ประกันรถยนต์

7 สิ่งที่ควรทำหากรถคุณถูกน้ำท่วม!

ผู้เขียน : kanokwan
Published August 15, 2017
ขับรถลุยน้ำท่วม
ฝนนี้พระพิรุณดูจะทำงานหนักกว่าปกติส่งผลให้ในหลายพื้นที่เกิดภาวะอุทกภัยเฉียบพลัน ฉับพลันถึงขนาดที่อพยพไม่ทันกันเลยทีเดียว เพราะรู้ตัวอีกทีน้ำก็มาจนท่วมมิดคันรถ แน่นอนว่าทุกท่านที่ประสบเหตุดังกล่าวคงต้องเครียดแน่นอน เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเสียค่าซ่อมรถไปอีกเท่าไร เผลอๆ อาจจะต้องขายรถ! วันนี้ เรามาดูกันดีกว่าว่า หากท่านคือผู้ประสบภัยหลังน้ำลดแล้ว เราจะดูแลรถอย่างไรได้บ้างมาดูกันค่ะ

ขับรถลุยน้ำท่วม

7 สิ่งที่ควรทำหากรถคุณถูกน้ำท่วม!

1. อย่าพยายามสตาร์ทรถเด็ดขาด!

เรารู้ว่าคุณอยากจะลองทดสอบใจจะขาดว่ารถของคุณยังใช้งานได้อยู่หรือไม่ แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งสตาร์ท เพราะถ้าหากในเครื่องยนต์ยังมีน้ำหลงเหลืออยู่แล้วคุณไปพยายามสตาร์ทมัน ก็อาจจะทำให้กระแสไฟฟ้าภายในลัดวงจรจนไม่สามารถซ่อมได้!

2. ติดต่อบริษัทประกันของคุณ

ข่าวดี! ประกันบางประเภทนั้นครอบคลุมในกรณีที่รถเกิดอุทกภัยด้วย เพราะฉะนั้นก่อนจะทำอะไรทันทีที่น้ำลด รีบโทรหาตัวแทนประกันของคุณด่วนๆ และสอบถามว่าประกันของท่านครอบคลุมในกรณีนี้หรือไม่ เพราะถ้าหากครอบคลุมแล้วท่านอาจจะไม่ต้องเสียเงินแน่นอน!

3. รีบเป่าแห้งเบื้องต้น

หากน้ำเข้าไปในรถของท่าน แม้น้ำจะลดไปหมดแล้วแต่ราจะเติบโตอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว สิ่งที่ท่านควรทำคือเปิดประตูทุกบานในรถเพื่อไล่ความชื้น วางผ้าเช็ดตัวบนพื้นรถเพื่อซับน้ำที่ยังหลงเหลืออยู่ ถ้าจะให้ดีควรวางแผนเปลี่ยนพรมและเบาะในรถยกชุด

4. ตรวจสอบน้ำมันและเครื่องกรองอากาศ

หากคุณเห็นรอยคราบน้ำมันบนพื้น, เกจน้ำมันขึ้นสูงสุด, ตัวกรองอากาศมีน้ำเข้า อย่าพยายามสตาร์ทรถหรือแก้ไข รีบลากไปให้ช่างดูทันที (แต่อันที่จริงคุณสามารถลองเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ถอดปลั๊กหัวเทียนจากนั้นพยายามเป่าน้ำออกได้นะ แต่เราไม่แนะนำ ไปให้ช่างทำเถอะ!)ขับรถลุยน้ำท่วม

5. ตรวจสอบระบบของเหลวอื่นๆ ทั้งหมด

แน่นอนว่าในเครื่องยนต์รถคันหนึ่งมีระบบของเหลวอยู่มากมาย และเมื่อน้ำท่วมรถก็เป็นไปได้ว่าของเหลวเหล่านี้จะถูกเจือจาง หรือถูกผสมจนหมดประสิทธิภาพ คุณควรลองตรวจเช็คและจดอาการในเบื้องต้นไว้ เผื่อว่าเจอช่างจะได้บอกถูก

