีที่สุด ไม่ต้องเกิดการทะเลาะกัน เรามีประกันรถยนต์ชั้น 2 คู่กรณีมีประกันรถชั้น 3 เคลียร์กันได้ง่ายๆ ด้วยเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกัน

  • ไม่ต้องควักเงิน

และนี่คือความหมายของ ประกันรถช่วยกระจายความเสี่ยง สมมติว่ารถชนกันโครมคราม แล้วรถเราต้องเข้าอู่ ไหนจะต้องหา รถยกหรือรถลาก ถ้าเข้าซ่อมอู่ที่ไม่รู้ว่าเชี่ยวชาญแค่ไหน อู่ปลอมที่หลอกเปลี่ยนอะไรแท้ออกไปหรือเปล่า

แน่นอนว่า บริษัทประกันย่อมมีอู่ที่ได้มาตรฐานอยู่แล้ว หรือเรื่องเงินที่ต้องจ่ายค่าซ่อม สมมติเราถือประกันชั้น 2 คู่กรณีถือประกันชั้น 1 เราไม่ใช่ฝ่ายผิด ก็หวานหมูไปเลย เพราะเราไม่ต้องออกเงินค่าซ่อมสักบาท   

ประกันรถชั้น 2

รถชน ถือประกันชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง

ถึงแม้ประกันชั้น 2 จะมีราคากลางๆ (ที่จะแพงก็ไม่ ถูกก็ไม่) แต่ก็ยังได้รับความนิยมไม่หายไปไหน เพราะความคุ้มครองที่ครบครันไม่แพ้ประกันชั้น 1 เลย เพื่อป้องกันเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ แล้วเราจะรับมืออย่างไร ควรรู้ถึงเงื่อนไขที่ประกันรถชั้น 2 จะคุ้มครองดีกว่า

ในกรณีที่เป็นฝ่ายผิด แล้วมีประกันรถยนต์ ชั้น 2

ถ้าเราเป็นฝ่ายถูกก็โล่งใจไปได้เลย ว่าได้รับความคุ้มครองแน่ๆ แต่ถ้าเราเป็นฝ่ายผิด ประกันชั้น 2 จะไม่ได้คุ้มครองในช่วงการชน หมายความว่า

ถ้าเกิดอุบัติเหตุ รถไปชนกับคันอื่น แล้วเราผิด บริษัทประกันรถยนต์จะซ่อมรถของคู่กรณีให้ ส่วนรถของเราก็ต้องซ่อมเอง

นอกจากนี้ ถ้ามีความเสียหายต่อชีวิตหรือการบาดเจ็บของบุคคลภายนอก สิ่งที่จะได้รับก็คือ วงเงินคุ้มครองสูงสุด และคุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

ในกรณีที่เป็นฝ่ายถูก ประกันชั้น 2 ทำอะไรได้บ้าง

ง่ายๆ เลยก็คือ เรียกร้องค่าเสียหายจากคู่กรณี โดยตีราคาซ่อมว่าเท่าไหร่ แล้วไปเรียกร้องกับคู่กรณี ให้บริษัทประกันของคู่กรณีดำเนินการ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

หลายคนคงสงสัยอยู่ว่า ไหนว่าประกันชั้น  คุ้มครองคล้ายๆ กับประกันชั้น 1 แต่ทำไมไม่คุ้มครองรถของเราด้วย เบี้ยประกันก็แพงซะเปล่า แบบนี้ไม่คุ้มเลย ขอบอกว่าใจเย็นๆ ก่อน เพราะยังมีประกันรถชัั้น 2 พลัส ที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้

ประกันชั้น 2+ เป็นประกันรถแบบพิเศษที่คุ้มครองเหมือนประกันชั้น 1 เบี้ยประกันสูงไม่เท่า ความพิเศษของประกันชั้น 2+ คือ คุ้มครองรถของเราด้วย (แต่ต้องเป็นกรณีที่รถชนกับรถเท่านั้น)

