ประกันรถยนต์

10 จุดเช็กให้ชัวร์ ก่อนออกตัว ขับรถทางไกล

ผู้เขียน : V.yada
Published April 05, 2018
ขับรถทางไกล
ช่วงวันหยุดยาวทีไร หลายๆคนก็คงอยากจะไปทริปเที่ยวทางไกลกับแก๊งเพื่อนซี้หรือไปเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวกันอยู่แล้วใช่มั้ยคะ แต่จะขับรถทางไกลทั้งที ถ้าไม่ ตรวจสอบสถาพรถ ให้ดีก่อนออกเดินทาง มันอาจจะเป็นอันตรายกับทั้งตัวรถและตัวคุณได้ค่ะ

วันนี้ rabbit finance จึงอยากชวนคุณมาดู 10 จุดที่ควรเช็กให้ชัวร์ ก่อนออกตัวขับรถเที่ยวทางไกล เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับคุณและเพื่อนร่วมเดินทางกันค่ะ

ขับรถทางไกล1

10 จุดเช็กให้ชัวร์ ก่อนออกตัวขับรถทางไกล

เช็ก 1 : สภาพรอบตัวรถ

ก่อนออกรถ เราควรจะสังเกตให้ดีก่อนว่า รอบๆรถของเรามีรอยขีดข่วน รอยบุบ หรือมีชิ้นส่วนใดๆเสียหายบ้างหรือไม่ซึ่งถ้ารอยหรือชิ้นส่วนรถสำคัญๆ อย่าง กันชนหรือแผ่นรองใต้ห้องเครื่อง เริ่มหลุดหรือไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แล้ว เราควรจะรีบนำไปซ่อมก่อนออกเดินทางนะคะ เพราะไม่อย่างนั้น ถ้าฝืนขับต่อไป มันอาจจะ เกิดอุบัติเหตุ ขึ้นมาภายหลังได้ค่ะ

เช็ก 2 : ล้อและยาง

ก่อนจะออกเดินทางไกล เราต้องสำรวจให้แน่ใจก่อนว่า ยางของเราทุกเส้นมีรอยรั่วแบนหรือบวมมั้ย ซึ่งถ้ามีก็ควรเปลี่ยนใหม่ทันที หรือถ้าไม่สะดวกจะเปลี่ยนก่อนเดินทางจริงๆ ก็ควรมีล้ออะไหล่สำรองเผื่อไว้เปลี่ยนกรณีฉุกเฉินด้วยนอกจากนั้น คุณควรจะเช็กแรงดันลมยางให้พร้อม โดยการขับรถทางไกลเราควรจะเราควรจะ เติมลมยาง ให้แข็งกว่าปกติสัก 2-3 ปอนด์ค่ะ และอย่าลืมเปลี่ยนยางอย่างน้อย 2-3 ปี/ครั้งนะคะ ดอกยางจะได้ไม่สึกจนเกินไป จะได้ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ค่ะ

เช็ก 3 : ระบบหล่อเย็น

ระบบหล่อเย็น ของรถยนต์ มีหน้าที่ช่วยรักษาอุณหภูมิการทำงานของเครื่องยนต์ เพื่อไม่ให้มันมีอุณหภูมิสูงเกินไปเมื่อเครื่องยนต์ทำงานหนักอย่างการขับรถทางไกลค่ะซึ่งเราสามารถเช็กระบบหล่อเย็นได้ง่ายๆ แค่ตรวจระดับน้ำยาหล่อเย็นโดยมองจากภายนอก ถ้าระดับน้ำยาน้อยกว่า Min เกินไปคุณก็สามารถไปหาซื้อน้ำยาหล่อเย็นมาเติมได้ตามอู่ซ่อมรถใกล้บ้านค่ะขับรถทางไกล2

เช็ก 4 : น้ำมันเบรก

น้ำมันเบรก มีหน้าที่ช่วยหล่อลื่นส่วนต่างๆของระบบเบรก ซึ่งถ้าน้ำมันเบรกรั่วหรือไม่เพียงพอขึ้นมา อาจจะทำให้เกิดการสึกหรอในระบบเบรก และทำให้ เบรกแตก ได้ง่ายๆเลยค่ะโดยก่อนออกเดินทาง เราควรตรวจเช็กน้ำมันเบรกที่จะอยยู่บริเวณห้องเครื่อง โดยควรดูไม่ให้น้ำมันเบรกอยู่ต่ำกว่า Min และควรตรวจสอบด้วยว่าผ้าเบรกยังเหลือเพียงพอหรือไม่

เช็กที่ 5 : น้ำมันเครื่อง

อีกส่วนสำคัญที่ห้ามลืมเช็กก่อนขับรถทางไกลเด็ดขาด คือ น้ำมันเครื่อง ค่ะโดยเราสามารถดึงก้านเช็กน้ำมันเครื่องออกมาดูได้เมื่อเครื่องยนต์ดับ ซึ่งระดับน้ำมันเครื่องก็ไม่ควรอยู่ต่ำกว่าระดับที่ก้านขีดเส้นไว้ค่ะ ซึ่งเราควรจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเป็นประจำทุกๆ 10,000 กิโลเมตรด้วย เพื่อประสิทธิภาพที่ดีของเครื่องยนต์และ การขับขี่ ค่ะ