6. เช็คระบบไฟฟ้าทั้งหมด

หากคุณตรวจสอบเครื่องยนต์เบื้องต้นหลังน้ำท่วมรถแล้วพบว่า "ดูดีไม่มีอะไรมีปัญหา" (ในกรณีที่น้ำท่วมไม่ถึงห้องเครื่อง) แต่อย่าเพิ่งวางใจ ลองเช็คระบบไฟฟ้าภายในรถทั้งหมดดูก่อน ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า, ไฟเลี้ยว, เครื่องปรับอากาศ, สเตอริโอ, ไฟล็อค,กระจก และไฟแสดงสถานะต่างๆ หากคุณสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติแม้แต่เล็กน้อยก็ลากไปหาช่างได้เลย

7. ตรวจสอบรอบๆ ล้อและตรวจยางรถ

เมื่อน้ำมา น้ำจะผัดโคลนและเศษขยะแปลกๆ มาด้วย เมื่อน้ำลดโคลนเหล่านั้นจะแห้งกรังกลายเป็นติดเกาะแน่นรอบล้อของคุณ แน่นอนว่าถ้าคุณไม่ตรวจสอบให้ดีแล้วเลื่อนรถ เจ้าโคลนและเศษขยะต่างๆ ก็อาจจะทำร้ายรถคุณจนเกิดผลเสียมากมายตามมาได้เพราะฉะนั้นก่อนเลื่อนรถที่โดนน้ำท่วม ควรตรวจดูให้ดีก่อนดีกว่า จะได้ไม่มาเสียใจภายหลัง แม้จะผู้ขับขี่จะเคยเรียนรู้และรับทราบวิธีขับรถลุยน้ำท่วมแล้วก็ตาม แต่สำหรับ 7 วิธีข้างต้นนี้เป็นเพียงขั้นตอนง่าย ๆ เบื้องต้นเท่านั้นที่คุณจะเช็ครถของคุณก่อนจะไปถึงมือช่าง และน่าเสียดายบางครั้ง สำหรับรถยนต์ที่โดนน้ำท่วมหนัก ถึงแม้จะซ่อมแล้วก็ตาม แต่อาจจะต้องประสบกับปัญหาไปเป็นเดือน หรือเป็นปี ลงท้ายด้วยการต้องขายรถได้  ไม่ว่าอย่างไร เราก็ขอเป็นแรงใจให้พี่น้องชาวไทยที่กำลังประสบเหตุอุทกภัยอย่าได้ท้อ หลังน้ำลดจะมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นแน่นอนค่ะ ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก เว็บไซต์ carsome ด้วยนะคะ 

สนใจประกันรถยนต์ราคาพิเศษ คลิกเลย

 

บทความประกันรถยนต์

Rabbit Care Blog Image 75877

ประกันรถยนต์

สรุป 3 ข้อต้องรู้ ‘ต่อภาษีรถยนต์’ ที่ไหน? ใช้อะไรบ้าง?

การต่อภาษีรถยนต์ในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายมากขึ้น จากช่องทางให้บริการต่อภาษีที่สำนักงานขนส่งแบบเดิม ช่องไดรฟ์ทรู ไปรษณีย์ไทย
Tawan
19/01/2022
Rabbit Care Blog Image 75753

ประกันรถยนต์

ซื้อประกันรถทั้งที ต้องเปรียบเทียบประกันรถยนต์อย่างไรบ้าง ?

อยากจะซื้อประกันรถทั้งที มือใหม่หัดขับทั้งหลายจะเลือกประกันรถยนต์อย่างไรดีนะ? หรือถ้าอยากเปลี่ยนประกันรถที่ใช้มานาน
คะน้าใบเขียว
17/01/2022
Rabbit Care Blog Image 75828

ประกันรถยนต์

เปิด 3 ข้อสงสัย ‘เช็คระยะรถยนต์’ ที่มือใหม่ต้องรู้

การเช็คระยะรถยนต์ คือ การตรวจสอบสภาพชิ้นส่วน อะไหล่ ตลอดจนการทำงานของรถยนต์ เมื่อใช้งานครบตามระยะเวลาหรือระยะทางที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นการเช็คระยะรถยนต์ Honda
Tawan
13/01/2022