ประกันรถชั้น 2

ความคุ้มครองเพิ่มเติมจากประกันชั้น 2 และชั้น 2+

เมื่อรู้แล้วว่า ประกันชั้น 2 (และประกันชั้น 2+ ที่ให้ความคุ้มครองที่ดีกว่า) มีเงื่อนไขหลักๆ อะไรบ้าง รู้ไหว่า ประกันชั้น 2 และประกันรถ 2+ ยังคุ้มครองเพิ่มเติมในเรื่องของธรรมชาติที่เดาใจได้ยากอีกด้วย ได้แก่

  • ไฟไหม้

อากาศร้อนอบอ้าว รวมไปถึงรถยนต์ส่วนใหญ่หันมาใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงกันล้ว ถ้ารถใช้แก๊สไม่ได้รับการติดตั้งอย่างมีมาตรฐาน แน่นอนว่า รถอาจจะไฟไหม้ได้เลย

  • น้ำท่วม

ตามใดที่กรุงเทพ หรือประเทศไทยยังมีน้ำรอการระบายขังอยู่เรื่อยๆ หรือสภาพอากาศที่ไม่นอน เดี๋ยวฝนก็ตก เดี๋ยวแดดก็ออก รู้ตัวอีกทีน้ำก็มาถึงเข่าแล้ว น้ำท่วมรถ ส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ไม่แพ้กัน ดังนั้น ประกันรถชั้น 2 และประกันรถยนต์ 2+ ก็ให้ความคุ้มครองเรื่องนี้

  • โจร

ทุกวันนี้ การทำมาหากินด้วยอาชีพสุจริตคงจะยากนัก เหล่าโจรก็ยังชุกชุมอยู่เหมือนเดิม รถที่จอดไว้ข้างถนน ฟุตปาธ หรือจอดไว้หน้าบ้านของตัวเอง บางทีก็โดนยกไปแบบไม่รู้ตัว รถหาย หรือรถถูกโจรกรรม ประกันชั้น 2 ก็ให้ความคุ้มครองเรื่องนี้เช่นกัน

ประกันรถชั้น 2 ถึงแม้จะมีราคาครึ่งๆ กลางๆ ที่ให้ความคุ้มครองจะเท่าชั้น 1 ก็ไม่เท่า ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงให้กับเงินของเราได้ดีเลยทีเดียว แต่ถ้าใครคิดว่าซ่อมรถคนอื่นแล้ว ต้องซ่อมรถเราด้วยสิ ก็คงต้องใช้ประกันชั้น 2+ แล้วล่ะ จำไว้เลยว่า มี (ประกันรถชั้น 2 )ไม่ได้ใช้ ดีกว่าจะใช้ (ประกันรถ) แล้วไม่มี

บทความประกันรถยนต์

Rabbit Care Blog Image 74854

ประกันรถยนต์

ไขคำตอบ รถยนต์ไฟฟ้า EV สามารถซื้อประกันรถยนต์ได้หรือไม่?

เนื่องจากเทคโนโลยีอันก้าวกระโดดทำให้มนุษย์เปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ซึ่งบริษัทผลิตรถยนต์หลายแห่งก็ได้พัฒนารถรุ่นใหม่ ๆ
Beer Veerasak
27/10/2021
Rabbit Care Blog Image 74785

ประกันรถยนต์

How to เปรียบเทียบประกันรถยนต์กับ Rabbit Care ง่าย ๆ ภายใน 8 ขั้นตอน!

Rabbit Care เราขอนำเสนอระบบเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ ซึ่งจะช่วยให้คุณได้แผนประกันรถยนต์ที่ตรงใจได้ง่าย ๆ ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 นาที
Beer Veerasak
19/10/2021
Rabbit Care Blog Image 71197

ประกันรถยนต์

แชร์เคล็ดลับ ล้างรถด้วยตัวเองลดรอยขนแมว

รถของใคร ใครก็รัก แล้วจะทำยังไงให้ถนอมสีรถสุดที่รักให้ยังดูใหม่เสมอ ไม่มีรอยขีดข่วนกันนะ? วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ สำหรับการล้างรถมาฝาก !  ส่องเคล็ดลับ
คะน้าใบเขียว
27/07/2021