เช็กที่ 6 : ระบบปรับอากาศ

การขับรถในประเทศไทยที่อากาศร้อนแทบจะตลอดทั้งปีแบบนี้ ถ้าแอร์เสียคงกลายเป็นฝันร้ายแน่ๆเลยค่ะ โดยการดูแล ระบบปรับอากาศของรถยนต์ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดก่อนตัดสินใจเดินทางค่ะโดยเราควรจะเปลี่ยนที่กรองแอร์ทุกๆ 10,000 กิโลเมตร เพื่อลดการอุดตันของระบบปรับอากาศ ทำให้แอร์รถเย็นสบาย และยังช่วยไม่ให้รถของเรามีกลิ่นเหม็นอับด้วยนะคะ

เช็กที่ 7 : ระบบไฟฟ้า ไฟหน้ารถและไฟเบรก

เมื่อคุณสตาร์ทรถ เราอยากให้คุณลองสังเกตสัญญาณเตือนต่างๆตรงหน้าปัดรถให้ดีก่อน ว่ามีไฟเตือนอะไรผิดปกติหรือไม่ ซึ่ง สัญญาณหลักๆ ที่คุณควรดู คือ
  • ไฟเตือนแบตเตอรี่
  • ไฟเตือนถุงลม ABS
  • ไฟเตือนน้ำมันเครื่อง
ซึ่งถ้ามีสัญญาณเตือนอะไรขึ้นมา ก็อย่านิ่งนอนใจและรีบนำรถไปตรวจสภาพก่อนออกเดินทางจะดีกว่า เพราะ ถ้ารถไปเสียเอากลางทางจะทำให้คุณยิ่งเสียเวลากว่าเดิมและยังเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ถนนคนอื่นๆได้ค่ะ

ขับรถทางไกล3

เช็กที่ 8 : เส้นทางและจุดหมายปลายทาง

เมื่อตรวจสอบสภาพรถพร้อมแล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทางค่ะ โดย การขับรถทางไกล ไปยังสถานที่ที่เราไม่คุ้นชิน เราก็ควรเตรียมแผนที่และศึกษาเส้นทางไปล่วงหน้า เพื่อจะได้ไม่ต้องไปเสียเวลาหลงทางทีหลังค่ะโดยการติดตั้ง GPSในรถยนต์ น่าจะช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องนี้มากที่สุด และอย่าลืมติดตามข่าวสารทางจราจรทางวิทยุไว้ด้วยนะคะ เผื่อทางที่เราไปเกิดอุบัติเหตุหรือรถติดจะได้หลีกเลี่ยงได้ทันค่ะ

เช็กที่ 9 : คนขับรถ

เรื่องที่สำคัญไม่แพ้ความพร้อมของรถเลย คือ ความพร้อมของคนขับค่ะ โดยการขับรถทางไกลที่ต้องใช้เวลานานๆ คนขับรถควรจะเตรียมตัวเองให้พร้อมก่อนออกเดินทาง โดยการหลับพักผ่อนมาให้เต็มที่และเมื่อไหร่ที่รู้สึกง่วงก็ควรแวะพักทันทีเพื่อป้องกัน การหลับใน การขับรถทางไกลทางที่ดีควรมีการเปลี่ยนเวรกันขับบ้าง เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา จะช่วยกันขับแบ่งกันพักเพื่อการเดินทางที่สะดวกสบายมากขึ้นค่ะ

เช็กที่ 10 : เบอร์โทรและอุปกรณ์ฉุกเฉิน

การเตรียม เบอร์โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และอุปกรณ์ฉุกเฉินไว้ตอนขับรถทางไกลมีความสำคัญนะคะ เพราะ บางที่เราอาจจะขับรถเข้าป่าขึ้นเขา แล้วรถเกิดเสียขึ้นมากลางทาง เราจะได้ขอความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีค่ะนอกจากนี้ถ้าคุณมี ประกันภัยรถยนต์ ก็ควรเตรียมเบอร์โทรติดต่อบริษัทประกันเผื่อไว้ก้วยนะคะ เพราะ ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาคุณจะได้เรียกเคลมได้อย่างทันท่วงทีค่ะ

การขับรถไม่ว่าใกล้หรือไกล ก็ขอให้คุณขับขี่อย่างมีสติและมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมทางทุกคนด้วยนะคะ ขอให้เที่ยวให้สนุกค่ะ

บทความประกันรถยนต์

Rabbit Care Blog Image 74854

ประกันรถยนต์

ไขคำตอบ รถยนต์ไฟฟ้า EV สามารถซื้อประกันรถยนต์ได้หรือไม่?

เนื่องจากเทคโนโลยีอันก้าวกระโดดทำให้มนุษย์เปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ซึ่งบริษัทผลิตรถยนต์หลายแห่งก็ได้พัฒนารถรุ่นใหม่ ๆ
Beer Veerasak
27/10/2021
Rabbit Care Blog Image 74785

ประกันรถยนต์

How to เปรียบเทียบประกันรถยนต์กับ Rabbit Care ง่าย ๆ ภายใน 8 ขั้นตอน!

Rabbit Care เราขอนำเสนอระบบเปรียบเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ ซึ่งจะช่วยให้คุณได้แผนประกันรถยนต์ที่ตรงใจได้ง่าย ๆ ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 นาที
Beer Veerasak
19/10/2021
Rabbit Care Blog Image 71197

ประกันรถยนต์

แชร์เคล็ดลับ ล้างรถด้วยตัวเองลดรอยขนแมว

รถของใคร ใครก็รัก แล้วจะทำยังไงให้ถนอมสีรถสุดที่รักให้ยังดูใหม่เสมอ ไม่มีรอยขีดข่วนกันนะ? วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ สำหรับการล้างรถมาฝาก !  ส่องเคล็ดลับ
คะน้าใบเขียว
27/07/2021