ประกันรถยนต์

1 มี.ค. นี้ ทำใบขับขี่ (แบบใหม่) ต้องมี ใบรับรองแพทย์

ผู้เขียน : tira.Cha
Published February 20, 2018

นับเป็นข่าวใหม่ จากกรมการขนส่งทางบก ที่ประกาศให้ผู้มีความประสงค์ยื่นขอรับใบอนุญาตขับรถ หรือใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ จะต้องใช้ใบรับรองแพทย์ตามแบบที่แพทยสภารับรอง (2551)

และผู้ขอใบรับรองต้องลงนามร่วมกับแพทย์ผู้ตรวจร่างกายด้วย โดยจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2561 นี้

แต่ก่อนที่เราจะข้ามไปประเด็นนั้น เรามาดูประเด็นที่ชวนปวดหัวกันก่อน นั่นก็คือ การเตรียมความพร้อมก่อนไปสอบใบขับขี่

เตรียมความพร้อม ก่อนไปสอบใบขับขี่

อย่างที่ทราบกันดีว่า การสอบใบขับขี่ เป็นการสอบที่ยากเย็นแสนเข็ญซะเหลือเกิน กว่าจะผ่านกันมาได้ต้องมีรอบสามรอบสี่ขึ้นไป ซึ่งแน่นอนว่า ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ผู้สอบใบขับขี่ไม่มีการเตรียมความพร้อมมาก่อนด้วย

ฉะนั้น วันนี้ Rabbit Care จึงนำข้อมูลการสอบใบขับขี่ล่าสุดมาฝากเพื่อนๆ กัน มาดูว่าในปีนี้เพื่อนๆ ที่จะไปสอบใบขับขี่ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง และจะแตกต่างกว่าปีที่ผ่านมาหรือไม่ ?

อันดับแรก เรามาเริ่มกันที่เอกสารต่างๆ ที่ผู้สอบใบขับขี่ ต้องเตรียมให้เจ้าหน้าที่กันก่อน

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด
  • ใบรับรองแพทย์ (อายุไม่เกิน 1 เดือน)

ถ้าคุณเตรียมเอกสารพร้อมแล้ว ก็ไปกดบัตรคิวที่กรมการขนส่งทางบกกันเลย ซึ่งหากคุณได้รับบัตรคิวแล้ว คุณก็เตรียมตัวยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ และรอขั้นตอนการดำเนินการต่อไป

  • วันที่ 1 ช่วงเช้า (ทดสอบปฏิกิริยา และตรวจสอบสายตา)

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา กรมการขนส่งทางบกจึงคัดกรองผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์แน่ๆ ออกมาก่อน โดยมีบททดสอบ ดังนี้

1. ทดสอบตรวจตา (ดูตาบอดสี)

2. ทดสอบสายตาทางลึก (วัดระยะห่างวัตถุ)

3. ทดสอบสายตาทางกว้าง (มองซ้าย มองขวา)

4. ทดสอบปฏิกิริยาทางเท้า (การเหยียบเบรค)

ต่อมาทางกรมการขนส่งทางบก จะจัดอบรมสร้างจิตสำนึกใน การขับขี่รถยนต์ 5 ชั่วโมง โดยมีหัวข้ออบรม ดังนี้

1. ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรทางบก 30 นาที

2. ความรู้เกี่ยวกับเทคนิค การขับขี่อย่างปลอดภัย 30 นาที

3. ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการขนส่งทางบก กฎหมายแพ่ง และอาญา 30 นาที

4. ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ผู้ขับรถ และการบำรุงรักษารถ 30 นาที

5. ความรู้เกี่ยวกับมนุษยสัมพันธ์ และมารยาทในการขับรถ 30 นาที

6. ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพพลานามัย 30 นาที

7. หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้ขับรถ 30 นาที

8. หัวใจของการบริการทางการขนส่ง 30 นาที

9. การตรวจความพร้อมของรถก่อน และหลังการใช้งาน 30 นาที

10. ความรู้เกี่ยวกับการขับรถลากจูง และการขับรถลากจูงอย่างปลอดภัย 30 นาที

ใบขับขี่ ทำใบขับขี่
ขอบคุณภาพจาก thairath.co.th
  • วันที่ 1 ช่วงบ่าย (เตรียมทำข้อสอบ)

เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก จะมอบหนังสือรวมป้ายจราจร และกฎจราจรเบื้องต้นให้อ่าน โดยในข้อสอบจะสุ่มป้ายจราจรแบบต่างๆ ว่าเป็นสัญลักษณ์อะไร, ทำหน้าที่อะไร

ซึ่งรูปแบบข้อสอบจะเป็นปรนัย ผู้เข้าสอบต้องสอบให้ผ่าน 90% ของข้อสอบทั้งหมด และหลังจากทำข้อสอบเสร็จ คอมพิวเตอร์จะแจ้งผลสอบให้ทราบทันที

  • วันที่ 2 (ทดสอบการขับรถ)

