6 วิธีสุดเบสิกเลี่ยงค่าซ่อมรถแพงๆ จาก อู่ซ่อมรถ

ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงแบบนี้ เลี่ยงค่าใช้จ่ายอะไรได้ก็ควรเลี่ยง จริงไหมคะคุณผู้อ่าน แต่สำหรับค่าใช้จ่ายราคาแพงอย่างรถยนต์แล้วละก็ Rabbit Care ขอบอกเลยค่ะว่ายาก! ยิ่งเวลาที่รถยนต์ของคุณประสบอุบัติเหตุ หรือ รถเสีย ทางเลือกเดียวที่คุณสามารถทำได้ก็คือ การส่งรถซ่อมที่ อู่ซ่อมรถ

แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้เรื่องการช่าง ดังนั้น เวลาที่ อู่ซ่อมรถ บอกว่ารถของคุณต้องซ่อม คุณจึงต้องเชื่อ และยอมจ่ายค่าซ่อมรถราคาแพงเหล่านั้น ทั้งที่ความจริงแล้วคุณอาจจะไม่จำเป็นต้องจ่ายเลยด้วยซ้ำ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องจ่ายค่าซ่อมรถที่ไม่จำเป็นบางส่วน วันนี้ Rabbit Care ได้หาวิธีสุดเบสิก ทำตามได้ง่ายๆ ช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงค่าซ่อมรถจากอู่ซ่อมรถได้ มาฝากกันค่ะ จะมีวิธีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยดีกว่า!

อู่ซ่อมรถ

6 วิธีสุดเบสิกเลี่ยงค่าซ่อมรถแพงๆ จาก อู่ซ่อมรถ

1. ค่าซ่อมรถปกติไม่ควรเกิน 15,000-20,000 บาท

จริงอยู่ที่ว่าในหนึ่งปี ผู้ขับขี่รถยนต์อย่างเราจะต้องมีค่าใช้จ่ายบำรุงรักษารถยนต์ และอาจจะมีค่าซ่อมรถนิดหน่อย แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามแต่ค่าซ่อมและค่าบำรุงรักษารถของคุณก็ไม่ควรที่จะเกิน 15,000 – 20,000 บาทต่อปี หากรถของคุณเป็นรถยนต์ใหม่ เพราะถ้าคุณจ่ายเงินมากกว่าที่เราบอกไปข้างต้น  Rabbit Care ว่าคุณจำเป็นต้องถามตัวเองอย่างจริงจังแล้วล่ะค่ะว่ามันเกิดอะไรขึ้น

อย่าลืมนะว่าช่างซ่อมรถเขาย่อมต้องอยากขายของเพื่อให้ได้กำไรอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น อะไหล่รถยนต์ น้ำมันเครื่อง หรืออะไรก็ตามแต่ ยิ่งช่างซ่อมรถบอกให้คุณเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องบ่อยผิดปกติ คุณก็เตรียมโบกมือลาช่างซ่อมรถและอู่ซ่อมรถนี้ได้เลย

2. ซ่อมเท่าที่จำเป็น

หากรถของคุณมีแค่งานซ่อมเล็กๆ น้อยๆ จุกจิกนิดหน่อย อาจจะดูไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่คุณรู้หรือไม่คะว่า แท้จริงแล้วอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น หากมานั่งคิดพิจารณาดีๆ  คุณจะพบว่าอู่ซ่อมรถไม่ได้กำไรมากเท่าไหร่นักกับงานซ่อมใหญ่ๆ ที่ต้องใช้เวลาซ่อมนาน

นั่นทำให้อู่ซ่อมรถส่วนใหญ่ชอบงานซ่อมแบบกลางๆ ซ่อมเสร็จได้เร็วมากกว่า เนื่องจากใช้เวลาน้อย ได้เงินเร็ว ในแต่ละวันสามารถรับทำได้มากจำนวนครั้ง ทำให้ทำกำไรได้มากกว่างานซ่อมใหญ่ๆ

ดังนั้น เวลาที่คุณต้องส่งรถเข้าอู่ก็ต้องท่องเอาไว้เสมอค่ะว่า ช่างจะสรรหาสารพัดวิธีให้คุณเปลี่ยนอะไรนิด ให้คุณซ่อมอะไรหน่อยจนเงินของคุณถูกดูดออกไปไม่เหลือจนหมดตัว

อู่ซ่อมรถ

3. ค่าตรวจสภาพรถ

เวลาที่รถของคุณเสียสิ่งแรกที่ช่างซ่อมรถจะทำกับรถของคุณเลยก็คือ การตรวจสภาพรถยนต์ ซึ่งในการตรวจสภาพรถยนต์ โดยมากช่างจะใช้เวลาในการตรวจสภาพรถ 1 – 2 ชั่วโมง ซึ่งใน 2 ชั่วโมงนั้นคุณอาจจะเสียเงินค่าตรวจไปแล้วโดยที่รถของคุณยังไม่ทันได้ซ่อมเลยด้วยซ้ำ

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วการตรวจสภาพรถจริงๆ ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาทีเลยด้วยซ้ำ ยิ่งถ้าช่างซ่อมรถคนนั้นเป็นช่างที่มีความชำนาญมากด้วยแล้วละก็ ช่างเขาก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่ารถของคุณเสียตรงไหน เพียงแค่ถามคำถามไม่กี่คำถามกับคุณเท่านั้นเอง

4. เปรียบเทียบราคาให้ดีก่อนซ่อม

อู่ซ่อมรถบนโลกนี้มีมากมายหลายแห่ง มีทั้งอู่ซ่อมรถที่ดี ซ่อมรถตามสมควร ให้คุณจ่ายค่าซ่อมรถตามจริง และ อู่ซ่อมรถที่ไม่ดี กล่าวคือ พยายามให้คุณซ่อมรถมากเกินกว่าที่จำเป็น จ่ายค่าซ่อมรถเกินจริง จะดีกว่าไหมหากคุณลองสอบถามราคาค่าซ่อมรถจากแต่ละอู่ซ่อมรถให้ดีก่อน จะได้เปรียบเทียบราคาหลายๆ อู่ก่อนที่จะตัดสินใจ

อู่ซ่อมรถ

5. สังเกตรถยนต์อยู่เสมอ

เมื่อคุณซื้อรถยนต์มาแล้วใช่ว่าจะขับไปนู่นมานี่แล้วก็จบกันนะคะ อย่าลืมค่ะว่ารถยนต์ของคุณนั้นต้องอยู่ให้คุณใช้งานไปอีกนาน จะดีกว่าไหมหากคุณหมั่นสังเกตรถยนต์ของตนเองบ้าง เมื่อคุณเริ่มสังเกตรถยนต์ของตนเอง เวลาที่เกิดอะไรผิดปกติไปจากเดิมคุณจะได้ทราบทันทียังไงล่ะคะ

ดังนั้น ใครที่ไม่เคยสังเกตรถยนต์ของตนเองเลย ต้องเริ่มสังเกตมันได้แล้วนะ ยิ่งคุณรู้สึกถึงความผิดปกติของรถเร็วเท่าไหร่ เงินที่คุณจะต้องเสียไปสำหรับการซ่อมก็จะยิ่งน้อยลงไปเท่านั้น เช่น รถสตาร์ทไม่ติด  หนูกัดสายไฟ 

6. ทำประกันรถยนต์

เพราะคุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ต่อให้คุณเป็นคนที่ขับรถยนต์ได้ดีแค่ไหน ก็ไม่อาจวางใจได้เลยว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้น อย่าลืมค่ะว่าคนที่ใช้ถนนหนทางไม่ได้มีแค่คุณคนเดียว ยังมีคนอื่นอีกด้วย เพื่อความไม่ประมาททำ ประกันรถยนต์ เอาไว้จะดีกว่า เวลาเกิดปัญหาขึ้นมาจะได้มีคนมาช่วยรองรับปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาหลังเกิดอุบัติเหตุ

และนี่ก็คือ 6 วิธีสุดเบสิกที่ Rabbit Care คัดมาแล้วค่ะว่า หากทำตามนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าซ่อมรถที่ไม่จำเป็นได้ ใครที่มีปัญหาต้องจ่ายค่าซ่อมรถยนต์เยอะผิดปกติก็ลองนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ดูค่ะ

บทความทั้งหมด

ฮีทสโตรก
บัตรกดเงินสด

หน้าร้อนอันตราย! สัตว์เลี้ยงก็เป็นโรคฮีทสโตรกได้นะ!

ไม่ใช่แค่คนอย่างเราๆ เท่านั้น ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคฮีทสโตรก หรือโรคลมแดด แต่ในสัตว์เลี้ยงแสนรัก อย่าง น้องหมา น้องแมว ก็สามารถเป็นได้เช่นกัน! ว่าแต่อาการจะเป็นยังไง มีอาการแบบไหนให้สังเกตอาการ หรือมีวิธีปฐมพยาบาลไหมนะ มาดูกันเลยดีกว่า     หน้าร้อนอันตราย! สัตว์เลี้ยงก็เป็นโรคฮีทสโตรกได้นะ!   ฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยง แตกต่างจากคนไหมนะ

work from home
ประกันชีวิตออมทรัพย์และการลงทุน

เก็บเงินอย่างไร ถ้าต้อง work from home อีกครั้ง

สถานการณ์โควิดระลอกใหม่ ดูเหมือนจะรุนแรง และทำให้หลายๆ คน ลำบากกว่าที่คาดคิด ถึงแม้จะมีบางบริษัที่ให้พนักงานกลับมาทำงานที่บริษัทแล้ว แต่อีกหลายแห่งยังคงให้เหล่าพนักงานกลับไป work from home ต่อ ไหนๆ ก็ไม่ได้ออกไปไหนแล้ว แบบนี้เราจะเก็บเงิน เตรียมรับกับสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคตยังไงดี ? วันนี้ Rabbit Care มีเคล็ดลับดีๆ

สินเชื่อบ้าน
สินเชื่อบ้าน

ตรวจเช็กสภาพบ้าน ก่อนฤดูฝนมาถึง เริ่มตรงไหนดี?

ใกล้เข้าสู่ช่วงหน้าฝนเข้าไปทุกขณะ แน่นอนว่านอกเหนือจากการระมัดระวังสุขภาพร่างกายเป็นสำคัญแล้ว สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลย คือ บ้าน หรือที่พักอาศัยของเรานี่เอง และเพื่อเป็นการป้องกันปัญหา ที่อาจลามเกินแก้แบบนี้ การตรวจเช็กบ้าน และซ่อมแซมก่อนที่หน้าฝนจะมาถึง จึงสำคัญมาก ว่าแต่มีจุดไหนที่ตรวจเช็กเป็นพิเศษ และซ่อมแซมเร่งด่วนด้วยสินเชื่อบ้านบ้างไหม ? ไปเช็กกันเลยดีกว่า  ตรวจเช็กสภาพบ้าน ก่อนฤดูฝนมาถึง เริ่มตรงไหนดี? หมั่นตรวจเช็กรอยรั่วซึมต่างๆ ในบ้าน

icon image icon image
Back to top