ถึงเวลาที่น่าตื่นเต้นแล้ว สำหรับการสอบขับรถ ซึ่งผู้สอบใบขับขี่ทุกคน จะต้องทำการทดสอบไม่น้อยกว่า 3 ท่า ใน 6 ท่า ดังนี้

1. สอบเดินหน้า และหยุดรถบนทางเท้า

2. สอบการเดินหน้า และถอยหลังในทางตรง

3. สอบขับรถถอยหลังเข้าจอด และออกจากช่องจอด

เมื่อสอบผ่านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้สอบใบขับขี่ก็เตรียมชำระค่าธรรมเนียมทำใบขับขี่ประมาณ 210 บาท และถ่ายรูปรอรับบัตรได้เลย

https://www.youtube.com/watch?v=LTSSAI9W0As

ดีเดย์ 1 มี.ค. ทำใบขับขี่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า

ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2561 เป็นต้นไป กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วย รถยนต์ และผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

ต้องใช้ ใบรับรองแพทย์ ประกอบการยื่นคำขอดำเนินการ เพื่อแสดงว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ โดยต้องเป็นใบรับรองแพทย์ตามแบบมาตรฐานที่แพทยสภารับรอง (2551)

ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศเท่านั้น เพื่อให้การตรวจสอบลักษณะต้องห้ามในการขอรับใบอนุญาตขับรถ และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยรายละเอียดในใบรับรองแพทย์ตามแบบที่แพทยสภารับรอง จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน ประกอบด้วย

  • ส่วนของผู้ขอรับใบรับรองแพทย์รับรองตนเอง

ทั้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติอุบัติเหตุ และการเข้ารับการผ่าตัดที่สำคัญ โดยผู้ขอรับใบรับรองแพทย์ต้องลงลายมือชื่อในใบรับรองแพทย์ เพื่อยืนยันว่าการให้ข้อมูลดังกล่าวของตนถูกต้องตามความเป็นจริง คู่ขนานกับการตรวจรับรอง

  • ส่วนของแพทย์เป็นผู้วินิจฉัย และรับรองผู้ขอรับใบรับรองแพทย์

ว่าไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไม่ปรากฏอาการของโรคจิต จิตฟั่นเฟือน หรือปัญญาอ่อน ไม่ปรากฏอาการของการติดยาเสพติดให้โทษ ไม่ปรากฏอาการของโรคพิษสุราเรื้อรัง

ไม่ปรากฏอาการ และอาการแสดงของโรคเรื้อนในระยะติดต่อ หรือในระยะปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม

โดยแพทย์จะสรุปความเห็น และข้อแนะนำของแพทย์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้ขอรับใบรับรองแพทย์เป็นผู้มีร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ทั้งนี้ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ หรือใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถควรแจ้งวัตถุประสงค์ในการขอรับใบรับรองแพทย์ให้ชัดเจน เพื่อให้แพทย์ออกใบรับรองแพทย์ให้ถูกต้องตรงกับวัตถุประสงค์การนำไปใช้ และเป็นไปตามรูปแบบที่กำหนด

สอบใบขับขี่เสร็จแล้ว ก็อย่าลืมเพิ่มความปลอดภัย ให้ทุกการเดินทางอุ่นใจด้วยการทำประกันรถยนต์ กับ Rabbit Care ที่มีบริการเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ตรงกับไลฟ์สไตล์ หมดกังวลเวลาขับขี่บนท้องถนน

บทความประกันรถยนต์

Rabbit Care Blog Image 78500

ประกันรถยนต์

วิเคราะห์สถิติ! อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดจากสาเหตุอะไรมากที่สุด

รู้หรือไม่ว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด เพราะในแต่ละวันผู้คนจำนวนมากต่างใช้รถยนต์เดินทางไปทำงานรวมถึงทำธุระต่าง ๆ
Little Seal
15/08/2022
Rabbit Care Blog Image 78141

ประกันรถยนต์

15 ประเภทป้ายทะเบียนต้องรู้! สีป้ายทะเบียนรถแต่ละสี มีความหมายอย่างไร?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมใช้รถรุ่นเดียวกัน แต่ป้ายทะเบียนรถกลับมีสีไม่เหมือนกัน มีทั้งแบบป้ายทะเบียนสะท้อนแสง ป้ายทะเบียนไม่สะท้อนแสง
Tawan
06/08/2022
Rabbit Care Blog Image 78035

ประกันรถยนต์

เปิดตำรา! ฝันเห็นรถ ฝันว่ารถชน ฝันว่ารถล้ม ฝันว่าขับรถ หมายความว่าอะไร?

หลายคนที่เป็นเจ้าของรถ หรือเคยขับรถอาจต้องเคยมีความฝันแปลกๆ เกี่ยวกับรถอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะฝันเห็นรถชน ฝันว่าขับรถป้ายแดงชน ฝันว่าขับรถล้มเอง
Tawan
02/08/2022